ดาวโจนส์บวก 96 จุด แต่ Wall Street ยังระวังความเสี่ยงอิหร่านและราคาน้ำมัน

ดาวโจนส์บวก 96 จุด แต่ Wall Street ยังระวังความเสี่ยงอิหร่านและราคาน้ำมัน

โดย ADMIN

ดาวโจนส์บวก 96 จุด ขณะนักลงทุนจับตาความตึงเครียดอิหร่านและทิศทาง Fed

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดสัปดาห์ด้วยภาพที่ค่อนข้างระมัดระวัง แม้ดัชนี Dow Jones Industrial Average จะปรับขึ้น 96 จุด แต่บรรยากาศโดยรวมของ Wall Street ยังถูกกดดันจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงราคาน้ำมันที่ขยับสูงขึ้น

ตามรายงานของ Invezz เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2026 ดัชนี S&P 500 อ่อนตัวเล็กน้อยราว 0.04% ขณะที่ Nasdaq Composite ลดลงประมาณ 0.28% สะท้อนว่านักลงทุนยังไม่กล้าเปิดรับความเสี่ยงเต็มที่ แม้ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งจะออกมาดีกว่าคาดก็ตาม

ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์กดดันตลาด

ประเด็นหลักที่ทำให้นักลงทุนระวังคือสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รายงานระบุว่ายังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าการเจรจาจะกลับมาเดินหน้าในเร็ว ๆ นี้ ทำให้ตลาดกังวลว่าความขัดแย้งอาจยืดเยื้อ

นอกจากนี้ ความเคลื่อนไหวบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นอีกจุดเสี่ยงสำคัญ เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลก หากเกิดการหยุดชะงักต่อเนื่อง อาจผลักดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้น และเพิ่มต้นทุนให้ภาคธุรกิจทั่วโลก

ราคาน้ำมันพุ่ง เพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ

ราคาน้ำมัน Brent และ WTI ปรับตัวขึ้นราว 1% ในวันเดียวกัน โดย WTI ขยับขึ้นเหนือระดับ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน Brent ทะลุ 106 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามรายงานของ Invezz

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นไม่ได้กระทบเฉพาะหุ้นพลังงานเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงเงินเฟ้อ ค่าขนส่ง ต้นทุนการผลิต และกำลังซื้อของผู้บริโภค หากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Federal Reserve อาจมีเหตุผลมากขึ้นในการคงดอกเบี้ยระดับสูงต่อไป

ผลประกอบการยังแข็งแกร่ง แต่ตลาดยังไม่วางใจ

ด้านผลประกอบการบริษัทใน S&P 500 ถือว่าเริ่มต้นได้ดี โดยจาก 139 บริษัทที่รายงานงบแล้ว มี 81.3% ทำกำไรดีกว่าคาด สูงกว่าค่าเฉลี่ย 4 ไตรมาสที่ 78.1%

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังตั้งคำถามว่าแรงหนุนนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหน เพราะผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจยังสะท้อนในงบการเงินไม่เต็มที่ หากต้นทุนพลังงานสูงขึ้นต่อเนื่อง บริษัทจำนวนมากอาจเผชิญแรงกดดันด้าน margin ในไตรมาสถัดไป

หุ้นรายตัวเคลื่อนไหวเด่น

Qualcomm พุ่งขึ้น 6.4% หลังมีรายงานว่า OpenAI กำลังทำงานร่วมกับ Qualcomm และ MediaTek เพื่อพัฒนาโปรเซสเซอร์สำหรับสมาร์ตโฟน ข่าวนี้ช่วยหนุนความหวังเกี่ยวกับตลาด AI on-device และชิปสำหรับอุปกรณ์พกพา

ในทางกลับกัน Domino’s Pizza ร่วงลง 7.7% หลังยอดขายไตรมาสแรกต่ำกว่าคาด ส่วน Nvidia บวกประมาณ 1.18% หลังจากก่อนหน้านี้ปรับขึ้นแรง และกลับมามีมูลค่าตลาดสูงกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์อีกครั้งตามรายงานดังกล่าว

ทุกสายตาจับจ้องประชุม Fed

อีกปัจจัยสำคัญของสัปดาห์นี้คือการประชุมของ Federal Reserve นักลงทุนต้องการฟังสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ย โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันสูงขึ้นและความเสี่ยงเงินเฟ้อยังไม่หายไป

ผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ที่อ้างโดย Invezz ระบุว่า Fed มีแนวโน้มยังไม่ลดดอกเบี้ยอย่างน้อย 6 เดือนข้างหน้า ซึ่งหมายความว่าต้นทุนทางการเงินอาจยังสูงต่อไป และอาจจำกัด upside ของตลาดหุ้นบางกลุ่ม โดยเฉพาะหุ้นเติบโตสูงที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย

สรุปภาพรวมตลาด

แม้ Dow Jones จะปิดบวก 96 จุด แต่ภาพรวมตลาดยังเป็นแบบ “ขึ้นอย่างระวัง” มากกว่าการ rally อย่างมั่นใจ นักลงทุนยังต้องประเมินหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งราคาน้ำมัน ความตึงเครียดอิหร่าน ผลประกอบการบริษัทใหญ่ และท่าทีของ Fed

สำหรับนักลงทุนระยะสั้น ตลาดอาจผันผวนต่อเนื่องจาก headline news เกี่ยวกับตะวันออกกลาง ส่วนระยะกลาง ปัจจัยชี้ขาดยังอยู่ที่กำไรบริษัท ความสามารถในการควบคุมเงินเฟ้อ และทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐฯ

กล่าวโดยสรุป Wall Street ยังไม่ได้เสียโมเมนตัมทั้งหมด แต่ความมั่นใจของตลาดกำลังถูกทดสอบอย่างหนัก หากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลายและผลประกอบการยังแข็งแกร่ง หุ้นสหรัฐฯ อาจไปต่อได้ แต่ถ้าราคาน้ำมันพุ่งแรงกว่านี้ ความเสี่ยงขาลงก็อาจกลับมาเร็วเช่นกัน

#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง