สหรัฐฯ เผยตัวเลขเงินเฟ้อ PCE เดือนธันวาคม 2025 สูงกว่าคาด ส่งสัญญาณเงินเฟ้อยังดื้อดึง

สหรัฐฯ เผยตัวเลขเงินเฟ้อ PCE เดือนธันวาคม 2025 สูงกว่าคาด ส่งสัญญาณเงินเฟ้อยังดื้อดึง

โดย ADMIN

ตัวเลขเงินเฟ้อ PCE เดือนธันวาคม 2025 แรงกว่าคาด

กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกาเปิดเผยตัวเลข ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (Personal Consumption Expenditures Index หรือ PCE) ประจำเดือนธันวาคม 2025 ออกมาแล้ว โดยพบว่าตัวเลขเงินเฟ้อทั้งแบบรายเดือนและรายปีสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้เล็กน้อย ซึ่งยังคงอยู่เหนือเป้าหมายเงินเฟ้อระยะยาวของ Federal Reserve (เฟด) ที่ 2% ต่อปี

ผลรายงาน PCE เดือนธันวาคม: สูงกว่าคาด

รายงานจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า:

  • PCE headline (รวมอาหารและพลังงาน): เพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบเดือนก่อน และเพิ่มขึ้น 2.9% เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 0.3% และ 2.8% ตามลำดับ
  • Core PCE (ไม่รวมอาหารและพลังงาน): เพิ่มขึ้น 0.4% รายเดือน และเพิ่มขึ้น 3.0% รายปี ซึ่งก็สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้เช่นกัน

ทำไมตัวเลขนี้จึงสำคัญ?

ดัชนี PCE เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดเงินเฟ้อที่ เฟดใช้เป็นข้อมูลชี้นำ มากที่สุด เพราะแสดงภาพราคาสินค้าและบริการอย่างกว้างขวาง ตัวเลขที่สูงแสดงให้เห็นว่า แรงกดดันเงินเฟ้อยังไม่ลดลงเท่าที่ควร แม้หลังจากหลายเดือนของการขึ้นดอกเบี้ยและมาตรการควบคุมราคา

ผลที่อาจกระทบการตัดสินใจนโยบายของเฟด

ตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดหมายทำให้ โอกาสในการตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ย ของเฟดลดลง เพราะสถาบันการเงินกลางมักจะรอให้เงินเฟ้อยืนใกล้เป้าหมาย 2% ก่อนจึงจะลดดอกเบี้ยได้อย่างมั่นใจ

ในรายงานการประชุมเฟดครั้งล่าสุด ผู้กำหนดนโยบายระบุว่าพวกเขายังต้องการหลักฐานที่ชัดเจนมากขึ้นว่าการเงินเฟ้อกำลังลดลงอย่างแท้จริงก่อนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง

สถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังมีแรงกดดัน

ถึงแม้ว่าอัตราเงินเฟ้อโดยรวมจะต่ำกว่าจุดสูงสุดที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2022 ที่เกือบ 7% แต่ข้อมูลล่าสุดยังสะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ

  • การใช้จ่ายของผู้บริโภคยังคงแข็งแกร่ง
  • ราคาในหมวดเฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า และของใช้ประจำวันยังปรับตัวขึ้น
  • แม้ราคาพลังงานบางหมวดจะลดลง แต่ไม่เพียงพอจะดึงตัวเลขเงินเฟ้อลงมาอย่างมาก

ผลสะเทือนต่อผู้บริโภคและตลาดการเงิน

ตัวเลขเงินเฟ้อที่ “ดื้อด้าน” นี้ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า ผู้บริโภคจะยังคงเผชิญแรงกดดันจากราคาสินค้าที่สูง ซึ่งอาจกระทบกำลังซื้อและการออม นอกจากนี้ ตลาดหุ้นบางส่วนก็แสดงสัญญาณระมัดระวังเนื่องจากคาดเดาการดำเนินนโยบายของเฟดในปี 2026 ว่าจะยังไม่รีบลดดอกเบี้ย เพราะต้องการควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ใกล้เป้าหมายมากขึ้น

ภาพรวม: ยังต้องจับตาแนวโน้มเงินเฟ้อ

ตัวเลข PCE เดือนธันวาคมชี้ให้เห็นว่าการควบคุมเงินเฟ้อยังไม่ถึงเป้าหมายง่าย ๆ และอาจทำให้เฟดยังคงยืดหยุ่นในเรื่องนโยบายการเงินต่อไป นอกจากนี้ยังเป็นข้อมูลสำคัญในการคาดการณ์ทั้งอัตราดอกเบี้ยและการเติบโตของเศรษฐกิจในปี 2026 รวมถึงแรงกดดันจากปัจจัยอื่น ๆ เช่นราคาสินค้าโภคภัณฑ์และต้นทุนบริการที่ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ผล PCE เดือนธันวาคมสูงกว่าคาด ทั้งแบบรายเดือนและรายปี
  • เงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมายของเฟด ซึ่งอาจทำให้การลดดอกเบี้ย “ช้ากว่าคาด”
  • แรงกดดันเงินเฟ้อยังมาจากการใช้จ่ายและราคาสินค้าหลายหมวดที่ยังเพิ่มขึ้น
  • ผู้บริโภคและตลาดการเงินยังต้องจับตาทิศทางนโยบายการเงินอย่างใกล้ชิด
#PCE #เงินเฟ้อ #Fed #เศรษฐกิจสหรัฐ #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง