
Amazon มีลุ้นแตะ 375 ดอลลาร์ในปี 2026? เจาะลึกเหตุผลที่ทำให้นักวิเคราะห์เชื่อว่า AMZN ยังไปได้อีกไกล
Amazon อาจพุ่งสู่ 375 ดอลลาร์ในปีนี้จริงหรือ?
หุ้นของ Amazon (NASDAQ: AMZN) กลับมาเป็นที่จับตามองของนักลงทุนทั่วโลกอีกครั้ง หลังจากหลายสำนักวิเคราะห์มองว่าราคาหุ้นอาจมีโอกาสแตะระดับ 375 ดอลลาร์ ภายในปี 2026 หากธุรกิจหลักอย่าง AWS, AI Infrastructure และธุรกิจค้าปลีกยังเติบโตได้ต่อเนื่อง
รายงานจาก 247WallSt ระบุว่า Amazon ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทขายสินค้าออนไลน์อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐานของโลกดิจิทัล” ที่ครอบคลุมตั้งแต่ Cloud Computing, AI, Logistics, Streaming, Healthcare ไปจนถึงธุรกิจดาวเทียมอินเทอร์เน็ต
ธุรกิจ AWS ยังคือหัวใจสำคัญของ Amazon
แม้หลายคนจะรู้จัก Amazon จากแพลตฟอร์ม E-commerce แต่ในมุมของ Wall Street แล้ว ธุรกิจที่นักลงทุนให้ความสำคัญมากที่สุดกลับเป็น Amazon Web Services (AWS) ซึ่งเป็นบริการ Cloud Computing อันดับ 1 ของโลก
ในไตรมาสล่าสุด AWS มีรายได้เติบโตถึง 28% แตะระดับประมาณ 37.6 พันล้านดอลลาร์ และทำอัตรากำไรจากการดำเนินงานสูงถึง 38% ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับธุรกิจค้าปลีกทั่วไป
จุดสำคัญคือ AWS กำลังกลายเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันด้าน AI โดยบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จำนวนมากเริ่มเช่าโครงสร้างพื้นฐานของ Amazon เพื่อใช้ฝึกโมเดล AI ขนาดใหญ่
OpenAI และ Anthropic คือแรงหนุนสำคัญ
รายงานเผยว่า Amazon ได้รับดีลระยะยาวจากบริษัท AI ชั้นนำ เช่น:
- OpenAI ใช้งานชิป AI ของ Amazon ในระดับหลาย Gigawatt
- Anthropic ลงทุนและใช้ Infrastructure ของ AWS อย่างต่อเนื่อง
- Amazon กำลังผลักดันชิป AI ของตัวเองอย่าง Trainium และ Inferentia
นักวิเคราะห์มองว่า หาก AI Boom ยังเดินหน้าต่อ AWS จะกลายเป็นเครื่องจักรผลิตกำไรขนาดมหาศาลให้ Amazon ในระยะยาว
Amazon ไม่ใช่แค่ร้านค้าออนไลน์อีกต่อไป
CEO ของ Amazon อย่าง Andy Jassy กล่าวว่าบริษัทกำลังขยายตัวในหลายอุตสาหกรรมพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น:
- E-commerce
- Cloud Computing
- AI Infrastructure
- Streaming และภาพยนตร์
- Healthcare
- Robotaxi
- Satellite Internet
- Smart Devices
หนึ่งในโปรเจกต์ที่ถูกพูดถึงมากคือภาพยนตร์ Project Hail Mary ของ Amazon MGM Studios ที่สามารถทำรายได้ Box Office เกือบ 615 ล้านดอลลาร์
ขณะเดียวกัน Amazon ยังเดินหน้าธุรกิจดาวเทียมอินเทอร์เน็ต เพื่อแข่งขันกับ Starlink ของ Elon Musk อีกด้วย
รายได้รวมยังเติบโตแข็งแกร่ง
ผลประกอบการล่าสุดของ Amazon ถือว่าแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาด:
- รายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 181.5 พันล้านดอลลาร์
- เติบโต 17% เมื่อเทียบกับปีก่อน
- กำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 2.78 ดอลลาร์
ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ Wall Street คาดการณ์ไว้พอสมควร ทำให้นักลงทุนเริ่มกลับมามองว่า Amazon อาจเข้าสู่รอบการเติบโตครั้งใหม่
แล้วทำไมบางคนเชื่อว่าหุ้นอาจแตะ 375 ดอลลาร์?
