
เอมเบรเยอร์ตั้งเป้าขยายกำลังผลิตเครื่องบิน หลังคำสั่งซื้อพุ่งสูง และมองโอกาสเติบโตในอนาคต
เอมเบรเยอร์เดินหน้าเพิ่มกำลังผลิตจากแรงสั่งซื้อเครื่องบินที่เติบโต
บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินจากประเทศบราซิลอย่าง Embraer วางแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิตและส่งมอบเครื่องบินให้ได้มากขึ้น หลังจากได้รับคำสั่งซื้อจำนวนมาก โดยเป้าหมายแรกคือการกลับไปสู่ระดับการส่งมอบที่ทำได้ก่อนช่วงการระบาดของโควิด-19 และอาจขยายเกินกว่าตัวเลขนั้นในอนาคตอันใกล้, ตามคำกล่าวของ Arjan Meijer ซีอีโอของ Embraer Commercial Aviation ในการให้สัมภาษณ์กับ Reuters สื่อข่าวระหว่างประเทศเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2026 ที่ผ่านมา.
แผนขยายการส่งมอบเครื่องบินเชิงพาณิชย์
ปัจจุบัน Embraer ตั้งเป้าหมายให้การส่งมอบเครื่องบินเชิงพาณิชย์ในแต่ละปีกลับขึ้นไปที่ประมาณ 100 ลำ ซึ่งเป็นระดับก่อนเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ภายในช่วงสองปีข้างหน้า และยังหวังว่าจะสามารถทำตัวเลขได้มากกว่านี้หากมีความต้องการจากสายการบินสูงต่อเนื่อง.
ในปี 2025 ที่ผ่านมา Embraer ได้ส่งมอบเครื่องบินเชิงพาณิชย์ทั้งหมด 78 ลำ ซึ่งอยู่ภายในช่วงประมาณการที่บริษัทคาดการณ์ไว้ระหว่าง 77-85 ลำ.
ยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
Meijer ระบุว่า Embraer ได้รับคำสั่งซื้อเครื่องบินเชิงพาณิชย์รุ่น E2 จำนวนมาก โดยมียอดคำสั่งซื้อสุทธิทั้งหมดถึง 131 ลำ ในปีที่ผ่านมา ซึ่งมากกว่าจำนวนเครื่องบินรุ่น Airbus A220 ของคู่แข่งถึง 3 ต่อ 1 อีกทั้งลูกค้ารายใหญ่ทั้ง All Nippon Airways และ LATAM ก็เป็นส่วนหนึ่งของคำสั่งซื้อนี้.
การเติบโตของคำสั่งซื้อรุ่น E2 นี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของสายการบินที่ต้องการปรับปรุงฝูงบินให้ทันสมัยมากขึ้น หลังจากช่วงที่ยกเลิกหรือชะลอแผนการซื้อเครื่องบินในช่วงการระบาดของโรค.
ผลกระทบจากแรงสั่งซื้อ
เนื่องจากคำสั่งซื้อมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ Embraer วางแผนต้องเพิ่มกำลังการผลิตและปรับแผนการส่งมอบ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเครื่องบินที่ใช้ในตลาดภูมิภาคและการบริการของสายการบิน.
สถานการณ์ซัพพลายเชนและการปรับปรุงปัญหาเครื่องยนต์
ปัจจุบัน Embraer มองเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นในด้านซัพพลายเชน แม้ว่าจะยังมีความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และความล่าช้าในการจัดส่งชิ้นส่วนบางอย่างอยู่บ้าง.
บริษัทซัพพลายเครื่องยนต์สหรัฐอย่าง Pratt & Whitney ได้แก้ไขปัญหาและปรับปรุงการจัดส่งเครื่องยนต์ รวมถึงการบำรุงรักษา ทำให้จำนวนเครื่องบินที่จอดรอซ่อมจากปัญหาเครื่องยนต์ลดลงอย่างมาก จากช่วงที่มีมากถึง 25-40 ลำ เหลือเพียงเลขหลักเดียวในปัจจุบัน.
Meijer คาดว่าในปีนี้จำนวนเครื่องบินที่ถูกจอดรอซ่อมจะลดลงไปจนถึงศูนย์ ซึ่งจะช่วยให้ Embraer สามารถขยายกำลังการผลิตและส่งมอบเครื่องบินให้ทันตามคำสั่งซื้อได้มากขึ้น.
โอกาสความร่วมมือและการพัฒนาในอนาคต
แม้จะมีข่าวลือเกี่ยวกับความร่วมมือทางธุรกิจที่อาจเกิดขึ้นกับกลุ่ม Adani จากประเทศอินเดีย ก่อนการเยือนของประธานาธิบดีบราซิล Lula da Silva ไปยังอินเดียในเร็วๆ นี้ แต่ Meijer ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับรายงานดังกล่าวอย่างชัดเจน.
สำหรับการพัฒนาเครื่องบินรุ่นใหม่ๆ Embraer ยังคงสำรวจทางเลือกต่างๆ อย่างระมัดระวัง โดยยังไม่รีบร้อนในการเริ่มโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มเครื่องบินรุ่นถัดไป โดยให้ความสำคัญกับการวิจัยและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องก่อน.
การตัดสินใจด้านเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ใหม่
Meijer กล่าวว่าการพัฒนาเครื่องบินรุ่นใหม่เป็น “การตัดสินใจครั้งใหญ่” สำหรับผู้ผลิตเครื่องบินแต่ละราย ดังนั้น Embraer จะต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเกี่ยวกับเทคโนโลยี ความต้องการของตลาด และผลกระทบระยะยาว ก่อนจะลงมือทำโครงการใหม่.
มุมมองของอุตสาหกรรมการบินในอนาคต
โดยรวมแล้ว Embraer เชื่อว่าความต้องการเครื่องบินรุ่นใหม่จะยังคงแข็งแกร่งในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเครื่องบินขนาดเล็กและปานกลาง ซึ่งเป็นส่วนที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญสูง.
นอกจากนี้ แม้จะมีการแข่งขันจากผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง Airbus และ Boeing แต่ Embraer ยังคงสามารถยืนหยัดในตลาดโดยใช้ความคล่องตัวในการผลิตและนวัตกรรมที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า.
ความสำเร็จในปี 2025 และแผนการขยายกำลังการผลิตของ Embraer ชี้ให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งของอุตสาหกรรมการบินทั่วโลก ซึ่งกำลังฟื้นตัวจากผลกระทบของโรคระบาดและปรับตัวเข้าสู่ยุคใหม่ของการเดินทางทางอากาศ.
#Embraer #เครื่องบิน #AviationNews #อุตสาหกรรมการบิน #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น