
Evogene ไตรมาส 1/2026 ขาดทุนเพิ่ม แม้เร่งปั้น ChemPass AI สู่ธุรกิจค้นพบโมเลกุลยาและเกษตร
Evogene ไตรมาส 1/2026 ขาดทุนเพิ่ม รายได้ลดแรง แต่บริษัทย้ำยุทธศาสตร์ ChemPass AI
Evogene Ltd. (NASDAQ: EVGN) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 โดยรายได้จากการดำเนินงานต่อเนื่องลดลงเหลือประมาณ 334,000 ดอลลาร์ จาก 2.34 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน ขณะที่ขาดทุนสุทธิเพิ่มเป็นราว 5.9 ล้านดอลลาร์ สะท้อนช่วงเปลี่ยนผ่านของบริษัทจากธุรกิจเดิมไปสู่แพลตฟอร์ม AI-driven small molecule discovery อย่าง ChemPass AI
ภาพรวมผลประกอบการ Q1/2026
ตัวเลขสำคัญของ Evogene ในไตรมาสนี้ออกมาอ่อนแอกว่าปีก่อนอย่างชัดเจน รายได้ลดลงแรง ส่วนขาดทุนเพิ่มขึ้น โดยสาเหตุหลักมาจากรายได้ที่ลดลงจากธุรกิจบางส่วน โดยเฉพาะผลกระทบจากบริษัทลูกและการปรับโครงสร้างธุรกิจที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารยังคงชี้ว่าบริษัทกำลังโฟกัสไปที่การสร้างมูลค่าระยะยาวผ่านเทคโนโลยี computational chemistry และ generative AI สำหรับการออกแบบโมเลกุลขนาดเล็ก
รายได้ลดลงหนักจากฐานปีก่อน
รายได้จาก continuing operations อยู่ที่ประมาณ 334,000 ดอลลาร์ เทียบกับ 2.343 ล้านดอลลาร์ ในไตรมาส 1/2025 หรือเป็นการลดลงอย่างมีนัยสำคัญในเชิง year-over-year โดย Investing.com ระบุว่ารายได้ลดลงราว 87% จากปีก่อน และส่วนหนึ่งมาจากยอดขายที่ลดลงของ Casterra ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจภายใต้กลุ่ม Evogene
ขาดทุนสุทธิเพิ่มเป็น 5.9 ล้านดอลลาร์
Evogene รายงาน net loss ประมาณ 5.9 ล้านดอลลาร์ ในไตรมาส 1/2026 เทียบกับขาดทุนราว 3.0 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน การขาดทุนที่เพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้ที่ลดลงและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่สูงขึ้น แม้บริษัทจะลดค่าใช้จ่ายดำเนินงานบางส่วนลงได้แล้วก็ตาม
ค่าใช้จ่ายทางการเงินกดดันงบ
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลขาดทุนขยายตัวคือ net financing expenses ประมาณ 2.7 ล้านดอลลาร์ เทียบกับปีก่อนที่เป็น financing income ประมาณ 1.1 ล้านดอลลาร์ ความเปลี่ยนแปลงนี้เกี่ยวข้องกับการบันทึกบัญชีของ warrants และ pre-funded warrants รวมถึงรายการ warrant inducement transaction ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026
สถานะเงินสดยังเป็นประเด็นที่ตลาดจับตา
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2026 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดประมาณ 8.5 ล้านดอลลาร์ ลดลงจาก 12.96 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2025 การลดลงนี้สะท้อน cash burn จากกิจกรรมดำเนินงานและการลงทุน แม้จะมีเงินทุนไหลเข้าบางส่วนจากธุรกรรมด้าน financing
ChemPass AI คือหัวใจของแผนใหม่
