
จีนเพิ่มทุนสำรองทองคำแตะ 99.5 ตันในเดือนพฤษภาคม เดินหน้าซื้อทองต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 19 ท่ามกลางความไม่แน่นอนเศรษฐกิจโลก
จีนเพิ่มทุนสำรองทองคำต่อเนื่อง เดือนพฤษภาคมซื้อเพิ่มอีก 99.5 ตัน สะท้อนยุทธศาสตร์ลดความเสี่ยงจากเงินดอลลาร์
ธนาคารกลางจีน หรือ People’s Bank of China (PBOC) ยังคงเดินหน้าสะสมทองคำเข้าคลังสำรองระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่า จีนได้เพิ่มปริมาณทองคำสำรองในเดือนพฤษภาคม 2026 ส่งผลให้การซื้อทองคำของประเทศดำเนินต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 19 ติดต่อกัน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาการสะสมทองคำที่ยาวนานที่สุดของจีนในรอบหลายปีที่ผ่านมา
ปริมาณทองคำสำรองของจีนเพิ่มขึ้นอีกในเดือนพฤษภาคม
ข้อมูลจาก PBOC ระบุว่า ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2026 ปริมาณทองคำสำรองของจีนเพิ่มขึ้นเป็น 74.96 ล้านทรอยออนซ์ จากระดับ 74.64 ล้านทรอยออนซ์ในเดือนเมษายน คิดเป็นการเพิ่มขึ้นประมาณ 320,000 ทรอยออนซ์ หรือราว 9.95 ตัน ของทองคำบริสุทธิ์
การเพิ่มขึ้นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าจีนยังคงให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยงของสินทรัพย์สำรองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญกับความผันผวนจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการเงินของประเทศมหาอำนาจ และความไม่แน่นอนของตลาดการเงินโลก
มูลค่าทองคำสำรองลดลง แม้ปริมาณเพิ่มขึ้น
แม้ว่าปริมาณทองคำในคลังสำรองจะเพิ่มขึ้น แต่ข้อมูลยังแสดงให้เห็นว่า มูลค่ารวมของทองคำสำรองจีน ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม อยู่ที่ประมาณ 340.75 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากระดับ 344.17 พันล้านดอลลาร์ในเดือนก่อนหน้า เนื่องจากราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวลดลงในช่วงเดือนพฤษภาคม
นักวิเคราะห์มองว่า การลดลงของมูลค่าทองคำสำรองไม่ได้สะท้อนถึงการอ่อนแอของสินทรัพย์ แต่เป็นผลจากความผันผวนระยะสั้นของราคาทองคำในตลาดโลก ซึ่งเป็นเรื่องปกติของสินทรัพย์ประเภท Safe Haven Asset หรือสินทรัพย์ปลอดภัย
เหตุใดจีนจึงเดินหน้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินของจีนมองว่า การเพิ่มทองคำสำรองอย่างต่อเนื่องมีเป้าหมายหลักหลายประการ ได้แก่
1. กระจายความเสี่ยงจากเงินดอลลาร์สหรัฐ
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ขึ้นอยู่กับนโยบายการเงินของประเทศใดประเทศหนึ่ง แตกต่างจากการถือครองพันธบัตรหรือเงินตราต่างประเทศ ดังนั้นการถือทองคำมากขึ้นจึงช่วยลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์และเพิ่มความมั่นคงของทุนสำรองระหว่างประเทศ
2. ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ
ทองคำได้รับการยอมรับมายาวนานว่าเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ เมื่อมูลค่าของสกุลเงินลดลง ทองคำมักรักษามูลค่าได้ดีกว่าสินทรัพย์ทางการเงินหลายประเภท
3. เสริมความน่าเชื่อถือของเงินหยวน
นักเศรษฐศาสตร์จีนเชื่อว่า การมีทองคำสำรองในระดับสูงช่วยสนับสนุนความน่าเชื่อถือของสกุลเงินหยวนในเวทีโลก และอาจมีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการผลักดันการใช้เงินหยวนในธุรกรรมระหว่างประเทศมากขึ้นในอนาคต
จีนเป็นหนึ่งในผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ของโลก
ข้อมูลจาก World Gold Council (WGC) ระบุว่า ก่อนหน้านี้ในเดือนเมษายน 2026 จีนได้ซื้อทองคำเพิ่มอีก 8 ตัน ซึ่งถือเป็นการซื้อรายเดือนสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2024 และทำให้การสะสมทองคำต่อเนื่องของจีนยืดเยื้อเป็น 18 เดือนติดต่อกันในขณะนั้น
การซื้อเพิ่มเติมในเดือนพฤษภาคมทำให้แนวโน้มดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป โดยปัจจุบันจีนถือครองทองคำมากกว่า 2,300 ตัน และมีสัดส่วนประมาณ 9% ของทุนสำรองระหว่างประเทศทั้งหมดของประเทศ
ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงสะสมทองคำ
จีนไม่ได้เป็นประเทศเดียวที่เพิ่มทองคำสำรองในช่วงที่ผ่านมา หลายธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะในยุโรปตะวันออกและเอเชีย ยังคงเดินหน้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงของระบบการเงินโลก และความผันผวนของค่าเงินหลักต่าง ๆ
รายงานของ WGC ระบุว่า ธนาคารกลางทั่วโลกกลับมาเป็นผู้ซื้อทองคำสุทธิอีกครั้งในเดือนเมษายน โดยมีการซื้อรวมกว่า 17 ตัน หลังจากที่เดือนมีนาคมมีการขายสุทธิออกสู่ตลาดบางส่วน
ราคาทองคำโลกยังเผชิญแรงกดดันระยะสั้น
แม้ว่าความต้องการซื้อทองคำจากธนาคารกลางจะยังอยู่ในระดับสูง แต่ราคาทองคำในตลาดโลกกลับเผชิญแรงกดดันในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา จากปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง การแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ และการปรับฐานหลังจากราคาทองคำปรับขึ้นอย่างร้อนแรงตลอดหลายปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จำนวนมากยังมองว่า แนวโน้มระยะยาวของทองคำยังได้รับแรงสนับสนุนจากการเข้าซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก รวมถึงความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง
ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีนแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 10 ปี
นอกจากการเพิ่มทองคำสำรองแล้ว สำนักงานบริหารเงินตราต่างประเทศของจีน (SAFE) ยังเปิดเผยว่า ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีน ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2026 เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.4422 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นประมาณ 31.7 พันล้านดอลลาร์จากเดือนก่อนหน้า และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2015
การเพิ่มขึ้นของทุนสำรองดังกล่าวสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจจีน ภาคการส่งออกที่ยังเติบโต และความสามารถในการรักษาเสถียรภาพทางการเงินท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
มุมมองต่อทิศทางในอนาคต
การซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องของจีนตลอด 19 เดือนที่ผ่านมา เป็นสัญญาณชัดเจนว่าประเทศกำลังดำเนินยุทธศาสตร์ระยะยาวในการเพิ่มความมั่นคงของสินทรัพย์สำรอง ลดการพึ่งพาสกุลเงินหลักเพียงไม่กี่สกุล และเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจโลกในอนาคต
แม้ว่าราคาทองคำจะมีความผันผวนในระยะสั้น แต่การสะสมทองคำของจีนและธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจสะท้อนทิศทางของระบบการเงินโลกในทศวรรษข้างหน้าได้เป็นอย่างดี
#ทองคำ #ChinaGoldReserves #PBOC #เศรษฐกิจโลก #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น