ธนาคารยุโรปตั้งสำรองหนี้เสียเพิ่มกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ รับความเสี่ยงสงครามตะวันออกกลาง

ธนาคารยุโรปตั้งสำรองหนี้เสียเพิ่มกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ รับความเสี่ยงสงครามตะวันออกกลาง

โดย ADMIN

ธนาคารยุโรปตั้งสำรองหนี้เสียเพิ่มกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ รับแรงกดดันจากสงครามตะวันออกกลาง

กลุ่มธนาคารยุโรปกำลังเผชิญแรงกดดันรอบใหม่ หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสงครามที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน ส่งผลให้หลายสถาบันการเงินต้องเพิ่ม loan-loss provisions หรือเงินสำรองเผื่อหนี้สูญ รวมกันมากกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ เพื่อรองรับความเสี่ยงด้านเครดิตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เริ่มกระทบงบธนาคาร

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางไม่ได้กระทบเพียงราคาน้ำมันและตลาดพลังงานเท่านั้น แต่ยังเริ่มส่งผลต่อระบบธนาคารยุโรปอย่างชัดเจน ธนาคารหลายแห่งระบุว่า ลูกค้าธุรกิจในภาคการผลิต การขนส่ง ก่อสร้าง และพลังงาน อาจเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า และค่าขนส่ง ทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ลดลง

รายงานของ Reuters ระบุว่า ธนาคารขนาดใหญ่ เช่น HSBC, Deutsche Bank และ BBVA ต่างเพิ่มเงินสำรองหนี้เสียในไตรมาสแรกของปี 2026 โดยมีบางส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลาง

HSBC ตั้งสำรองเพิ่ม รับความเสี่ยงจากสงครามอิหร่าน

HSBC เป็นหนึ่งในธนาคารที่ถูกจับตาอย่างมาก เพราะมีธุรกิจขนาดใหญ่ในเอเชียและตะวันออกกลาง โดยรายงานระบุว่า HSBC ตั้งสำรองความเสี่ยงด้านเครดิตรวมราว 1.3 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรก และในจำนวนนี้มีประมาณ 300 ล้านดอลลาร์ที่เชื่อมโยงกับความตึงเครียดจากสงครามอิหร่าน

แม้รายได้ของ HSBC ยังเติบโต แต่กำไรลดลง เนื่องจากแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้เสียและประเด็นความเสี่ยงอื่น ๆ ในตลาดสินเชื่อเอกชน หรือ private credit สิ่งนี้สะท้อนว่า แม้ธนาคารขนาดใหญ่จะมีฐานะเงินทุนแข็งแรง แต่ก็ยังต้องเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ไม่แน่นอนที่อาจลุกลามได้

Deutsche Bank และ BBVA ก็เพิ่มสำรองเช่นกัน

Deutsche Bank รายงานกำไรไตรมาสแรกแข็งแกร่ง แต่ยังตั้งสำรองความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสงครามอิหร่านราว 90 ล้านยูโร ขณะที่เงินสำรองด้านเครดิตโดยรวมเพิ่มขึ้นเป็น 519 ล้านยูโร

ด้าน BBVA รายงานกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากธุรกิจในสเปนและเม็กซิโก แต่ impairment หรือค่าเผื่อด้อยค่าทางเครดิตเพิ่มขึ้น 31% เป็น 1.82 พันล้านยูโร ส่วนหนึ่งมาจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง

ECB ชี้ธนาคารยูโรโซนเข้มงวดการปล่อยกู้

ธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB เปิดเผยผลสำรวจว่า ธนาคารในยูโรโซนเริ่มเข้มงวดมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อมากขึ้นในไตรมาสแรกของปี 2026 และคาดว่าจะเข้มงวดต่อไปในไตรมาสถัดไป เพราะความเสี่ยงจากสงครามอิหร่าน ราคาพลังงานที่สูงขึ้น และต้นทุนเงินทุนที่เพิ่มขึ้น

