EMB ยีลด์ 6% น่าดึงดูด แต่ซ่อนความเสี่ยง Sovereign Default ที่นักลงทุนรายได้ประจำไม่ควรมองข้าม

EMB ยีลด์ 6% น่าดึงดูด แต่ซ่อนความเสี่ยง Sovereign Default ที่นักลงทุนรายได้ประจำไม่ควรมองข้าม

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:EMB

EMB ยีลด์ 6% น่าดึงดูด แต่ซ่อนความเสี่ยงหนี้รัฐบาล Emerging Markets ที่อาจกระทบพอร์ตลงทุน

iShares J.P. Morgan USD Emerging Markets Bond ETF หรือ EMB กำลังเป็นที่สนใจของนักลงทุนสายรายได้ประจำ เพราะให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลราว 6% ต่อปี ผ่านการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลตลาดเกิดใหม่ที่ออกเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม รายได้ที่ดูมั่นคงนี้ไม่ได้ปลอดภัยเท่ากับพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เพราะยังมีความเสี่ยงสำคัญคือ hard currency sovereign default หรือการที่รัฐบาลผู้ออกพันธบัตรไม่สามารถชำระหนี้สกุลดอลลาร์ได้ตามกำหนด

ทำไม EMB ถึงดูน่าสนใจสำหรับนักลงทุนรายได้ประจำ

จุดขายหลักของ EMB คือการเปิดโอกาสให้นักลงทุนได้รับ income จากพันธบัตรรัฐบาลประเทศเกิดใหม่ โดยไม่ต้องรับความเสี่ยงค่าเงินท้องถิ่นโดยตรง เพราะพันธบัตรในกองทุนส่วนใหญ่เป็นตราสารหนี้ที่ออกเป็นดอลลาร์สหรัฐ ประเทศที่เกี่ยวข้องมีทั้งเม็กซิโก บราซิล อินโดนีเซีย ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และอาร์เจนตินา

สำหรับผู้เกษียณหรือผู้ที่ต้องการกระแสเงินสดประจำ ยีลด์ใกล้ 6% อาจดูดีกว่าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่า แต่ส่วนต่างผลตอบแทนนี้ไม่ได้มาแบบฟรี ๆ เพราะนักลงทุนกำลังรับความเสี่ยงด้านเครดิตของรัฐบาลตลาดเกิดใหม่ ซึ่งมีโอกาสเกิดปัญหาการชำระหนี้ได้มากกว่าประเทศพัฒนาแล้ว

ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่: รัฐบาลอาจหยุดจ่ายหนี้

ความเสี่ยงสำคัญของ EMB ไม่ใช่แค่ราคากองทุนผันผวน แต่คือกรณีที่รัฐบาลบางประเทศผิดนัดชำระหนี้ หรือเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ บทความต้นทางระบุว่า EMB เคยถือพันธบัตรของประเทศที่มีประวัติ default เช่น อาร์เจนตินา เวเนซุเอลา ศรีลังกา และรัสเซีย

เมื่อประเทศผิดนัดชำระหนี้สกุลดอลลาร์ ราคาพันธบัตรมักลดลงแรง และกระบวนการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้อาจกินเวลาหลายปี ระหว่างนั้นนักลงทุนอาจยังได้รับ distribution บางส่วน แต่ Net Asset Value หรือ NAV ของกองทุนอาจลดลงมากจนลบผลตอบแทนจากดอกเบี้ยหลายปีได้

ยีลด์ 6% อาจไม่พอชดเชยความเสียหายจาก NAV

ตัวอย่างที่เห็นภาพง่ายคือ หากนักลงทุนใส่เงิน 100,000 ดอลลาร์ใน EMB เพื่อหวังรายได้ปีละประมาณ 6,000 ดอลลาร์ หากเกิดวิกฤตหนี้ในตลาดเกิดใหม่และราคา EMB ลดลง 15% ถึง 20% มูลค่าพอร์ตอาจหายไป 15,000 ถึง 20,000 ดอลลาร์ในปีเดียว ซึ่งมากกว่ารายได้จากยีลด์หลายปีรวมกัน

