ดาวโจนส์จ่อปิดเหนือ 50,000 จุด หลัง Cisco หนุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ท่ามกลางแรงกดดันสงครามอิหร่านและความหวังเจรจาจีน-ทรัมป์

ดาวโจนส์จ่อปิดเหนือ 50,000 จุด หลัง Cisco หนุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ท่ามกลางแรงกดดันสงครามอิหร่านและความหวังเจรจาจีน-ทรัมป์

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:DOW

ดาวโจนส์จ่อปิดเหนือ 50,000 จุด หลัง Cisco หนุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ท่ามกลางแรงกดดันสงครามอิหร่านและความหวังเจรจาจีน-ทรัมป์

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นแรงในวันพฤหัสบดี หลังหุ้น Cisco Systems พุ่งขึ้นอย่างโดดเด่นจากผลประกอบการที่ดีกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ ส่งผลให้ดัชนี Dow Jones Industrial Average มีโอกาสปิดเหนือระดับ 50,000 จุดเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่สงครามกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้น ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตาความเคลื่อนไหวระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ซึ่งอาจมีบทบาทต่อสถานการณ์พลังงานโลกและราคาน้ำมัน

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เดินหน้าทำสถิติใหม่

ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้นราว 0.9% และขยับเข้าใกล้ระดับสูงสุดตลอดกาลที่เพิ่งทำไว้ก่อนหน้า ส่วน Nasdaq Composite เพิ่มขึ้นประมาณ 1% ขณะที่ Dow Jones เพิ่มขึ้นราว 386 จุด หรือ 0.8% ณ ช่วงสายตามเวลา Eastern Time สะท้อนแรงซื้อที่กลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI

แรงหนุนสำคัญมาจาก Cisco ซึ่งราคาหุ้นพุ่งขึ้นประมาณ 15.5% หลังบริษัทเปิดเผยรายได้และกำไรไตรมาสล่าสุดสูงกว่าคาดการณ์ พร้อมให้มุมมองกำไรไตรมาสปัจจุบันที่สดใสกว่าที่ตลาดประเมินไว้ ผู้บริหารของ Cisco ระบุว่าบริษัทเห็นดีมานด์ที่แข็งแกร่งและครอบคลุมในหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์

AI ยังเป็นธีมหลักของตลาดหุ้นปี 2026

กระแส Artificial Intelligence หรือ AI ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของตลาดหุ้นสหรัฐฯ บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยังคงลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั้งชิปประมวลผล ศูนย์ข้อมูล ระบบเครือข่าย และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทำให้บริษัทอย่าง Cisco ได้รับประโยชน์โดยตรงจากความต้องการอุปกรณ์และบริการเครือข่ายที่เพิ่มขึ้น

นอกจาก Cisco แล้ว บริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI อย่าง Cerebras Systems ยังได้รับความสนใจจากนักลงทุน หลังระดมทุนได้หลายพันล้านดอลลาร์จากการเสนอขายหุ้น IPO และเตรียมเริ่มซื้อขายในตลาด Nasdaq ความเคลื่อนไหวนี้ยิ่งตอกย้ำว่า AI ไม่ได้เป็นแค่กระแสระยะสั้น แต่กำลังกลายเป็นแกนหลักของการเติบโตในหลายอุตสาหกรรม

หุ้นนอกกลุ่มเทคโนโลยีก็ปรับขึ้น

แม้ AI จะเป็นพระเอกของตลาด แต่หุ้นกลุ่มอื่นก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดย StubHub Holdings, Viking Holdings และ Yeti Holdings ต่างรายงานผลกำไรดีกว่าคาด ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับขึ้นตามลำดับ กลุ่มบริษัทเหล่านี้สะท้อนว่าผู้บริโภคสหรัฐฯ ยังมีกำลังซื้อในสินค้าหรือบริการที่ไม่ใช่ของจำเป็น เช่น ตั๋วคอนเสิร์ต ทริปล่องเรือ และสินค้าพรีเมียมบางประเภท

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมเศรษฐกิจยังมีความเสี่ยง เนื่องจากครัวเรือนอเมริกันกำลังเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันสูงและเงินเฟ้อที่เกี่ยวข้องกับสงครามอิหร่าน รายงานยอดค้าปลีกล่าสุดชี้ว่าผู้บริโภคใช้จ่ายน้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาด แต่เมื่อไม่นับยอดขายรถยนต์และน้ำมัน การชะลอตัวยังไม่รุนแรงเท่าที่หลายฝ่ายกังวล

ตลาดจับตาจีน ทรัมป์ และช่องแคบฮอร์มุซ

ในต่างประเทศ ตลาดหุ้นยุโรปปรับขึ้น ขณะที่ตลาดเอเชียปิดผสมผสาน ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นลดลงประมาณ 1% ส่วน Kospi ของเกาหลีใต้พุ่งขึ้นราว 1.8% ทำสถิติใหม่จากแรงซื้อหุ้นเกี่ยวกับ AI ด้านตลาดฮ่องกงทรงตัว ส่วนตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ลดลงประมาณ 1.5%

นักลงทุนให้ความสำคัญกับการพบกันระหว่างผู้นำจีนและสหรัฐฯ ที่กรุงปักกิ่ง โดยบางฝ่ายหวังว่าทรัมป์อาจกดดันหรือโน้มน้าวให้จีนใช้ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดกับอิหร่าน เพื่อช่วยผลักดันให้มีการเปิด Strait of Hormuz อีกครั้ง ช่องแคบดังกล่าวเป็นเส้นทางสำคัญของการขนส่งน้ำมันโลก และการปิดเส้นทางจากผลกระทบของสงครามทำให้เรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากติดค้างในอ่าวเปอร์เซีย

ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง

ราคาน้ำมันดิบ Brent ลดลงเล็กน้อยราว 0.6% มาอยู่ที่ประมาณ 104.97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ยังสูงกว่าระดับก่อนสงครามที่อยู่ใกล้ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอย่างมาก ราคาน้ำมันที่สูงเช่นนี้เพิ่มต้นทุนให้ธุรกิจและผู้บริโภค ซึ่งอาจกระทบเงินเฟ้อ การใช้จ่าย และกำไรของบริษัทในระยะต่อไป

ภาพรวมตลาดยังเป็นบวก แต่ความเสี่ยงยังไม่หาย

โดยรวมแล้ว ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการบริษัทที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและ AI แต่ในอีกด้านหนึ่ง นักลงทุนยังต้องระวังความเสี่ยงจากสงคราม ราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ และสัญญาณตลาดแรงงานที่เริ่มอ่อนลง หลังรายงานผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้น แม้ระดับโดยรวมยังไม่สูงเมื่อเทียบกับประวัติศาสตร์

สถานการณ์นี้ทำให้ตลาดอยู่ในภาวะ “บวกแต่ระวัง” กล่าวคือ นักลงทุนยังเชื่อมั่นในกำไรของบริษัทและเทรนด์ AI แต่ก็ยังไม่สามารถมองข้ามปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ได้ หากความตึงเครียดในตะวันออกกลางผ่อนคลาย ราคาน้ำมันอาจลดแรงกดดันลง และช่วยสนับสนุนตลาดหุ้นต่อไป แต่ถ้าสงครามยืดเยื้อ ความผันผวนอาจกลับมาได้ทุกเมื่อ

#ตลาดหุ้นสหรัฐ #Cisco #AIStocks #สงครามอิหร่าน #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง