ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าใกล้จุดสูงสุด 6 สัปดาห์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนดีลสหรัฐฯ-อิหร่าน จับตา ETF กลุ่มได้ประโยชน์และเสียประโยชน์

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าใกล้จุดสูงสุด 6 สัปดาห์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนดีลสหรัฐฯ-อิหร่าน จับตา ETF กลุ่มได้ประโยชน์และเสียประโยชน์

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:EEM

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าใกล้จุดสูงสุด 6 สัปดาห์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนดีลสหรัฐฯ-อิหร่าน

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงยืนแข็งแกร่งในตลาดเงินโลก หลังนักลงทุนประเมินความไม่แน่นอนของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยรายงานล่าสุดระบุว่า Dollar Index เคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ขณะที่ราคาน้ำมันยังได้รับแรงหนุนจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง

แรงหนุนหลักของดอลลาร์: ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ตลาดการเงินกำลังจับตาว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะนำไปสู่ข้อตกลงได้จริงหรือไม่ แม้จะมีสัญญาณเชิงบวกบางส่วน แต่ยังมีประเด็นสำคัญที่ตกลงกันไม่ได้ เช่น โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และความกังวลเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก

เมื่อนักลงทุนไม่มั่นใจต่อสถานการณ์โลก เงินทุนมักไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยหรือสกุลเงินหลักอย่าง U.S. dollar ทำให้ดอลลาร์ได้รับแรงซื้อเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังออกมาค่อนข้างแข็งแรง เช่น ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ลดลง และภาคการผลิตที่ยังส่งสัญญาณดี ก็ช่วยหนุนมุมมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีแรงพอจะรับมือกับความผันผวนได้

ราคาน้ำมันพุ่ง เพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น โดย Brent crude เคลื่อนไหวเหนือระดับ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในบางช่วง เนื่องจากตลาดยังไม่มั่นใจว่าการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านจะลดความตึงเครียดได้จริง

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจทำให้ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งเพิ่มขึ้น ซึ่งสุดท้ายอาจกดดันเงินเฟ้อให้สูงต่อไป หากเงินเฟ้อยังไม่ลดลงตามที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed ต้องการ ตลาดก็อาจคาดว่า Fed จะคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น หรืออาจมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยอีกในอนาคต

ผลกระทบต่อทองคำและสินทรัพย์ปลอดภัย

โดยทั่วไป ทองคำมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงวิกฤต แต่รอบนี้ภาพค่อนข้างซับซ้อน เพราะดอลลาร์ที่แข็งค่าและ Bond yield ที่สูงขึ้นกดดันราคาทองคำ รายงานระบุว่าทองคำมีแนวโน้มปิดสัปดาห์ในแดนลบ แม้ความเสี่ยงในตะวันออกกลางยังไม่จบ

เหตุผลคือเมื่อดอลลาร์แข็ง ราคาทองคำที่ซื้อขายเป็นดอลลาร์จะดูแพงขึ้นสำหรับนักลงทุนต่างชาติ และเมื่อผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้น ทองคำซึ่งไม่มีดอกเบี้ยก็อาจดูน่าสนใจน้อยลงในระยะสั้น

ETF ที่อาจได้ประโยชน์จากดอลลาร์แข็ง

1. ETF อิงดอลลาร์สหรัฐ

กลุ่มที่มีโอกาสได้แรงหนุนโดยตรงคือ ETF ที่อิงกับค่าเงินดอลลาร์ เช่น กองทุนที่เคลื่อนไหวตาม U.S. Dollar Index หรือกองทุนที่ลงทุนในสินทรัพย์เงินสดสกุลดอลลาร์ หากดอลลาร์ยังแข็งต่อเนื่อง กลุ่มนี้อาจได้รับความสนใจจากนักลงทุนที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน

2. ETF กลุ่มพลังงาน

หากราคาน้ำมันยังสูงจากความเสี่ยงด้านอุปทาน ETF กลุ่มพลังงานหรือ Energy ETF อาจได้ประโยชน์ เพราะบริษัทน้ำมันและก๊าซมีโอกาสรับรายได้เพิ่มขึ้นจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม กลุ่มนี้มีความผันผวนสูงและขึ้นอยู่กับข่าวการเมืองระหว่างประเทศอย่างมาก

3. ETF หุ้น Defensive

ในช่วงที่ตลาดไม่แน่นอน นักลงทุนบางส่วนอาจย้ายเงินไปยังหุ้นกลุ่ม Defensive เช่น สาธารณูปโภค สินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น และ Healthcare ETF เพราะธุรกิจเหล่านี้มักมีรายได้ค่อนข้างมั่นคง แม้เศรษฐกิจผันผวน

ETF ที่อาจเสียประโยชน์จากดอลลาร์แข็ง

1. ETF ตลาดเกิดใหม่

Emerging Markets ETF อาจเจอแรงกดดัน เพราะดอลลาร์แข็งมักทำให้เงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ อีกทั้งประเทศที่นำเข้าน้ำมันจำนวนมากอาจเจอต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ส่งผลต่อเงินเฟ้อ ค่าเงิน และกำไรบริษัทจดทะเบียน

2. ETF ทองคำ

Gold ETF อาจถูกกดดันในระยะสั้น หากดอลลาร์ยังแข็งและตลาดคาดว่าดอกเบี้ยสหรัฐฯ จะอยู่ในระดับสูงนานขึ้น แม้ทองคำยังมีบทบาทเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง แต่แรงกดดันจากค่าเงินและดอกเบี้ยอาจทำให้ราคาผันผวน

3. ETF หุ้นต่างประเทศที่ไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน

กองทุนหุ้นต่างประเทศแบบ unhedged อาจได้รับผลกระทบจากค่าเงิน เมื่อดอลลาร์แข็งเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ผลตอบแทนที่แปลงกลับเป็นดอลลาร์อาจลดลง โดยเฉพาะกองทุนที่ลงทุนในยุโรป เอเชีย หรือประเทศที่ค่าเงินอ่อนลงเร็ว

นักลงทุนควรจับตาอะไรต่อไป

ประเด็นสำคัญที่ตลาดจะติดตามต่อไป ได้แก่ ความคืบหน้าการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน ทิศทางราคาน้ำมัน ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ และสัญญาณจาก Fed หากความตึงเครียดลดลง ดอลลาร์อาจอ่อนตัวลงได้ แต่ถ้าความเสี่ยงยังยืดเยื้อ เงินดอลลาร์และสินทรัพย์ปลอดภัยบางกลุ่มอาจยังได้รับแรงหนุน

สรุปคือ ภาวะดอลลาร์แข็งในครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เป็นผลรวมของความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ นักลงทุนที่สนใจ ETF จึงควรดูทั้งโอกาสและความเสี่ยง ไม่ควรเลือกลงทุนจากข่าวระยะสั้นเพียงอย่างเดียว

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นการสรุปและเรียบเรียงข่าวเพื่อให้เข้าใจง่าย ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง