หุ้นสหรัฐร่วง Dow และ S&P 500 อ่อนตัว หลังราคาน้ำมันพุ่ง ขณะที่ Nvidia ยังไม่ช่วยหนุนตลาด

หุ้นสหรัฐร่วง Dow และ S&P 500 อ่อนตัว หลังราคาน้ำมันพุ่ง ขณะที่ Nvidia ยังไม่ช่วยหนุนตลาด

โดย ADMIN

หุ้นสหรัฐร่วง Dow และ S&P 500 อ่อนตัว หลังราคาน้ำมันพุ่ง ขณะที่ Nvidia ยังไม่ช่วยหนุนตลาด

ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลดลงในวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม 2026 หลังนักลงทุนกลับมากังวลเรื่องเงินเฟ้อ ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ขยับสูงขึ้นอีกครั้ง ขณะเดียวกัน ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ Nvidia ก็ยังไม่มากพอที่จะพลิกบรรยากาศการลงทุนให้กลับมาเป็นบวกได้อย่างชัดเจน

แรงกดดันหลักมาจากราคาน้ำมันและ Bond Yield

ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.48% ส่วน Nasdaq Composite อ่อนตัว 0.56% ขณะที่ Dow Jones Industrial Average ร่วงลงราว 242 จุด หรือประมาณ 0.49% นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นแรงจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน

ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 2.9% แตะระดับ 101.04 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน Brent crude ขยับขึ้น 2.3% สู่ระดับ 107.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การพุ่งขึ้นของราคาพลังงานทำให้นักลงทุนกังวลว่าแรงกดดันเงินเฟ้ออาจยืดเยื้อนานกว่าที่คาด

ความตึงเครียดอิหร่านกดดัน Sentiment ตลาด

บรรยากาศการลงทุนถูกกดดันหลังมีรายงานว่า ผู้นำสูงสุดของอิหร่านมีคำสั่งให้เก็บยูเรเนียมเสริมสมรรถนะไว้ภายในประเทศ ซึ่งทำให้ความหวังต่อความคืบหน้าในการเจรจากับสหรัฐลดลง ก่อนหน้านี้ ตลาดเคยฟื้นตัวจากความคาดหวังว่า การเจรจาอาจเข้าสู่ช่วงสุดท้าย แต่รายงานล่าสุดทำให้นักลงทุนกลับมาระมัดระวังมากขึ้น

เมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้น ตลาดจึงเริ่มประเมินใหม่ว่าเงินเฟ้ออาจกลับมาเป็นปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะหากความขัดแย้งส่งผลต่อเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญ เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ เรื่องนี้อาจทำให้ต้นทุนพลังงานทั่วโลกสูงขึ้น และกดดันทั้งผู้บริโภค บริษัทจดทะเบียน และแนวทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ

Treasury Yield สูงขึ้น เพิ่มแรงกดดันต่อหุ้น

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นราว 5 basis points สู่ระดับ 4.615% ขณะที่พันธบัตรอายุ 30 ปีก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน การเพิ่มขึ้นของ Bond Yield มักทำให้หุ้นเติบโตสูง โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยี ถูกกดดัน เพราะนักลงทุนจะนำมูลค่ากำไรในอนาคตมาคิดลดด้วยอัตราที่สูงขึ้น

ในมุมของตลาด เงินเฟ้อที่สูงขึ้นและ Bond Yield ที่เพิ่มขึ้นพร้อมกันเป็นสัญญาณที่ไม่น่าสบายใจ เพราะอาจทำให้ Federal Reserve มีพื้นที่จำกัดในการผ่อนคลายนโยบายการเงิน หาก Fed ต้องคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น ต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจและครัวเรือนก็อาจยังอยู่ในระดับสูงต่อไป

Nvidia ทำผลงานดี แต่ตลาดยังไม่มั่นใจ

อีกประเด็นที่ตลาดจับตาคือผลประกอบการของ Nvidia บริษัทชิป AI รายใหญ่ ซึ่งรายงานตัวเลขดีกว่าที่ Wall Street คาด พร้อมประกาศแผนซื้อหุ้นคืนมูลค่า 80,000 ล้านดอลลาร์ และเพิ่มเงินปันผลรายไตรมาสเป็น 25 เซนต์ต่อหุ้น นอกจากนี้ บริษัทยังคาดการณ์รายได้ไตรมาสถัดไปสูงกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์

อย่างไรก็ตาม หุ้น Nvidia กลับปรับตัวลงเล็กน้อย เพราะนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่า บริษัทจะรักษาอัตราการเติบโตที่รวดเร็วได้ต่อเนื่องแค่ไหน ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดชิป AI จากคู่แข่งอย่าง Intel และ Advanced Micro Devices หรือ AMD

ทำไมผลประกอบการดีถึงยังไม่พอ

กรณีของ Nvidia สะท้อนภาพตลาดที่คาดหวังสูงมาก หุ้นกลุ่ม AI ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา ทำให้แม้บริษัทจะรายงานตัวเลขแข็งแกร่ง นักลงทุนก็ยังต้องการเห็นสัญญาณที่ “ดีกว่าดี” เพื่อรองรับมูลค่าหุ้นที่แพงขึ้น เมื่อความคาดหวังสูงมาก ข่าวดีธรรมดาอาจไม่พอที่จะผลักดันราคาหุ้นต่อได้

