หุ้นชิป 2 ตัวที่อาจเป็นทางเลือก “คุ้มกว่า” สำหรับเกาะกระแส AI Boom: เจาะลึก Veeco และ Axcelis ในวันที่หุ้นเซมิคอนดักเตอร์หลายตัวเริ่มแพง

หุ้นชิป 2 ตัวที่อาจเป็นทางเลือก “คุ้มกว่า” สำหรับเกาะกระแส AI Boom: เจาะลึก Veeco และ Axcelis ในวันที่หุ้นเซมิคอนดักเตอร์หลายตัวเริ่มแพง

โดย ADMIN

หุ้นชิป 2 ตัวที่อาจถูกกว่า สำหรับลงทุนตามเทรนด์ AI ที่ยังร้อนแรง

กระแสการลงทุนในธีม Artificial Intelligence (AI) ยังเดินหน้าร้อนแรงอย่างต่อเนื่องในปี 2026 และหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์ชัดที่สุดก็คือหุ้นในสาย semiconductor capital equipment หรือบริษัทผู้ผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับโรงงานผลิตชิป ซึ่งนักลงทุนจำนวนมากมองว่าเป็นวิธีลงทุนใน AI ที่ไม่ต้องผูกกับผู้ชนะรายเดียวอย่าง Nvidia, AMD หรือบริษัทออกแบบชิปโดยตรง แต่สามารถเกาะการขยายงบลงทุนด้าน infrastructure ของอุตสาหกรรมได้ทั้งระบบ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเงินทุนไหลเข้าหุ้นกลุ่มนี้อย่างหนักในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งก็วิ่งขึ้นแรงจนเริ่มดู “แพง” สำหรับนักลงทุนบางส่วน ทำให้คำถามสำคัญเกิดขึ้นว่า ถ้าอยากเล่นธีม AI ผ่านหุ้นอุปกรณ์ผลิตชิป ยังมีตัวเลือกไหนที่มูลค่าไม่ร้อนแรงเกินไปบ้าง? บทวิเคราะห์ล่าสุดจาก MarketWatch หยิบยกชื่อของ Veeco Instruments และ Axcelis Technologies ขึ้นมาเป็น 2 หุ้นที่น่าสนใจ เพราะแม้จะอยู่ในห่วงโซ่สำคัญของอุตสาหกรรมชิปเหมือนกัน แต่ราคาหุ้นกลับยังไม่พุ่งตามกลุ่มผู้นำรายใหญ่เท่าไรนัก

ทำไมหุ้นกลุ่มเครื่องจักรผลิตชิปถึงกลายเป็นดาวเด่นของยุค AI

เบื้องหลังความน่าสนใจของหุ้นกลุ่มนี้อยู่ที่การเปลี่ยนมุมมองของตลาด จากเดิมที่หลายคนมองหุ้นชิปผ่านมุมของดีมานด์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์หรือวัฏจักรของหน่วยความจำ แต่ตอนนี้ภาพใหญ่เปลี่ยนไปเป็นเรื่องของ AI buildout หรือการเร่งลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูล เซิร์ฟเวอร์ หน่วยความจำความเร็วสูง และโรงงานรองรับความต้องการชิปขั้นสูงในอีกหลายปีข้างหน้า

Jordan Klein นักวิเคราะห์จาก Mizuho ระบุว่าเงินจำนวนมากกำลัง “rotate” หรือไหลหมุนเข้าสู่หุ้นกลุ่ม semicaps เพราะตลาดเชื่อว่าบริษัทเหล่านี้จะได้ประโยชน์ตรงจากการเพิ่มงบลงทุนด้านการผลิตชิปที่อาจยาวนานหลายปี ไม่ใช่แค่รอบสั้นแบบ one-and-done setup กล่าวคือ หากการสร้างระบบ AI ยังเดินหน้าต่อ โรงงานใหม่ เครื่องจักรใหม่ และขั้นตอนผลิตที่ซับซ้อนขึ้นก็จะยังจำเป็นต่อไป

จุดแข็งของแนวคิดนี้คือ บริษัทเครื่องจักรผลิตชิปไม่ได้ผูกชะตาอยู่กับลูกค้ารายเดียวหรือสถาปัตยกรรมชิปแบบใดแบบหนึ่งเท่านั้น แต่ได้ประโยชน์จากการใช้จ่ายของทั้งอุตสาหกรรม ตั้งแต่โรงงานผลิต DRAM, NAND ไปจนถึง advanced packaging และ inspection tools ที่เกี่ยวข้องกับชิป AI รุ่นใหม่ ซึ่งทำให้หุ้นกลุ่มนี้ถูกมองว่าเป็นการลงทุนแบบ “ถือโครงสร้างพื้นฐานของยุค AI” มากกว่าการเลือกผู้ชนะรายเดียวในตลาดปลายน้ำ

ปัญหาคือหุ้นตัวใหญ่หลายตัวเริ่มแพงขึ้นมาก

ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา หุ้นผู้ผลิตอุปกรณ์ชิปขนาดใหญ่หลายตัวทำผลงานโดดเด่นมาก เช่น Lam Research เพิ่มขึ้น 64.7%, KLA เพิ่มขึ้น 35.6% และ Applied Materials เพิ่มขึ้น 65.3% ขณะที่บางบริษัทขนาดรองอย่าง Teradyne และ Advanced Energy Industries ก็ยิ่งร้อนแรงกว่าเดิม โดยปรับขึ้น 118.5% และ 86.7% ตามลำดับ

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนภาพเดียวกันอย่างชัดเจนว่า ตลาดกำลังให้น้ำหนักสูงกับเรื่อง AI infrastructure และคาดหวังว่าผู้เล่นในอุตสาหกรรมอุปกรณ์ผลิตชิปจะได้ประโยชน์อีกยาว แต่ด้านกลับของเหรียญก็คือ เมื่อราคาวิ่งแรง มูลค่าหุ้นหรือ valuation ก็ขยับขึ้นตาม นักลงทุนที่เพิ่งเริ่มมองหาจังหวะเข้าลงทุนจึงอาจรู้สึกว่าหุ้นดังๆ หลายตัวเริ่มไม่ถูกแล้ว

เมื่อดูจากอัตรา forward earnings multiple หรือราคาหุ้นเทียบกับกำไรคาดการณ์ 12 เดือนข้างหน้า จะเห็นความต่างชัดเจน โดย Teradyne ซื้อขายที่ประมาณ 43.1 เท่า, KLA ที่ 32.3 เท่า, Lam Research ที่ 32 เท่า และ Applied Materials ที่ 27.8 เท่า ขณะที่หุ้นที่ถูกหยิบขึ้นมาว่าอาจคุ้มกว่าอย่าง Veeco อยู่ที่ 20.2 เท่า และ Axcelis อยู่ที่ 25.6 เท่าเท่านั้น

Veeco และ Axcelis: สองชื่อที่ตามหลังกลุ่ม แต่เริ่มน่าสนใจ

สิ่งที่ทำให้ Veeco และ Axcelis ถูกจับตา ไม่ใช่เพียงเพราะ valuation ต่ำกว่าเพื่อนบางตัวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการที่ราคาหุ้นของทั้งสองบริษัท “lagged” หรือปรับขึ้นช้ากว่าคู่แข่งอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา โดย Veeco ปรับขึ้นเพียง 18.1% ส่วน Axcelis แทบไม่ขยับ และติดลบเล็กน้อยที่ 0.1% ในช่วงเวลาเดียวกัน

ในมุมของนักลงทุนสายมูลค่า ภาพนี้อาจตีความได้ 2 แบบ แบบแรกคือตลาดกำลังมองข้ามโอกาสของทั้งคู่ แบบที่สองคือ ตลาดกำลังกังวลเรื่องเฉพาะตัวจนยังไม่ยอมให้ premium valuation เหมือนหุ้นตัวอื่นๆ ซึ่งความจริงน่าจะอยู่ระหว่างกลาง เพราะทั้ง Veeco และ Axcelis มีทั้งโอกาสจาก AI และมีทั้งความเสี่ยงที่ตลาดยังจับตาอยู่

เหตุผลที่ทั้งสองบริษัทยังวิ่งไม่แรงเท่ากลุ่ม

รายงานระบุว่า นักลงทุนอาจกังวลกับดีลควบรวมระหว่าง Veeco และ Axcelis ที่คาดว่าจะปิดได้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ขณะเดียวกันทั้งสองบริษัทก็มีสัดส่วนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตลาดปลายทางบางส่วน เช่น legacy node และชิป silicon-carbide ซึ่งกำลังเผชิญภาวะดีมานด์ชะลอตัวอยู่ ทำให้ตลาดยังไม่ได้ให้ค่าพรีเมียมเหมือนบริษัทที่ exposure ต่อ AI ตรงและชัดกว่านี้