การปล่อยกู้ที่เข้มงวดขึ้นอาจทำให้บริษัทในยุโรปเข้าถึงเงินทุนยากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่ใช้พลังงานสูงหรือมีซัพพลายเชนเกี่ยวข้องกับตะวันออกกลาง หากสถานการณ์ยืดเยื้อ เศรษฐกิจยุโรปอาจฟื้นตัวช้ากว่าที่ตลาดคาดไว้

HSBC และ Standard Chartered ถูกมองว่าเสี่ยงสูงกว่าเพื่อน

J.P. Morgan เคยเตือนว่า HSBC และ Standard Chartered เป็นธนาคารยุโรปที่มี exposure ต่อความขัดแย้งในตะวันออกกลางมากกว่าหลายธนาคาร เนื่องจากมีเครือข่ายธุรกิจและลูกค้าในภูมิภาคนี้มากกว่า

ความเสี่ยงสำคัญไม่ได้อยู่แค่ลูกค้าผิดนัดชำระหนี้ทันที แต่รวมถึงผลกระทบทางอ้อม เช่น ราคาพลังงานสูงขึ้น เงินเฟ้อกลับมากดดัน ต้นทุนขนส่งเพิ่ม และความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจลดลง ปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้ธนาคารต้องกันเงินสำรองเพิ่มอีกในอนาคต

ภาพรวมยังไม่ถึงขั้นวิกฤต แต่ต้องระวัง

ถึงแม้ตัวเลขสำรองหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นจะดูน่ากังวล แต่ระบบธนาคารยุโรปในปัจจุบันยังมีเงินทุนแข็งแรงกว่าช่วงวิกฤตการเงินโลกมาก ธนาคารส่วนใหญ่ยังทำกำไรได้ดี และยังมี capital buffer รองรับแรงกระแทก

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มสำรองกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์เป็นสัญญาณว่า ธนาคารไม่ได้มองความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็นเหตุการณ์ระยะสั้นเท่านั้น แต่กำลังเตรียมรับมือกับความเสี่ยงที่อาจกระทบคุณภาพสินเชื่อในวงกว้าง

ผลกระทบต่อนักลงทุน

สำหรับนักลงทุน ข่าวนี้สะท้อนว่าหุ้นกลุ่มธนาคารยุโรปอาจยังผันผวน แม้หลายแห่งมีกำไรแข็งแกร่ง เพราะตลาดจะจับตาว่า loan-loss provisions จะเพิ่มต่อหรือไม่ หากสงครามยืดเยื้อหรือราคาพลังงานพุ่งขึ้นอีก กำไรของธนาคารอาจถูกกดดันมากขึ้น

ในทางกลับกัน หากสถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลาย ธนาคารที่ตั้งสำรองไว้สูงอาจมีโอกาสปลดสำรองกลับมาเป็นกำไรในอนาคต ดังนั้น ประเด็นนี้จึงเป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาส ขึ้นอยู่กับทิศทางของสงคราม เศรษฐกิจ และนโยบายการเงินยุโรป

สรุป

การที่ธนาคารยุโรปเพิ่มสำรองหนี้เสียมากกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นว่าสงครามตะวันออกกลางเริ่มส่งผลลึกถึงภาคการเงิน ไม่ใช่แค่ตลาดน้ำมันหรือการเมืองโลกเท่านั้น แม้ระบบธนาคารยังไม่อยู่ในภาวะวิกฤต แต่ความไม่แน่นอนกำลังทำให้ธนาคารระมัดระวังมากขึ้น ทั้งในการปล่อยกู้ การประเมินความเสี่ยง และการบริหารเงินทุน

ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป คือ สถานการณ์สงครามจะยืดเยื้อหรือไม่ ราคาพลังงานจะกดดันธุรกิจยุโรปมากแค่ไหน และธนาคารจะต้องตั้งสำรองเพิ่มอีกหรือไม่ในไตรมาสถัดไป

#ธนาคารยุโรป #LoanLossProvisions #สงครามตะวันออกกลาง #ตลาดการเงิน #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง