
Hagens Berman เตือนนักลงทุน Coty (COTY) หลังถูกฟ้องคดีหลักทรัพย์ ปมปกปิดแนวโน้มธุรกิจถดถอย หุ้นร่วงหนักกว่า 8%
Hagens Berman เตือนนักลงทุน Coty หลังเผชิญคดีฟ้องร้องด้านหลักทรัพย์
บริษัทกฎหมายด้านสิทธิผู้ถือหุ้นชื่อดังอย่าง Hagens Berman Sobol Shapiro LLP ออกประกาศเตือนนักลงทุนของ Coty Inc. (NYSE: COTY) หลังบริษัทกำลังเผชิญกับคดีแบบกลุ่ม (Securities Class Action) จากข้อกล่าวหาว่าอาจมีการปกปิดข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับแนวโน้มธุรกิจที่กำลังอ่อนแอลง ส่งผลให้นักลงทุนจำนวนมากได้รับความเสียหายจากราคาหุ้นที่ร่วงลงอย่างรุนแรง
รายงานดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่าน PR Newswire เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2026 โดยระบุว่าคดีนี้ครอบคลุมนักลงทุนที่ซื้อหรือถือหุ้น Coty ในช่วงระหว่างวันที่ 5 พฤศจิกายน 2025 ถึง 4 กุมภาพันธ์ 2026
ราคาหุ้น Coty ร่วงหนัก หลังประกาศผลประกอบการและ CEO ลาออก
จุดเริ่มต้นของแรงกดดันเกิดขึ้นหลัง Coty เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2026 เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาด้านการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจ Consumer Beauty ที่กำไรจากการดำเนินงานลดลงมากกว่า 70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
นอกจากนี้ ธุรกิจ Prestige ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเซกเมนต์หลักของบริษัท ก็มีรายได้จากการดำเนินงานลดลงกว่า 18% ส่งผลให้บริษัทต้องตัดสินใจถอนประมาณการ EBITDA และกระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow Guidance) สำหรับปีงบประมาณ 2026
สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายขึ้นเมื่อ Sue Y. Nabi อดีต CEO ของบริษัทประกาศลาออกแบบกะทันหันก่อนหน้านั้นในเดือนธันวาคม 2025 โดยไม่มีการชี้แจงรายละเอียดอย่างชัดเจน ทำให้นักลงทุนจำนวนมากเกิดความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพขององค์กร
ข้อกล่าวหาสำคัญ: Coty อาจปกปิดข้อมูลด้านลบจากนักลงทุน
ตามคำร้องในคดี ระบุว่า Coty ได้ให้ข้อมูลที่ “คลาดเคลื่อนหรือทำให้เข้าใจผิด” เกี่ยวกับแนวโน้มธุรกิจของบริษัท โดยเฉพาะหลังการประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2026 เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2025
ในเวลานั้น บริษัทได้แสดงความมั่นใจต่อนักลงทุนว่าแนวโน้มยอดขายและผลประกอบการจะค่อย ๆ ฟื้นตัวตลอดปีงบประมาณ 2026 พร้อมยืนยันเป้าหมาย EBITDA ที่ระดับ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายผู้ฟ้องร้องระบุว่า ในความเป็นจริงแล้ว Coty ทราบดีว่า:
- ตลาด Consumer Beauty กำลังอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง
- ต้นทุนด้านการตลาดเพิ่มสูงขึ้นจนกระทบ Margin
- ธุรกิจน้ำหอมระดับ Prestige เริ่มชะลอตัว
- สภาพแวดล้อมการแข่งขันด้านโปรโมชั่นรุนแรงขึ้น
- Retailer หลายรายลดการสต๊อกสินค้า (Destocking)
แต่ข้อมูลเหล่านี้กลับไม่ได้ถูกเปิดเผยต่อนักลงทุนอย่างครบถ้วนในช่วงเวลานั้น
หุ้น Coty ดิ่งกว่า 8% ภายในวันเดียว
หลังการเปิดเผยผลประกอบการและการถอน Guidance นักลงทุนตอบสนองอย่างรุนแรง โดยราคาหุ้น Coty ปรับตัวลดลงมากกว่า 8% ภายในวันเดียว
นักวิเคราะห์มองว่าแรงเทขายดังกล่าวสะท้อนถึงความกังวลของตลาดต่อความโปร่งใสของบริษัท รวมถึงความไม่มั่นใจในทิศทางธุรกิจระยะยาว