นอกจากนี้ ดีลควบรวมดังกล่าวยังต้องรอการอนุมัติจาก State Administration for Market Regulation ของจีน หรือหน่วยงานกำกับการแข่งขันทางการค้าของจีนด้วย ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มความไม่แน่นอนในสายตานักลงทุนระยะสั้น

ทำความรู้จัก Veeco: ผู้เล่นที่มีอาวุธในตลาดโตสูง

Veeco Instruments ถูกมองว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในระยะยาว เพราะบริษัทมีเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์และการแพ็กเกจจิ้งชิประดับสูง เช่น ion-beam deposition และ laser annealing ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในสายการผลิตชิปยุคใหม่

สิ่งที่นักวิเคราะห์ชอบใน Veeco คือบริษัทมี exposure ไปยัง end market ที่กำลังเติบโตเร็วที่สุดบางส่วนของอุตสาหกรรมในเวลานี้ โดยเฉพาะ high-bandwidth memory (HBM) และบางส่วนของตลาดจัดเก็บข้อมูลอย่าง hard-disk drives อีกทั้งยังมีสัญญาณว่าอัตราการเติบโตและยอดจองซื้อเครื่องจักรเริ่มเร่งตัวขึ้นด้วย

HBM คือหัวใจสำคัญของ AI boom รอบนี้

ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่าย HBM คือหน่วยความจำประสิทธิภาพสูงที่มีบทบาทอย่างมากต่อการประมวลผล AI เพราะช่วยให้การรับส่งข้อมูลระหว่างหน่วยประมวลผลและหน่วยความจำทำได้เร็วขึ้น ซึ่งจำเป็นมากสำหรับงานฝึกโมเดลขนาดใหญ่และงาน inference ที่ซับซ้อน

รายงานชี้ว่า ผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่ 3 รายของโลก ได้แก่ SK Hynix, Samsung Electronics และ Micron Technology ต่างได้ประโยชน์จากภาวะอุปทานตึงตัวที่เกิดจากดีมานด์ AI ในช่วงที่ผ่านมา ความขาดแคลนดังกล่าวช่วยให้ผู้ผลิตสามารถปรับขึ้นราคาได้ และในอีกด้านหนึ่งก็ทำให้บริษัทเหล่านี้เริ่มประกาศแผนขยายกำลังการผลิต DRAM และ NAND มากขึ้น

เมื่อผู้ผลิตหน่วยความจำต้องสร้างโรงงานใหม่ ปรับปรุงโรงงานเดิม หรือเพิ่มสายการผลิตในช่วงหลายปีต่อจากนี้ ความต้องการเครื่องจักรและอุปกรณ์ผลิตชิปก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วยทันที นี่เองที่ทำให้ Veeco ถูกมองว่าอาจยืนอยู่ในตำแหน่งที่ดี หากบริษัทสามารถรักษาความสามารถแข่งขันในส่วนที่เชื่อมโยงกับ HBM และ advanced packaging ได้ต่อเนื่อง

Axcelis เด่นด้าน ion implantation และมีทางลุ้นจาก DRAM

อีกบริษัทที่ถูกจับตามองคือ Axcelis Technologies ซึ่งเชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ ion implantation หรือเครื่องจักรสำหรับฝังไอออนลงในแผ่นเวเฟอร์ กระบวนการนี้มีความสำคัญต่อการสร้างทรานซิสเตอร์บนชิปและเป็นหนึ่งในขั้นตอนพื้นฐานของการผลิตเซมิคอนดักเตอร์สมัยใหม่

Russell Low ซีอีโอของ Axcelis กล่าวไว้ในช่วงรายงานผลประกอบการว่า บริษัทมองเห็น momentum ที่ดีในตลาด DRAM ตลอดทั้งปี เนื่องจากลูกค้ากำลังขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการจากแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับ AI นั่นแปลว่า ถึงแม้ Axcelis จะไม่ได้ถูกพูดถึงบ่อยเท่าหุ้นชิปบลูชิพ แต่บริษัทก็มีตำแหน่งในห่วงโซ่การผลิตที่สำคัญไม่น้อยเลย

แต่ Axcelis ก็ยังมีโจทย์ที่ตลาดระวังอยู่

แม้เรื่องราวการเติบโตจะน่าสนใจ แต่นักวิเคราะห์จาก William Blair ชี้ว่า Axcelis ไม่ได้มีความแข็งแกร่งในตลาด memory มากเท่าตลาดปลายทางอื่นๆ ของบริษัท โดยในตลาดนี้ Axcelis ถือส่วนแบ่งเป็นอันดับ 2 รองจาก Applied Materials ส่งผลให้มาร์จิ้นและราคาเฉลี่ยต่อเครื่องอาจไม่โดดเด่นเท่าธุรกิจส่วนอื่น

