
Capstone Copper โชว์ผลงาน Q4/2025 ทำสถิติใหม่! รายได้ทะลุเพดาน-ต้นทุน C1 ต่ำสุด พร้อมไกด์ปี 2026 และเร่งโปรเจกต์ Mantoverde Optimized
Capstone Copper รายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2025 ทำสถิติ “สูงสุดใหม่” หลายด้าน พร้อมแผนโตต่อในปี 2026
Capstone Copper Corp. (TSX: CS / ASX: CSC) เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2025 (งวดสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2025) โดยบริษัทระบุว่าเป็นไตรมาสที่ทำ “สถิติใหม่” หลายรายการ ทั้ง รายได้สูงสุดตลอดกาล, C1 cash cost ต่ำที่สุด และ Adjusted EBITDA สูงสุดรายไตรมาส สะท้อนการเดินเครื่องเหมืองและโรงแต่งแร่ที่มีเสถียรภาพมากขึ้นหลังการลงทุนขยายกำลังผลิตในช่วงก่อนหน้า
ผู้บริหารสูงสุดอย่าง Cashel Meagher (President & CEO) ให้ภาพรวมว่า “ปี 2025 เป็นจุดเปลี่ยน (inflection point)” ของ Capstone เพราะสามารถส่งมอบการเติบโตเชิงปริมาณได้จริง โดยการผลิตทองแดงรวมทั้งปีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และยังเดินหน้าปูทางการเติบโตเฟสถัดไป เช่น การเริ่มก่อสร้าง Mantoverde Optimized การจัดตั้งพันธมิตรสำหรับ Santo Domingo Project และการเริ่มโปรแกรมสำรวจใหม่ในเขต Mantoverde–Santo Domingo district
ไฮไลต์ตัวเลข Q4/2025: รายได้พุ่ง-กำไรโต-EBITDA ทำสถิติ
รายได้ทำสถิติใหม่ และกำไรสุทธิเติบโต
ในไตรมาส 4/2025 Capstone รายงาน รายได้ 685.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มจาก 446.9 ล้านดอลลาร์ ในไตรมาสเดียวกันปีก่อน ขณะที่ทั้งปี 2025 รายได้อยู่ที่ 2,359.9 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 1,599.2 ล้านดอลลาร์ ในปี 2024
ด้านผลกำไร บริษัทระบุว่า กำไรสุทธิ (Net income) Q4/2025 อยู่ที่ 58.4 ล้านดอลลาร์ และกำไรสุทธิทั้งปี 2025 อยู่ที่ 349.7 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ กำไรสุทธิที่เป็นของผู้ถือหุ้น ไตรมาสนี้อยู่ที่ 50.6 ล้านดอลลาร์ หรือ 0.07 ดอลลาร์ต่อหุ้น เพิ่มเล็กน้อยจากปีก่อน และทั้งปี 2025 อยู่ที่ 315.9 ล้านดอลลาร์ หรือ 0.41 ดอลลาร์ต่อหุ้น
Adjusted EBITDA ทำ “สถิติรายไตรมาส” และดีขึ้นต่อเนื่องหลายไตรมาส
จุดที่ตลาดจับตาอย่างมากคือความสามารถทำกำไรจากการดำเนินงาน (operating profitability) โดยบริษัทระบุว่า Adjusted EBITDA Q4/2025 แตะ 308.0 ล้านดอลลาร์ เพิ่มจาก 171.9 ล้านดอลลาร์ ใน Q4/2024 และทั้งปี 2025 อยู่ที่ 952.7 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 496.1 ล้านดอลลาร์ ในปีก่อนหน้า
Capstone อธิบายปัจจัยหลักว่า มาจากการผลิตทองแดงในกลุ่มซัลไฟด์ (sulphide) ที่เพิ่มขึ้น ต้นทุน C1 ที่ลดลง และราคาทองแดงที่ดีขึ้น โดยรวมแล้วสะท้อนว่าบริษัท “เก็บเกี่ยวผล” จากโครงการที่เพิ่งเสร็จและเริ่มเดินเครื่องได้เต็มขึ้นเรื่อย ๆ
การผลิตทองแดงทำสถิติสูงสุด: ปริมาณเพิ่ม ต้นทุน C1 ลด
Q4/2025 ผลิตทองแดงรวม 58,273 ตัน และทั้งปี 224,764 ตัน
Capstone รายงานว่า การผลิตทองแดงรวมใน Q4/2025 เท่ากับ 58,273 ตัน เพิ่มจาก 53,942 ตัน ใน Q4/2024 ขณะที่ทั้งปี 2025 การผลิตรวมอยู่ที่ 224,764 ตัน เพิ่มจาก 184,460 ตัน ในปี 2024
ถ้ามองเฉพาะ “ทองแดงที่ขายได้” (copper sold) ไตรมาสนี้อยู่ที่ 54,038 ตัน โดยบริษัทชี้แจงว่าปริมาณขายต่ำกว่าปริมาณผลิตบางส่วน เนื่องจาก จังหวะการขาย (timing of sales) ที่เหมือง Mantoverde ทำให้ทองแดงที่ขายได้ต่ำกว่าผลผลิต payable เล็กน้อยในไตรมาสนี้
C1 cash cost ต่ำลง: Q4 เหลือ 2.31 ดอลลาร์/ปอนด์
หนึ่งในประเด็นที่โดดเด่นมากคือเรื่องต้นทุน โดยบริษัทระบุว่า C1 cash costs ใน Q4/2025 อยู่ที่ 2.31 ดอลลาร์ต่อปอนด์ ลดลงจาก 2.52 ดอลลาร์ต่อปอนด์ ใน Q4/2024 และทั้งปี 2025 อยู่ที่ 2.44 ดอลลาร์ต่อปอนด์ ลดลงจาก 2.76 ดอลลาร์ต่อปอนด์ ในปี 2024
Capstone อธิบายว่า C1 ที่ลดลงได้รับแรงหนุนจากหลายส่วน เช่น เครดิตผลพลอยได้ (by-product credits) ที่ดีขึ้น (โดยเฉพาะจากทองคำที่ Mantoverde และราคาทอง/เงินที่แข็งแรง), ค่าถลุงและค่ากลั่น (treatment & refining charges) ที่เป็นใจขึ้น รวมถึงปัจจัยด้าน อัตราแลกเปลี่ยน (FX) ที่ช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยในภาพรวม
เจาะรายเหมือง: ชิลีเด่นจาก Mantos Blancos และ Mantoverde ช่วยดันซัลไฟด์โต
กลุ่มซัลไฟด์ (Sulphide) โตต่อ: 46,891 ตัน ใน Q4
ใน Q4/2025 การผลิตทองแดงในรูปคอนเซนเทรตจากธุรกิจซัลไฟด์รวมอยู่ที่ 46,891 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยแรงหนุนสำคัญมาจาก Mantos Blancos ที่ทำสถิติการผลิตทองแดงรายไตรมาส จากการเพิ่ม throughput และ recovery หลังโครงการแก้คอขวด (debottlenecking) ที่เสร็จในปี 2024
ส่วน Mantoverde (sulphides) ผลิตได้ 14,314 ตัน ดีขึ้นจากปีก่อน แม้ยังมี downtime บางช่วงจากงานซ่อมมอเตอร์โรงแต่งแร่ในเดือนตุลาคม–พฤศจิกายน ขณะที่เหมืองอื่นอย่าง Pinto Valley และ Cozamin ลดลงบางส่วนจาก throughput และ recovery ที่อ่อนลง
ต้นทุนซัลไฟด์ลดชัด: 1.80 ดอลลาร์/ปอนด์ ใน Q4
บริษัทระบุว่า C1 cash cost ของธุรกิจซัลไฟด์ใน Q4/2025 ลดลงเหลือ 1.80 ดอลลาร์/ปอนด์ จาก 2.18 ดอลลาร์/ปอนด์ ใน Q4/2024 สาเหตุหลักคือ ปริมาณผลิตที่มากขึ้น ทำให้เกิด economies of scale, ต้นทุนต่อหน่วยลด และเครดิตผลพลอยได้ที่ดีขึ้น ทั้งนี้ Mantoverde และ Mantos Blancos เป็นตัวช่วยสำคัญของการลดต้นทุนในฝั่งซัลไฟด์
ฝั่งแคโทด (Cathode) เพิ่ม แต่ต้นทุนสูงขึ้น
ในฝั่งธุรกิจแคโทด Capstone รายงานว่า การผลิตแคโทด Q4/2025 อยู่ที่ 11,382 ตัน เพิ่มจาก 9,847 ตันในปีก่อน โดยมาจาก grade และ recovery ที่ดีขึ้นของ Mantoverde และ throughput ที่สูงขึ้นของ Mantos Blancos อย่างไรก็ตาม C1 cash cost ของแคโทด อยู่ที่ 4.07 ดอลลาร์/ปอนด์ สูงขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากปัจจัยอย่างเกรด heap leach ที่ลดลงในภาพรวม รวมถึงต้นทุนกรด (acid) ที่สูงขึ้นและการใช้กรดมากขึ้น บริษัทระบุว่ายังบริหารส่วนนี้ด้วยกลยุทธ์ optimize grade และทำ cost hedging เพื่อคง margin ให้เป็นบวก