แม้ตัวเลขการเงินระยะสั้นจะยังอ่อนแอ แต่ประเด็นที่ฝ่ายบริหารพยายามเน้นคือการเปลี่ยน Evogene ให้เป็นบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วย ChemPass AI แพลตฟอร์มด้าน generative AI สำหรับออกแบบ small molecules เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมยาและ agchemical หรือเคมีเกษตร บริษัทวางตำแหน่งตนเองเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน computational chemistry ที่สามารถช่วยค้นหาโมเลกุลใหม่ได้เร็วขึ้นและแม่นยำขึ้น
ธุรกิจยาและเกษตรยังเป็นเป้าหมายหลัก
Evogene ระบุว่าบริษัทมุ่งใช้เทคโนโลยี AI ในสองตลาดหลัก ได้แก่ drug development และ agricultural products ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องใช้เวลาในการวิจัยสูง แต่หากสำเร็จอาจสร้างมูลค่าได้มากในระยะยาว กลยุทธ์นี้ทำให้นักลงทุนบางส่วนยังให้ความสนใจกับบริษัท แม้ผลประกอบการปัจจุบันยังไม่แข็งแรง
Lavie Bio หลังขายสินทรัพย์ให้ ICL
ในส่วน discontinued operations บริษัทระบุว่าผลกระทบจาก Lavie Bio ลดลงอย่างมาก หลัง Evogene ขายสินทรัพย์ส่วนใหญ่ของ Lavie Bio รวมถึง MicroBoost AI for Ag ให้กับ ICL ในเดือนกรกฎาคม 2025 ทำให้ Lavie Bio ไม่มีพนักงานและมีระดับค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่ำลงอย่างชัดเจน
ตลาดตอบรับเชิงบวกเล็กน้อย
แม้ผลประกอบการขาดทุนมากขึ้น แต่หุ้น EVGN ปรับขึ้นหลังรายงานผลประกอบการ โดย Investing.com ระบุว่าราคาหุ้นเพิ่มขึ้นราว 1.95% สะท้อนว่านักลงทุนบางส่วนอาจมองข้ามตัวเลขระยะสั้น และให้ความสำคัญกับแผนการปรับโครงสร้างและโอกาสจากแพลตฟอร์ม AI มากกว่า
มุมมองต่อ Evogene หลังประกาศงบ
ภาพรวมของ Evogene ในไตรมาส 1/2026 เป็นข่าวแบบ “สองด้าน” ด้านหนึ่ง บริษัทเผชิญแรงกดดันจากรายได้ที่ลดลง ขาดทุนที่เพิ่มขึ้น และเงินสดที่ลดลง แต่อีกด้านหนึ่ง บริษัทกำลังพยายามเปลี่ยนตัวเองไปสู่ธุรกิจเทคโนโลยีชีวภาพและ AI ที่มีศักยภาพสูงกว่าเดิมในระยะยาว
สำหรับนักลงทุน ประเด็นสำคัญหลังจากนี้คือ Evogene จะสามารถเปลี่ยน ChemPass AI จากเทคโนโลยีที่น่าสนใจให้กลายเป็นรายได้จริงได้เร็วแค่ไหน รวมถึงบริษัทจะบริหารเงินสดอย่างไรในช่วงที่ยังมีผลขาดทุนต่อเนื่อง หากบริษัทสามารถประกาศ collaboration ใหม่ ๆ หรือสร้าง milestone เชิงพาณิชย์ได้ ตลาดอาจกลับมาให้ premium กับหุ้นมากขึ้น แต่หากรายได้ยังไม่ฟื้น ความกังวลเรื่องเงินทุนและ dilution อาจยังเป็นแรงกดดันต่อราคาหุ้น
สรุปข่าว Evogene Q1/2026
Evogene เปิดงบไตรมาสแรกปี 2026 ด้วยตัวเลขที่ท้าทาย รายได้ลดลงเหลือเพียง 334,000 ดอลลาร์ และขาดทุนสุทธิขยายเป็น 5.9 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม บริษัทกำลังเดินหน้า repositioning ธุรกิจไปสู่ ChemPass AI และการออกแบบโมเลกุลด้วย generative AI ซึ่งอาจเป็นปัจจัยชี้ชะตาระยะยาวของบริษัท นักลงทุนจึงควรติดตามทั้งความคืบหน้าด้าน partnership, cash position และความสามารถในการสร้างรายได้จากแพลตฟอร์ม AI อย่างใกล้ชิด
#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น