นี่คือเหตุผลที่นักลงทุนไม่ควรมอง EMB เหมือนบัญชีฝากเงินหรือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ แม้กองทุนจะจ่าย income สม่ำเสมอ แต่ราคาตลาดของสินทรัพย์ภายในกองทุนอาจเปลี่ยนเร็วเมื่อความเชื่อมั่นต่อหนี้ตลาดเกิดใหม่ลดลง

Spread คือสัญญาณที่ควรจับตา

หนึ่งในตัวชี้วัดที่สำคัญคือส่วนต่างผลตอบแทนระหว่างดัชนีพันธบัตรตลาดเกิดใหม่กับพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หรือ credit spread หาก spread แคบ นักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นไม่มากเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่แบกรับ แต่หาก spread เริ่มกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าตลาดเริ่มกังวลเรื่อง default risk มากขึ้น

บทความต้นทางแนะนำให้นักลงทุนติดตาม EMBI spread, ราคา Credit Default Swap ของประเทศเสี่ยง เช่น อาร์เจนตินา ตุรกี และอียิปต์ รวมถึงรายชื่อประเทศที่ IMF มองว่าอยู่ในภาวะเปราะบางด้านหนี้

EMB เทียบกับทางเลือกอื่น

EMB ไม่ใช่กองทุนตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่เพียงตัวเดียว นักลงทุนอาจเปรียบเทียบกับ EMLC ซึ่งลงทุนในพันธบัตรสกุลเงินท้องถิ่น ทำให้มีความเสี่ยงค่าเงินมากกว่า หรือ HYG ซึ่งลงทุนในตราสารหนี้ high yield ของบริษัทสหรัฐ และ BNDX ที่เน้นพันธบัตรต่างประเทศคุณภาพสูงกว่าแต่ยีลด์ต่ำกว่า

ความแตกต่างสำคัญคือ EMB ลดความเสี่ยงด้านค่าเงินท้องถิ่นลง แต่ไม่ได้ลบความเสี่ยงที่รัฐบาลต้องหาเงินดอลลาร์มาชำระหนี้ หากประเทศใดมีเงินสำรองลดลง เศรษฐกิจอ่อนแอ หรือถูกกดดันจากดอกเบี้ยโลกที่สูงขึ้น ความสามารถในการจ่ายหนี้ก็อาจถูกตั้งคำถามได้

นักลงทุนควรมอง EMB อย่างไร

EMB อาจเหมาะเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของพอร์ต income ที่กระจายความเสี่ยงดีแล้ว ไม่ควรเป็นแกนหลักสำหรับผู้ที่ต้องการความมั่นคงสูง นักลงทุนควรเข้าใจก่อนว่า yield 6% คือค่าตอบแทนสำหรับความเสี่ยง ไม่ใช่ผลตอบแทนที่ไร้ความผันผวน

สำหรับนักลงทุนไทย ประเด็นนี้ยิ่งควรระวัง เพราะนอกจากความเสี่ยงของกองทุนแล้ว ยังต้องพิจารณาค่าเงิน USD/THB ค่าธรรมเนียม ภาษี และสภาพคล่องในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศด้วย การดูแค่ตัวเลข yield อาจทำให้ประเมินความเสี่ยงต่ำเกินจริง

บทสรุป

EMB ให้รายได้ที่น่าสนใจ แต่ไม่ใช่สินทรัพย์ปลอดภัย ยีลด์ราว 6% อาจช่วยเพิ่มกระแสเงินสดให้พอร์ต แต่เบื้องหลังคือความเสี่ยงด้าน sovereign credit ของประเทศตลาดเกิดใหม่ หากเกิด default cycle ราคากองทุนอาจลดแรงจน income ที่ได้รับไม่พอชดเชยความเสียหาย

นักลงทุนจึงควรใช้ EMB อย่างมีวินัย จัดสัดส่วนให้เหมาะสม ติดตาม spread และประเมินสถานการณ์หนี้ของประเทศผู้ออกตราสารอย่างต่อเนื่อง เพราะในโลกการลงทุน รายได้สูงมักมาพร้อมความเสี่ยงที่ต้องเข้าใจให้ชัดก่อนตัดสินใจ

หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นการเรียบเรียงข่าวเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนส่วนบุคคล

#EMB #EmergingMarkets #BondETF #ลงทุนต่างประเทศ #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง