
เชฟรอนวางแผนปิดดีลขายสินทรัพย์น้ำมันในสิงคโปร์ภายในไตรมาส 1 ปี 2026 — แผนขายโรงกลั่น ท่าเก็บน้ำมัน และสถานีบริการ Caltex
เชฟรอนเตรียมปิดการขายสินทรัพย์ในสิงคโปร์ภายในช่วง Q1 2026
เชฟรอน บริษัทพลังงานรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา กำลังวางแผนที่จะปิดการขายสินทรัพย์ด้านน้ำมันในสิงคโปร์ภายใน ไตรมาสแรกของปี 2026 (Q1) ภายใต้การเจรจาขั้นสุดท้ายกับคู่ค้าหลักอย่าง Eneos จากญี่ปุ่น และ Glencore บริษัทค้าสินค้าโภคภัณฑ์ระดับโลก แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้เปิดเผยกับสำนักข่าว Reuters.
ภาพรวมแผนขายสินทรัพย์
แผนขายครอบคลุมสินทรัพย์หลายรายการที่เชฟรอนเป็นเจ้าของหรือถือหุ้นสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- หุ้น 50% ใน Singapore Refining Company (SRC) — โรงกลั่นน้ำมันความจุประมาณ 290,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะจูรอง (Jurong Island) ในสิงคโปร์.
- Penjuru Terminal — ท่าเก็บและจัดเก็บน้ำมันที่มีความจุมากกว่า 400,000 ลูกบาศก์เมตร.
- สถานีบริการภายใต้แบรนด์ Caltex — ซึ่งรวมถึงสถานีในสิงคโปร์, มาเลเซีย และกัมพูชา.
มูลค่ารวมของสินทรัพย์กลุ่มนี้คาดว่ามีมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (มากกว่า 34,000 ล้านบาท) ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวหลายแหล่ง.
เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของเชฟรอน
การขายสินทรัพย์ในเอเชียเป็นส่วนหนึ่งของ กลยุทธ์การปรับโครงสร้างธุรกิจ (restructuring) ของเชฟรอน ซึ่งมุ่งเน้นการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานทั่วโลก โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกลั่นและการจัดเก็บน้ำมัน.
เชฟรอนไม่ได้ให้การแสดงความเห็นต่อสาธารณะเกี่ยวกับการขายครั้งนี้ และทั้ง Eneos และ Glencore รวมถึงที่ปรึกษาทางการเงินต่างก็ไม่ได้แสดงความเห็นอย่างเป็นทางการเช่นกัน.
ผู้เข้าร่วมเจรจาและบทบาท
Eneos — ผู้ดำเนินการโรงกลั่นรายใหญ่ของญี่ปุ่น
บริษัท Eneos ซึ่งเป็นบริษัทกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และมีโรงกลั่นจำนวนหลายแห่งในประเทศ กำลังอยู่ในขั้นตอนการเจรจาขั้นสุดท้ายกับเชฟรอน.
หากดีลนี้สำเร็จ จะทำให้ Eneos ขยายกิจการนอกประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในด้านโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของบริษัทในภูมิภาคเอเชีย.
Glencore — บริษัทค้าสินค้าโภคภัณฑ์ระดับโลก
Glencore เป็นบริษัทค้าสินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่จากยุโรปที่สนใจขยายเครือข่ายการดำเนินงานในเอเชีย โดยก่อนหน้านี้ผ่านการเข้าซื้อโรงกลั่น Bukom ในสิงคโปร์ผ่านการร่วมทุนกับบริษัท Chandra Asri.
การเข้าเป็นหนึ่งในผู้เข้าชิงการซื้อสินทรัพย์ของเชฟรอน จะช่วยขยาย portfolio ของ Glencore ในภูมิภาคนี้อย่างมาก และเพิ่มปริมาณการค้าขายสินค้าโภคภัณฑ์จากสิงคโปร์ไปทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้.
ที่ปรึกษาทางการเงินและบทบาท
เชฟรอนได้แต่งตั้ง Morgan Stanley เป็นที่ปรึกษาทางการเงินหลักในการจัดการกระบวนการขายสินทรัพย์ รวมถึงการเจรจากับผู้ซื้อที่มีศักยภาพต่างๆ.
นอกจากนี้ บริษัทที่ปรึกษา Boston Consulting Group (BCG) ยังมีบทบาทเป็นที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ให้กับ Eneos ในการพิจารณาข้อเสนอซื้อสินทรัพย์ของเชฟรอนด้วย.
รายละเอียดโรงกลั่นและสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง
Singapore Refining Company (SRC)
SRC เป็นโรงกลั่นน้ำมันที่ตั้งอยู่บนเกาะจูรองในสิงคโปร์ โดยมีกำลังการกลั่นอยู่ที่ประมาณ 290,000 บาร์เรลต่อวัน.
เชฟรอนถือหุ้น 50% ใน SRC โดยหุ้นส่วนที่เหลือเป็นของ PetroChina ผ่านหน่วยงาน Singapore Petroleum Co Ltd.
โรงกลั่นแห่งนี้มีบทบาทสำคัญในเครือข่ายน้ำมันและก๊าซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นจุดยุทธศาสตร์สำหรับการจัดจำหน่ายน้ำมันสำเร็จรูปในภูมิภาค.
Penjuru Terminal
Penjuru Terminal เป็นท่าเก็บน้ำมันที่มีความจุมากกว่า 400,000 ลูกบาศก์เมตร และเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการจัดเก็บและกระจายน้ำมันของเชฟรอนในภูมิภาค.
ที่ตั้งของท่าเก็บนี้อยู่ใกล้กับท่าเรือและศูนย์กลางการค้าสินค้าน้ำมันที่สำคัญ ทำให้สินทรัพย์นี้มีคุณค่าทางยุทธศาสตร์ในการสนับสนุนธุรกิจด้านน้ำมันของผู้ซื้อในอนาคต.
สถานีบริการ Caltex ในภูมิภาค
ภายใต้แบรนด์ Caltex ซึ่งเป็นแบรนด์ร้านขายน้ำมันที่เชฟรอนใช้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีสถานีบริการกว่า 420 แห่งในมาเลเซีย, 26 แห่งในสิงคโปร์, และ 53 แห่งในกัมพูชา.
สินทรัพย์กลุ่มนี้ถือเป็นเครือข่าย distribution ที่สำคัญซึ่งช่วยเชื่อมต่อการขายน้ำมันและน้ำมันสำเร็จรูปไปยังผู้บริโภคในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง.
ความหมายเชิงเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม
การขายสินทรัพย์ของเชฟรอนในสิงคโปร์และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งนี้มีนัยสำคัญหลายประการ:
- การปรับโครงสร้างธุรกิจ — เชฟรอนมุ่งเน้นลดต้นทุนและเปลี่ยนโฟกัสไปยังพื้นที่ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงขึ้น.
- การขยายตัวของคู่แข่ง — ผู้เข้าร่วมอย่าง Eneos และ Glencore จะสามารถเพิ่ม footprint ในภูมิภาคเอเชียได้มากยิ่งขึ้น.
- โอกาสในตลาดพลังงาน — สิงคโปร์ยังคงเป็นศูนย์กลางน้ำมันและการค้าสินค้าโภคภัณฑ์ของเอเชีย ทำให้สินทรัพย์ในพื้นที่นี้มีมูลค่าเชิงยุทธศาสตร์สูง.
ความคาดหวังและก้าวต่อไป
หากการขายสำเร็จภายในไตรมาสแรกของปี 2026 ตามที่แหล่งข่าวคาดการณ์ไว้ จะส่งผลให้เชฟรอนปิดดีลการขายสินทรัพย์อย่างเป็นทางการ และเข้าสู่ช่วงต่อยอดกลยุทธ์ใหม่ด้านพลังงานและ Carbon transition.
ทั้งนี้ ผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายยังคงจับตาการเจรจาขั้นสุดท้าย รวมถึงผลกระทบต่อราคา market และพันธมิตรทางธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย.
#Chevron #SingaporeOilSale #Eneos #Glencore #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น