F5 และ Scality ขยายความร่วมมือเพื่อมอบโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสำหรับงาน AI

F5 และ Scality ขยายความร่วมมือเพื่อมอบโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสำหรับงาน AI

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:FFIV

F5 และ Scality เดินหน้าเสริมพันธมิตร เพื่อรองรับโครงสร้างข้อมูล AI ที่ปลอดภัยและทรงประสิทธิภาพ

บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล F5 และพันธมิตรเชิงกลยุทธ์อย่าง Scality ประกาศขยายความร่วมมือเพื่อส่งมอบโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลที่ปลอดภัย (secure) และมีประสิทธิภาพสูงสำหรับงานปัญญาประดิษฐ์ (AI workloads) ซึ่งเป็นหนึ่งในความต้องการที่สำคัญขององค์กรทั้งในระดับโลกและในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนทั้งงานฝึกสอนโมเดล (training), การประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่, และการใช้งาน AI อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีคอขวดด้านข้อมูลนักพัฒนาและองค์กรจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านการจัดเก็บและเคลื่อนย้ายข้อมูลที่มีขนาดมหาศาลเพื่อใช้งาน AI หลากหลายรูปแบบ ซึ่งการรวมเทคโนโลยีระหว่าง F5 และ Scality จะช่วยตอบโจทย์นี้ได้อย่างครบวงจร

โซลูชันร่วมสำหรับการจัดการข้อมูล AI ที่ปลอดภัย

F5 มีแพลตฟอร์มหลักคือ F5 Application Delivery and Security Platform (ADSP) ซึ่งรวมเอาความสามารถด้านการจัดการทราฟฟิกและความปลอดภัยของแอปพลิเคชันไว้ในหนึ่งเดียว โดยสามารถใช้นโยบายเดียวกันในการควบคุมทราฟฟิกและความปลอดภัยทั่วทั้งสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดและมัลติคลาวด์

ขณะที่ Scality นำเสนอโซลูชันจัดเก็บข้อมูลแบบ S3 object storage ที่สามารถขยายขนาดได้ไม่จำกัดและมีความทนทานสูงเพื่อรองรับปริมาณข้อมูลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งเหมาะกับการเก็บข้อมูลสำหรับ AI และ Machine Learning โดยเฉพาะ

ประโยชน์ที่สำคัญของความร่วมมือ

  • โครงสร้างข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูง: การรวมแพลตฟอร์มของ F5 และ Scality เปิดทางให้ระบบ AI สามารถเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วและต่อเนื่อง โดยไม่เกิดคอขวดด้านการเคลื่อนย้ายและจัดเก็บข้อมูล
  • มาตรการความปลอดภัยที่ครอบคลุม: ทั้งสองบริษัทร่วมกันสร้างเส้นทางข้อมูลที่มั่นคงและปลอดภัย ป้องกันการโจมตี และลดความเสี่ยงของการละเมิดข้อมูลในขณะที่มีการเคลื่อนที่ของข้อมูลที่สำคัญ
  • ความสามารถในการขยายระบบ: ระบบโครงสร้างข้อมูลสามารถรองรับการเติบโตของข้อมูล AI ในระดับ Petabyte ขึ้นไปได้อย่างยืดหยุ่น เหมาะสมต่อการนำไปใช้ในองค์กรขนาดใหญ่

แนวทางการใช้งานจริง และผลกระทบต่อองค์กร

องค์กรที่ต้องการเร่งพลังการใช้งาน AI โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่มีการใช้งานข้อมูลปริมาณมาก เช่น ยานยนต์อัตโนมัติ, การแพทย์, สื่อบันเทิง, โทรคมนาคม หรือ IoT สามารถใช้โซลูชันที่เกิดจากความร่วมมือนี้เพื่อลดปัญหาคอขวดด้านข้อมูล ปรับปรุงความเร็วการฝึกสอนโมเดล และเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลตลอดกระบวนการ ‒ ตั้งแต่การรวบรวมข้อมูลจนถึงการสรุปผลของโมเดล AI

การรวมระบบในสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดและมัลติคลาวด์

ความร่วมมือของ F5 และ Scality ช่วยให้องค์กรสามารถผสานการจัดเก็บข้อมูลระดับสูงเข้ากับสภาพแวดล้อมที่มีทั้ง Cloud และ On-Premise ได้อย่างราบรื่น โดยสามารถควบคุมนโยบายความปลอดภัยและการส่งข้อมูลไว้ในที่เดียว ซึ่งลดความซับซ้อนในการจัดการระบบโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล ทำให้องค์กรสามารถมุ่งเน้นไปที่การพัฒนา AI ได้อย่างเต็มที่

มุมมองอุตสาหกรรมและเทรนด์ AI

ในพื้นที่ IT และ Data Infrastructure ปัจจุบัน ความต้องการระบบที่สามารถจัดเก็บและส่งข้อมูลได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในระดับสูงนั้นเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากโครงการ AI และ Machine Learning ขนาดใหญ่ต้องอาศัยชุดข้อมูลจำนวนมหาศาลเพื่อฝึกสอนโมเดล ซึ่งต้องการทั้งความเร็วในการประมวลผลและการจัดเก็บที่เชื่อถือได้ นี่ยิ่งทำให้การผสานเทคโนโลยีด้านการจัดส่งและการรักษาความปลอดภัย (เช่น จาก F5) กับระบบจัดเก็บข้อมูลที่สามารถขยายขนาดสูง (เช่น จาก Scality) เป็นสิ่งสำคัญต่อความสำเร็จของระบบ AI ระดับองค์กรในยุคปัจจุบัน

บทสรุปคือการขยายความร่วมมือระหว่าง F5 และ Scality ไม่เพียงแต่นำเสนอโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอบโจทย์เชิงยุทธศาสตร์ในระยะยาวสำหรับการนำ AI ไปใช้ในระดับองค์กรทั่วโลก ซึ่งจะช่วยปรับปรุงความสามารถทางการแข่งขันและลดความเสี่ยงด้าน IT จึงเป็นก้าวสำคัญที่ทั้งสองบริษัทยืนหยัดร่วมกันเพื่อพัฒนางานด้าน AI ให้มั่นคงและยั่งยืนต่อไปในอนาคต

#F5 #Scality #AIInfrastructure #DataSecurity #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง

F5 และ Scality ขยายความร่วมมือเพื่อมอบโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสำหรับงาน AI | SlimScan