ปัจจุบันหุ้น Amazon ซื้อขายอยู่แถวประมาณ 260-270 ดอลลาร์ ดังนั้นหากจะขึ้นไปแตะ 375 ดอลลาร์จริง หมายความว่าต้องปรับตัวขึ้นอีกประมาณ 40-45%
นักวิเคราะห์ที่เชื่อในเป้าหมายดังกล่าว มองจากปัจจัยสำคัญหลายข้อ:
1. AI Spending ยังเพิ่มต่อเนื่อง
ทั่วโลกกำลังเข้าสู่ยุค AI Infrastructure Race บริษัทเทคโนโลยีต่างเร่งลงทุน Data Center และ GPU จำนวนมหาศาล ซึ่ง AWS คือผู้ได้ประโยชน์โดยตรง
2. AWS Margin สูงมาก
แม้ธุรกิจ Retail จะใช้ต้นทุนสูง แต่ AWS มีอัตรากำไรสูงกว่าอย่างชัดเจน หากสัดส่วนรายได้จาก Cloud เพิ่มขึ้น กำไรรวมของ Amazon ก็จะโตแรง
3. Amazon มี Ecosystem ขนาดมหาศาล
Amazon มีทั้ง Prime, Alexa, AWS, Logistics, Ads และ Marketplace ซึ่งช่วยสร้างฐานผู้ใช้งานระยะยาวและยากที่คู่แข่งจะเข้ามาแทนที่
4. ธุรกิจโฆษณากำลังโตเร็ว
อีกหนึ่งธุรกิจที่หลายคนมองข้ามคือ Amazon Advertising ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นแพลตฟอร์มโฆษณาออนไลน์ขนาดใหญ่รองจาก Google และ Meta
รายได้จาก Ads มี Margin สูง และกำลังเติบโตเร็วมาก เพราะแบรนด์ต่างๆ ต้องการซื้อโฆษณาบนหน้า Search ของ Amazon
แต่ยังมีความเสี่ยงที่ต้องจับตา
แม้แนวโน้มจะดูแข็งแกร่ง แต่ Amazon ก็ยังมีความเสี่ยงสำคัญหลายด้าน
ต้นทุนลงทุนมหาศาล
Amazon ใช้เงินลงทุนใน Data Center และ AI Infrastructure จำนวนมาก โดยล่าสุด CapEx ไตรมาสเดียวสูงถึง 44.2 พันล้านดอลลาร์
นอกจากนี้หนี้ระยะยาวของบริษัทก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน
การแข่งขัน AI รุนแรง
Amazon ต้องแข่งขันโดยตรงกับ:
- Microsoft Azure
- Google Cloud
- NVIDIA
- Oracle Cloud
หาก AWS สูญเสีย Market Share ในอนาคต อาจกระทบต่อ Valuation ของบริษัททันที
เศรษฐกิจชะลอตัวอาจกระทบ E-commerce
หากเศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะชะลอตัว ผู้บริโภคอาจลดการใช้จ่าย ซึ่งจะส่งผลต่อรายได้จากธุรกิจ Retail
Wall Street ยังมองบวกต่อ Amazon
ข้อมูลจากนักวิเคราะห์หลายสำนักพบว่า ส่วนใหญ่ยังคงให้คำแนะนำ “Buy” กับหุ้น Amazon
หลายบริษัทปรับเพิ่ม Price Target หลังเห็นการเติบโตของ AI และ AWS โดยบางแห่งเริ่มมองเป้าหมายระยะยาวใกล้ระดับ 350-375 ดอลลาร์
สิ่งที่ทำให้นักลงทุนมั่นใจคือ Amazon ยังมี “ธุรกิจแห่งอนาคต” อยู่หลายส่วน และสามารถสร้างกระแสรายได้จากหลายอุตสาหกรรมพร้อมกัน
Amazon กำลังเปลี่ยนจากบริษัท Tech เป็น Infrastructure ของโลก?
นักวิเคราะห์บางคนเริ่มเปรียบ Amazon กับบริษัทสาธารณูปโภคยุคใหม่ เพราะบริการของบริษัทเริ่มกลายเป็นส่วนสำคัญของโลกดิจิทัล
ตั้งแต่การซื้อสินค้าออนไลน์ การใช้ Cloud การสตรีมภาพยนตร์ ไปจนถึงระบบ AI เบื้องหลังแอปต่างๆ หลายอย่างล้วนพึ่งพา Amazon มากขึ้นเรื่อยๆ
หากบริษัทสามารถรักษาการเติบโตของ AWS และ AI ได้ต่อเนื่อง ก็มีโอกาสไม่น้อยที่ราคาหุ้นจะเดินหน้าไปสู่ระดับใหม่ในอนาคต
สรุปภาพรวมการลงทุน
Amazon กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากบริษัท E-commerce สู่ผู้นำด้าน AI และ Cloud Infrastructure ระดับโลก
แม้จะยังมีความเสี่ยงจากต้นทุนลงทุนสูงและการแข่งขันรุนแรง แต่ศักยภาพการเติบโตของ AWS และธุรกิจ AI ทำให้นักลงทุนจำนวนมากยังคงเชื่อมั่นในอนาคตของบริษัท
คำถามสำคัญตอนนี้จึงไม่ใช่ว่า Amazon จะโตหรือไม่ แต่คือ “จะโตได้เร็วแค่ไหน” ในยุคที่ AI กำลังเปลี่ยนโลกธุรกิจทั้งหมด
อ่านต้นฉบับเพิ่มเติมได้ที่
#Amazon #AMZN #หุ้นเทคโนโลยี #AI #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น