มุมนี้สำคัญมาก เพราะมันบอกเราว่า แม้ AI จะเป็น tailwind ที่ดี แต่ไม่ได้แปลว่าทุกบริษัทจะได้ประโยชน์เท่ากันทั้งหมด ตำแหน่งทางการแข่งขัน สัดส่วนตลาด และความสามารถในการตั้งราคายังคงเป็นตัวแปรสำคัญในการประเมินศักยภาพกำไรระยะยาว

ดีลควบรวม Veeco-Axcelis จะเปลี่ยนเกมหรือไม่

หนึ่งในประเด็นที่นักลงทุนเฝ้าดูมากที่สุดคือดีลควบรวมระหว่าง Veeco และ Axcelis ซึ่งหากผ่านการอนุมัติและปิดดีลได้ตามแผนในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ก็อาจทำให้บริษัทใหม่มีผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมมากขึ้น และสามารถขยายฐานลูกค้าในตลาดอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ได้กว้างกว่าเดิม

นักวิเคราะห์ของ William Blair มองว่า ดีลนี้จะช่วยเสริมจุดแข็งของ Axcelis ที่เด่นในด้าน ion implant ด้วย portfolio ที่กว้างขึ้นจาก Veeco ทำให้บริษัทมีโอกาส “cast a wider net” หรือขยายการครอบคลุมในตลาด semiconductor capital equipment มากขึ้น นั่นหมายถึงโอกาสสร้าง cross-selling, เพิ่มอำนาจต่อรอง และลดการพึ่งพาสินค้าบางประเภทมากเกินไป

แต่ในอีกด้านหนึ่ง นักลงทุนก็ต้องยอมรับว่าดีลควบรวมขนาดนี้ย่อมมีความเสี่ยงเรื่องการรวมองค์กร วัฒนธรรม การจัดการต้นทุน และการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจีนยังเป็นตลาดและศูนย์กลางการผลิตสำคัญของอุตสาหกรรมชิปโลก ความล่าช้าหรือเงื่อนไขเพิ่มเติมจากภาครัฐสามารถกดดัน sentiment หุ้นได้ในระยะสั้น

ทำไมหุ้นสองตัวนี้จึงถูกเรียกว่า “ทางเลือกที่ถูกกว่า”

คำว่า “ถูกกว่า” ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าหุ้นราคาถูกในเชิง absolute หรือซื้อแล้วปลอดภัยเสมอไป แต่หมายถึงเมื่อเทียบกับหุ้นเพื่อนร่วมอุตสาหกรรมที่วิ่งขึ้นไปไกลแล้ว ทั้ง Veeco และ Axcelis ยังซื้อขายที่ระดับ valuation ที่ไม่ร้อนแรงเท่า และยังมี story การเติบโตโยงกับ AI เหมือนกันในระดับหนึ่ง

สำหรับนักลงทุนที่พลาดจังหวะเข้าหุ้นอย่าง Lam Research, KLA หรือ Applied Materials ไปก่อนหน้านี้ หุ้นสองตัวนี้จึงอาจเป็นตัวเลือกแบบ catch-up trade หรือการมองหาหุ้นที่ยังขึ้นไม่ทันกลุ่ม แต่มีโอกาสได้รับการ re-rate หากตลาดเริ่มมั่นใจมากขึ้นต่อแนวโน้มกำไรและผลของดีลควบรวม

อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำว่าความ “ถูก” บางครั้งก็สะท้อนความเสี่ยงที่ยังไม่ถูกคลี่คลาย ไม่ว่าจะเป็นดีมานด์ในตลาดปลายทางบางส่วนที่ชะลอ การแข่งขันในตลาด memory equipment หรือความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ นักลงทุนจึงไม่ควรมองเพียงตัวเลข P/E ต่ำกว่าเพื่อน แต่ต้องดูคุณภาพรายได้และความชัดเจนของการเติบโตประกอบกันด้วย

ภาพใหญ่ของอุตสาหกรรม: AI ไม่ได้ต้องการแค่ชิป แต่ต้องการทั้งระบบ

สิ่งที่บทวิเคราะห์นี้สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนคือ โลกของ AI ไม่ได้เติบโตเพราะบริษัทออกแบบชิปเพียงไม่กี่รายเท่านั้น แต่ขยายออกไปถึงผู้ผลิต memory, โรงงาน foundry, บริษัท packaging, บริษัท inspection และผู้ผลิตเครื่องจักรเฉพาะทางในแทบทุกขั้นตอนของการผลิตชิป