นอกจากนี้ นักลงทุนยังมองไปข้างหน้ามากกว่ามองแค่ผลประกอบการไตรมาสล่าสุด คำถามสำคัญคือ ความต้องการชิป AI จะยังโตแรงต่อไปหรือไม่ Margin จะถูกกดดันจากการแข่งขันหรือเปล่า และลูกค้ารายใหญ่จะยังเพิ่มงบลงทุนด้าน AI ต่อเนื่องแค่ไหน

หุ้นค้าปลีกและซอฟต์แวร์เคลื่อนไหวแรง

นอกจากกลุ่มเทคโนโลยีแล้ว หุ้นรายตัวอื่น ๆ ก็มีแรงกดดันเช่นกัน โดย Walmart ปรับตัวลงหลังบริษัทยังคงประมาณการทั้งปี แต่คาดว่ากำไรไตรมาสสองจะต่ำกว่าที่ Wall Street คาด ส่วน Intuit ร่วงแรงหลังปรับลดคาดการณ์รายได้ประจำปีของ TurboTax และประกาศแผนลดพนักงาน 17%

ความเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนว่า นักลงทุนไม่ได้กังวลเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจมหภาคเท่านั้น แต่ยังเริ่มตรวจสอบคุณภาพผลประกอบการของแต่ละบริษัทอย่างละเอียดมากขึ้น บริษัทที่ส่งสัญญาณว่าการเติบโตชะลอ หรือกำไรอาจต่ำกว่าคาด มีโอกาสถูกขายทำกำไรอย่างรวดเร็ว

หุ้น Quantum Computing สวนตลาด

แม้ภาพรวมตลาดจะอ่อนแอ แต่หุ้นกลุ่ม Quantum Computing กลับปรับตัวขึ้นโดดเด่น หลังมีรายงานว่ารัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของ Donald Trump มีแผนมอบเงินสนับสนุน 2,000 ล้านดอลลาร์ให้กับบริษัทเทคโนโลยีควอนตัมหลายแห่ง โดย IBM อาจได้รับเงินสนับสนุนราว 1,000 ล้านดอลลาร์

หุ้นอย่าง IBM, GlobalFoundries, D-Wave Quantum และ Rigetti Computing จึงได้รับแรงซื้อจากความหวังว่ารัฐบาลจะผลักดันเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น กลุ่มนี้กลายเป็นจุดสว่างของตลาดในวันที่ดัชนีหลักส่วนใหญ่ถูกกดดัน

นักลงทุนจับตา SpaceX และกระแส IPO

อีกข่าวที่ได้รับความสนใจคือ SpaceX ซึ่งมีการยื่นเอกสารต่อสาธารณะเพื่อเตรียมเสนอขายหุ้น IPO โดยตลาดจับตาว่า ความเคลื่อนไหวนี้จะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนธุรกิจของ Elon Musk โดยเฉพาะในด้าน AI, อวกาศ และโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีแห่งอนาคต

ภาพรวมตลาดยังผันผวน

โดยรวมแล้ว ตลาดหุ้นสหรัฐกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้านพร้อมกัน ทั้งราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ Bond Yield ที่ขยับขึ้น และความคาดหวังสูงต่อหุ้นเทคโนโลยี แม้เศรษฐกิจสหรัฐยังมีบางสัญญาณที่มั่นคง เช่น ตลาดแรงงานที่ยังไม่อ่อนแอมาก แต่ความเสี่ยงเงินเฟ้อทำให้นักลงทุนลดความกล้าในการเข้าซื้อหุ้น

สำหรับระยะถัดไป นักลงทุนจะจับตาสามปัจจัยหลัก ได้แก่ ทิศทางราคาน้ำมัน ความชัดเจนของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และสัญญาณจาก Federal Reserve หากราคาน้ำมันยังยืนสูงและ Bond Yield ยังเพิ่มขึ้น ตลาดหุ้นอาจยังแกว่งตัวผันผวนต่อไป โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูง

สรุปข่าวตลาดหุ้นสหรัฐล่าสุด

Dow, S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวลดลงพร้อมกัน หลังราคาน้ำมันพุ่งแรงจากความตึงเครียดเกี่ยวกับอิหร่าน ขณะที่ Bond Yield สูงขึ้นทำให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อกลับมาเด่นชัด แม้ Nvidia จะรายงานผลประกอบการแข็งแกร่งและประกาศซื้อหุ้นคืนครั้งใหญ่ แต่ก็ยังไม่สามารถยกระดับความเชื่อมั่นของตลาดได้เต็มที่

ตลาดในตอนนี้จึงอยู่ในภาวะ “ระวังตัวมากขึ้น” นักลงทุนไม่ได้มองแค่กำไรของบริษัท แต่ยังประเมินความเสี่ยงจากพลังงาน เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และภูมิรัฐศาสตร์ไปพร้อมกัน ข่าวนี้จึงเป็นสัญญาณสำคัญว่า แม้กระแส AI ยังแข็งแรง แต่ตลาดหุ้นสหรัฐยังต้องเผชิญบททดสอบใหญ่จากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก

#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง