
Energizer Holdings, Inc. ประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส 4 และทั้งปี งบการเงิน FY 2025 พร้อมแผนปี FY 2026
•โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:ENR
บริษัท Energizer Holdings, Inc. (NYSE: ENR) เปิดเผยผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาสที่ 4 และทั้งปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2025 โดยมีภาพรวมที่น่าสนใจและมีทั้งโอกาสและความท้าทายในเวลาเดียวกัน
สำหรับทั้งปี FY 2025 บริษัทสามารถเพิ่มยอดขายสุทธิขึ้นได้ราว 2.3 % ซึ่งได้รับแรงหนุนจากรายได้จากการเข้าซื้อธุรกิจรวม 63.6 ล้านดอลลาร์ และอัตราเติบโตจากธุรกิจ organic อยู่ที่ 0.7 % รายได้ต่อหุ้นแบบรายงาน (Reported EPS) อยู่ที่ 3.32 ดอลลาร์ ขณะที่ EPS ที่ปรับแล้ว (Adjusted EPS) อยู่ที่ 3.52 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ 6 % เมื่อเทียบกับปีก่อน กำไรสุทธิทั้งปีอยู่ที่ 239.0 ล้านดอลลาร์ และ Adjusted EBITDA อยู่ที่ 623.6 ล้านดอลลาร์
ในไตรมาส 4 ยอดขายสุทธิอยู่ที่ 832.8 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 3.4 % จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักมาจากการซื้อธุรกิจเฉพาะส่วน (Acquisition) จำนวน 42.8 ล้านดอลลาร์ ส่วนยอดขายในส่วนที่ไม่รวมการซื้อธุรกิจ (organic) ลดลง 2.2 % EPS รายงานของไตรมาสอยู่ที่ 0.50 ดอลลาร์ ขณะที่ Adjusted EPS อยู่ที่ 1.05 ดอลลาร์
บริษัทระบุว่าอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) แบบรายงานในไตรมาส 4 อยู่ที่ 36.6 % ต่ำกว่า 38.1 % ของปีก่อนหน้า ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นแบบปรับแล้วอยู่ที่ 38.5 % ลดลงประมาณ 370 basis points
สำหรับปี FY 2026 บริษัทคาดว่า ยอดขายจากธุรกิจแบบ organic จะทรงตัวถึงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยทั้งในกลุ่ม Batteries & Lights และ Auto Care โดยคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวลดลงเล็กน้อย เนื่องจากผลกระทบจากภาษีศุลกากร (tariffs) จะถูกชดเชยด้วยกลยุทธ์ด้านราคา เครดิตการผลิต และความคล่องตัวในการผลิต แต่ยังมีผลเจือจางเล็กน้อยจากธุรกิจ APS ที่รวมเข้ามาเต็มปี
ซีอีโอ Mark LaVigne ระบุว่า “เราได้ปรับตัวอย่างรวดเร็ว พบโอกาส และปฏิบัติอย่างมีวินัยเพื่อส่งมอบผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในปี 2025 … ขณะเริ่มปี 2026 เรากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยไตรมาสแรกจะได้รับผลกระทบจากต้นทุนภาษีศุลกากรชั่วคราวและมาตรการบรรเทา แต่เราตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ยืดอายุโครงการ Project Momentum และเร่งการผสานธุรกิจ เพื่อรักษากำไรขั้นต้นและสร้างความคล่องตัวในการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต”
โดยสรุป แม้ยอดขายโดยรวมของ Energizer ขยายตัวและผลการดำเนินงานแบบปรับแล้วดีขึ้นเมื่อเทียบปีต่อปี แต่ก็มีความท้าทายจากยอดขายแบบ organic ที่ลดลงในไตรมาส 4 รวมถึงต้นทุนที่สูงขึ้นจากภาษีศุลกากรและการปรับโครงสร้างธุรกิจ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ตลาดจับตาในปี FY 2026 ที่บริษัทตั้งเป้าเติบโตอย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว.
#EnergizerHoldings #FY2025Results #CorporateEarnings #BusinessOutlook #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น