สถานะการเงินและสภาพคล่อง: Net debt เพิ่มเล็กน้อยจาก working capital แต่ยังมี liquidity เกิน 1 พันล้านดอลลาร์
Capstone รายงานว่า ณ สิ้นปี 2025 บริษัทมี Net debt 780.1 ล้านดอลลาร์ เพิ่มจาก 725.8 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นไตรมาส 3/2025 โดยบริษัทชี้ว่าเกิดจาก การปรับ working capital เชิงลบ โดยเฉพาะเรื่อง “จังหวะการเก็บลูกหนี้” เพราะกิจกรรมการขายถ่วงไปปลายไตรมาส
อย่างไรก็ดี บริษัทระบุว่ายังมี สภาพคล่องรวม (available liquidity) 1,015.2 ล้านดอลลาร์ ประกอบด้วยเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 304.2 ล้านดอลลาร์ และวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนองค์กร (corporate revolving credit facility) ที่ยังไม่ได้เบิกใช้ 711.0 ล้านดอลลาร์
Guidance ปี 2026: ผลิตทองแดง 200,000–230,000 ตัน และ C1 2.45–2.75 ดอลลาร์/ปอนด์
Capstone เปิดเผยแนวโน้มปี 2026 โดยตั้งเป้าการผลิตทองแดงรวม 200,000–230,000 ตัน ซึ่งบริษัทบอกว่า “ค่อนข้างทรงตัว” เมื่อเทียบกับปี 2025 และให้กรอบ C1 cash cost 2.45–2.75 ดอลลาร์ต่อปอนด์ทองแดง payable ซึ่งสูงกว่าปี 2025 เล็กน้อยจากผลของ โซนเกรดต่ำตามลำดับการทำเหมือง (mine sequence) ในบางพื้นที่ รวมถึงเงินเฟ้อแบบ modest
สำหรับงบลงทุนปี 2026 บริษัทวางแผนใช้เงินรวม 495 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็น sustaining capital 270 ล้านดอลลาร์ และ expansionary capital 225 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังมีแผนใช้เงิน capitalized stripping 225 ล้านดอลลาร์ สำหรับเหมือง open pit 3 แห่ง และตั้งงบสำรวจ (exploration) อีก 70 ล้านดอลลาร์ โดยเน้นหนักในเขต Mantoverde–Santo Domingo และเป้าหมายใกล้เคียง เช่น Sierra Norte
อัปเดตโครงการเติบโต: Mantoverde Optimized เดินหน้า, Santo Domingo มุ่งสู่การตัดสินใจลงทุน (FID)
Mantoverde Optimized: ขยาย throughput เป็น 45,000 ตันแร่/วัน ตั้งเป้าเพิ่มทองแดง ~20,000 ตัน/ปี
หนึ่งใน “หัวใจการเติบโต” ของ Capstone คือ Mantoverde Optimized ซึ่งเป็นการขยายโรงแต่งแร่ซัลไฟด์แบบ brownfield โดยบริษัทระบุว่าจะเพิ่มกำลังการผลิต (concentrator throughput) จาก 32,000 เป็น 45,000 ore tonnes per day และคาดว่าจะเพิ่มทองแดงได้ราว 20,000 ตันต่อปี พร้อมผลพลอยได้ทองคำราว 6,000 ออนซ์ต่อปี รวมถึงยืดอายุเหมืองจาก 19 ปีเป็น 25 ปี ด้วยงบลงทุนประมาณ 176 ล้านดอลลาร์
ไทม์ไลน์ที่บริษัทสื่อสารคือเริ่มก่อสร้างในครึ่งหลังปี 2025 และใช้เวลาประมาณหนึ่งปี โดยช่วงต้นปี 2026 จะทำงานด้าน procurement ขั้นท้ายและเริ่มงาน civil works ก่อนเดินหน้าสัญญาก่อสร้างหลักในไตรมาส 2/2026 จากนั้นบริษัทคาดว่าจะทำ tie-in หลักช่วง Q3/2026 ในช่วง maintenance ที่ยาวขึ้น (ประมาณ 15 วัน) และเริ่ม ramp-up ใน Q4/2026 โดยกำลังการผลิตใหม่คาดว่าจะ “ยืนพื้น” ได้ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2027
Santo Domingo: เดินหน้าสู่งานเตรียม FID ในครึ่งหลังปี 2026
อีกโปรเจกต์ใหญ่คือ Santo Domingo Project ซึ่งบริษัทระบุว่าหลังข้อตกลงการลงทุนเสร็จสิ้น จะเร่ง workstreams ที่เหลือเพื่อไปสู่ Final Investment Decision (FID) ที่คาดในช่วง ครึ่งหลังของปี 2026 โดยงานที่ต้องทำรวมถึง detailed engineering, การประเมินโอกาส optimization ระดับ district, การจัดหา financing และการดูแลความแข็งแรงของงบดุลก่อนตัดสินใจลงทุนครั้งสุดท้าย
ในมุม “การสำรวจ” บริษัทกำลังรันโปรแกรมเจาะที่ Santo Domingo และ Estrellita เพื่อ delineate oxide mineralization และทดสอบแนวโน้มการต่อเนื่องของซัลไฟด์ใกล้หลุมเหมือง พร้อมทั้งผลักดันงานที่ Sierra Norte ซึ่งอยู่ราว 15 กม. ทางตะวันตกเฉียงเหนือของ Santo Domingo โดยมองเป็นโอกาสในการเป็น feed ในอนาคต ทั้งฝั่งซัลไฟด์สำหรับ Santo Domingo และฝั่ง oxide สำหรับโรง SX-EW ที่ยัง underutilized
ประเด็นแรงงาน: จบการหยุดงานที่ Mantoverde หลังตกลงสัญญาใหม่ 3 ปี
Capstone ระบุด้วยว่าเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2026 บริษัทได้ประกาศการลงนาม ข้อตกลงแรงงานฉบับใหม่ 3 ปี กับสหภาพ Union #2 ที่เหมือง Mantoverde ส่งผลให้การหยุดงาน (strike action) ซึ่งเริ่ม 2 มกราคม 2026 สิ้นสุดลง และบริษัทเจรจาสัญญา 3 ปีสำเร็จครบทั้ง 4 สหภาพแล้ว ถือเป็นสัญญาณบวกต่อเสถียรภาพการดำเนินงานในปี 2026
มุมมองเชิงกลยุทธ์: “โตแบบมีคุณภาพ” ด้วยพอร์ตเหมืองในอเมริกาและโฟกัส district strategy
จากข้อความในเอกสารของบริษัท Capstone พยายามสื่อสารภาพใหญ่ว่า ปัจจุบันบริษัทมี “ทางเลือกการขยายตัว” (expansion optionality) ทั้งแบบ brownfield และ greenfield ในเขตเหมืองคุณภาพของทวีปอเมริกา และต้องการขับเคลื่อนการเติบโตแบบเป็นขั้นเป็นตอน (staged growth) โดยเลือกลงทุนในโครงการที่ให้ผลตอบแทนสูง (high-return organic growth) พร้อมลดความเสี่ยงด้วยการทำงานร่วมกับพันธมิตรในบางโปรเจกต์ และเพิ่มโอกาสค้นพบ/เพิ่มทรัพยากรผ่านการสำรวจใน Mantoverde–Santo Domingo district
สำหรับนักลงทุน สิ่งที่ต้องตามต่อจากนี้คือ (1) ความสามารถรักษาระดับการผลิตตาม guidance ปี 2026 (2) การคุมต้นทุนท่ามกลางเกรดแร่และเงินเฟ้อ (3) ความคืบหน้า Mantoverde Optimized ตามไทม์ไลน์ tie-in และ ramp-up และ (4) การเดินเกมเพื่อให้ Santo Domingo พร้อมตัดสินใจลงทุนใน H2/2026 โดยไม่กระทบความแข็งแรงงบดุลมากเกินไป
อ่านข้อมูลทางการและเอกสารนักลงทุนเพิ่มเติม ได้จากหน้า Reports & Filings ของบริษัท Capstone Copper (มีไฟล์ news release และ presentation ประจำไตรมาส)
#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น