ขณะเดียวกัน บริษัทกฎหมายหลายแห่งในสหรัฐฯ เริ่มทยอยออกประกาศเชิญชวนนักลงทุนที่ได้รับผลกระทบเข้าร่วมคดีแบบกลุ่ม ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อราคาหุ้น
Hagens Berman เดินหน้าสอบสวนเต็มรูปแบบ
ทางด้าน Reed Kathrein พาร์ทเนอร์ของ Hagens Berman ซึ่งเป็นผู้ดูแลคดีนี้ เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทกำลังตรวจสอบว่า Coty มีเจตนาในการปกปิดข้อมูลที่อาจกระทบต่อราคาหุ้นหรือไม่
เขาระบุว่า ทีมกฎหมายกำลังให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อ:
- แนวโน้มธุรกิจที่อ่อนแอลงแบบ Year-over-Year
- ผลกระทบจากการ Destocking
- การชะลอตัวของตลาด Beauty
- การลาออกอย่างกะทันหันของ CEO
นอกจากนี้ Hagens Berman ยังเรียกร้องให้ผู้ที่มีข้อมูลภายในหรือพยานที่เกี่ยวข้องติดต่อเข้ามา เพื่อช่วยสนับสนุนการสอบสวน
กำหนดเส้นตายสำคัญสำหรับนักลงทุน
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าร่วมเป็นโจทก์นำ (Lead Plaintiff) ในคดีดังกล่าว จะต้องดำเนินการภายในวันที่ 22 พฤษภาคม 2026
แม้ผู้ลงทุนจะไม่ได้เป็นโจทก์นำ ก็ยังสามารถเข้าร่วมในคดีแบบกลุ่มและอาจมีสิทธิได้รับค่าชดเชยหากศาลตัดสินว่าบริษัทมีความผิดจริง
Coty คือใคร?
Coty Inc. ถือเป็นหนึ่งในบริษัทด้านความงามและเครื่องสำอางรายใหญ่ของโลก มีแบรนด์ในเครือจำนวนมากทั้งในกลุ่ม:
- น้ำหอม (Fragrance)
- เครื่องสำอาง (Color Cosmetics)
- สกินแคร์และบอดี้แคร์ (Skin & Body Care)
บริษัทดำเนินธุรกิจผ่านสองเซกเมนต์หลัก ได้แก่:
1. Prestige
กลุ่มแบรนด์หรูและน้ำหอมระดับพรีเมียม ซึ่งเคยเป็นตัวขับเคลื่อนรายได้สำคัญของบริษัท
2. Consumer Beauty
กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคทั่วไป เช่น เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายในตลาด Mass Market
อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลัง ตลาด Consumer Beauty เผชิญการแข่งขันที่รุนแรง รวมถึงแรงกดดันด้านราคาและต้นทุนการตลาดที่สูงขึ้น
นักวิเคราะห์มองอย่างไรต่ออนาคตของ Coty?
แม้ Coty จะยังคงมีแบรนด์ระดับโลกและฐานลูกค้าจำนวนมาก แต่นักวิเคราะห์มองว่าบริษัทกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้านพร้อมกัน ทั้ง:
- ความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ลดลง
- แรงกดดันจากคดีความ
- การแข่งขันในอุตสาหกรรม Beauty
- การบริหารต้นทุนและ Margin
- ภาวะเศรษฐกิจที่กระทบกำลังซื้อผู้บริโภค
หากบริษัทไม่สามารถฟื้นความเชื่อมั่นของตลาดได้ในระยะสั้น อาจส่งผลต่อทั้งราคาหุ้นและศักยภาพการเติบโตในอนาคต
บทสรุป
กรณีของ Coty กลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสำคัญของบริษัทจดทะเบียนที่ถูกจับตาเรื่องความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ผลประกอบการเริ่มชะลอตัว
แม้ข้อกล่าวหาทั้งหมดยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล และยังไม่มีคำตัดสินว่าบริษัทกระทำผิดจริง แต่เหตุการณ์นี้ได้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน รวมถึงมูลค่าหุ้นในตลาด
นักลงทุนทั่วโลกจึงยังคงติดตามอย่างใกล้ชิดว่า Coty จะสามารถกอบกู้สถานการณ์และฟื้นฟูความเชื่อมั่นกลับมาได้หรือไม่ในระยะต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับเพิ่มเติมได้ที่[PR Newswire](https://www.prnewswire.com/news-releases/coty-8-day-deadline-alert-coty-inc-coty-investors-face-losses-following-company-allegedly-concealed-deteriorating-trends-hagens-berman-302772625.html?utm_source=chatgpt.com)
#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น