ยิ่งชิป AI มีความซับซ้อนมากขึ้น กระบวนการผลิตก็ยิ่งต้องใช้เครื่องมือชนิดใหม่และละเอียดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบคุณภาพ การจัดการความร้อน การแพ็กเกจจิ้งแบบ 3D หรือการรองรับหน่วยความจำ HBM ที่เพิ่มบทบาทขึ้นอย่างมากในยุคนี้ นักวิเคราะห์ของ Mizuho จึงมองว่าความต้องการเครื่องจักรใหม่จำนวนมากยังมีแนวโน้มเกิดขึ้นต่อเนื่องอีกหลายปี ไม่ใช่เป็นเพียงกระแสชั่วคราว

นักลงทุนควรมองข่าวนี้อย่างไร

สำหรับนักลงทุนทั่วไป ข่าวนี้ไม่ได้บอกว่าต้องรีบซื้อ Veeco หรือ Axcelis ทันที แต่กำลังชี้ให้เห็นว่า ในธีม AI ยังมีหุ้น “ชั้นรอง” ที่ตลาดยังพูดถึงน้อยกว่าตัวท็อป แต่มีบทบาทจริงใน supply chain และอาจมี upside หากการลงทุนใน data center, memory และ advanced manufacturing ยังเร่งตัวต่อไป

ในทางปฏิบัติ นักลงทุนควรถามตัวเอง 3 เรื่อง ได้แก่ หนึ่ง มอง AI เป็นธีมระยะยาวหรือไม่ สอง รับความผันผวนจากหุ้นขนาดกลางได้มากแค่ไหน และสาม เชื่อหรือไม่ว่าดีลควบรวม Veeco-Axcelis จะสร้างบริษัทที่แข็งแรงกว่าเดิมในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ถ้าคำตอบคือใช่ หุ้นทั้งสองตัวก็อาจคุ้มค่าต่อการจับตาเป็นพิเศษ

แต่ถ้าต้องการความมั่นคงมากกว่า หุ้นผู้เล่นรายใหญ่ที่พิสูจน์ตัวเองมาแล้วอาจยังเหมาะกว่า แม้ valuation จะสูงกว่า เพราะโดยธรรมชาติแล้ว หุ้นที่ยัง “ไม่แพง” มักมาพร้อมเหตุผลที่ตลาดยังลังเลอยู่เสมอ

สรุปข่าว

สรุปแล้ว ประเด็นสำคัญของข่าวนี้คือ แม้หุ้นกลุ่มเครื่องจักรผลิตชิปจะกลายเป็นหนึ่งในธีมเด่นของยุค AI และราคาหุ้นหลายตัวจะพุ่งแรงไปมากแล้ว แต่ Veeco Instruments และ Axcelis Technologies ยังถูกมองว่าเป็นสองทางเลือกที่อาจ “ถูกกว่า” เมื่อเทียบกับคู่แข่งรายใหญ่ ทั้งในแง่ของราคาหุ้นที่ปรับขึ้นน้อยกว่าและ valuation ที่ยังไม่ตึงเท่ากลุ่มนำ

จุดเด่นของ Veeco อยู่ที่การมีเทคโนโลยีเชื่อมโยงกับตลาดโตสูงอย่าง HBM และ advanced chip packaging ส่วน Axcelis มีความเชี่ยวชาญด้าน ion implantation ซึ่งจำเป็นต่อการผลิตชิปและมีโอกาสจากการขยายกำลังผลิต DRAM เพื่อรองรับ AI ขณะเดียวกัน ทั้งสองบริษัทยังมีความเสี่ยงจากดีมานด์บางตลาดที่ชะลอและจากความไม่แน่นอนของดีลควบรวมที่ยังรอไฟเขียวจากจีน

ดังนั้น สำหรับคนที่อยากลงทุนตามเมกะเทรนด์ AI แต่เริ่มกังวลว่าหุ้นชิปชื่อดังบางตัวแพงเกินไปแล้ว Veeco และ Axcelis จึงเป็นสองชื่อที่น่าจับตาในฐานะ alternative AI infrastructure plays หรือทางเลือกลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่อาจยังมีพื้นที่ให้ตลาดประเมินมูลค่าใหม่ได้อีกในอนาคต

#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง