แคนาดาจ้างงานพุ่งเกินคาดในเดือนพฤษภาคม แต่ตลาดแรงงานยังมีสัญญาณเปราะบางจากแรงกดดันด้านการค้า

แคนาดาจ้างงานพุ่งเกินคาดในเดือนพฤษภาคม แต่ตลาดแรงงานยังมีสัญญาณเปราะบางจากแรงกดดันด้านการค้า

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:EWC

แคนาดาจ้างงานพุ่งเกินคาดในเดือนพฤษภาคม แต่ภาพรวมตลาดแรงงานยังไม่แข็งแรงเต็มที่

ตลาดแรงงานแคนาดาสร้างเซอร์ไพรส์ในเดือนพฤษภาคม หลังตัวเลขการจ้างงานเพิ่มขึ้นอย่างมาก สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดไว้ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมที่ดูสดใสในระยะสั้นยังซ่อนความเปราะบางหลายด้าน โดยเฉพาะผลกระทบจากความไม่แน่นอนด้านการค้า การจ้างงานบางภาคส่วนที่ยังติดลบ และแนวโน้มค่าจ้างที่ชะลอลง

ข้อมูลที่อ้างอิงจากรายงานของ Statistics Canada และการประเมินของ Bank of America ระบุว่า เศรษฐกิจแคนาดาเพิ่มตำแหน่งงานได้ราว 87,800 ตำแหน่ง ในเดือนพฤษภาคม ขณะที่อัตราว่างงานลดลงมาอยู่ที่ 6.6% จากระดับ 6.9% ในเดือนเมษายน ตัวเลขดังกล่าวถือว่าสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก เพราะนักวิเคราะห์โดยรวมประเมินไว้เพียงประมาณ 10,000 ตำแหน่งเท่านั้น

ตัวเลขจ้างงานแรงเกินคาด แต่ยังต้องอ่านอย่างระมัดระวัง

แม้ตัวเลขการจ้างงานเดือนพฤษภาคมจะดูแข็งแกร่ง และถือเป็นหนึ่งในเดือนที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2024 แต่หลายฝ่ายยังมองว่าไม่ควรตีความว่าตลาดแรงงานแคนาดาฟื้นตัวเต็มที่แล้ว เพราะเมื่อดูภาพตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ตลาดแรงงานยังมีการสูญเสียตำแหน่งงานสุทธิอยู่ประมาณ 24,500 ตำแหน่ง

จุดที่น่าสนใจคือ การจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในเดือนนี้มาจากงานแบบ full-time เป็นหลัก โดยตำแหน่งงานเต็มเวลาเพิ่มขึ้นประมาณ 154,000 ตำแหน่ง ขณะที่งาน part-time ลดลงราว 66,200 ตำแหน่ง สะท้อนว่าภาคธุรกิจบางส่วนเริ่มกลับมาจ้างงานจริงจังมากขึ้น แต่การลดลงของงานพาร์ตไทม์ก็ยังบอกได้ว่าตลาดแรงงานไม่ได้แข็งแรงเท่ากันทุกกลุ่ม

ภาคเอกชนเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการจ้างงาน

การจ้างงานในเดือนพฤษภาคมได้รับแรงหนุนจากภาคเอกชนเป็นสำคัญ โดยมีการเพิ่มตำแหน่งงานประมาณ 56,300 ตำแหน่ง เทียบกับเดือนเมษายนที่เพิ่มเพียง 2,600 ตำแหน่งเท่านั้น ส่วนภาครัฐเพิ่มงานประมาณ 20,400 ตำแหน่ง และกลุ่ม self-employed เพิ่มขึ้นราว 11,200 ตำแหน่ง

ตัวเลขนี้ทำให้เห็นว่าแรงส่งจากภาคธุรกิจเอกชนกลับมามีบทบาทมากขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อเศรษฐกิจโดยรวม เพราะการจ้างงานภาคเอกชนมักสะท้อนความมั่นใจของบริษัทต่อยอดขาย ต้นทุน และแนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคต อย่างไรก็ตาม ความมั่นใจดังกล่าวยังอาจเปลี่ยนแปลงได้ หากนโยบายการค้าและภาวะเศรษฐกิจโลกยังผันผวน

ก่อสร้างและการผลิตช่วยหนุนตัวเลข แต่ค้าปลีกยังอ่อนแอ

เมื่อแยกตามอุตสาหกรรม ภาคก่อสร้างเป็นหนึ่งในกลุ่มที่โดดเด่นที่สุด โดยเพิ่มงานประมาณ 26,800 ตำแหน่ง ขณะที่ภาคการผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 14,700 ตำแหน่ง ส่วนภาคบริการ กลุ่มข้อมูล วัฒนธรรม และสันทนาการ เพิ่มขึ้นประมาณ 19,300 ตำแหน่ง

อย่างไรก็ตาม ภาคค้าส่งและค้าปลีกกลับลดลงประมาณ 35,000 ตำแหน่ง ทำให้ตั้งแต่ต้นปี ภาคนี้สูญเสียงานสุทธิไปแล้วราว 64,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นสัญญาณที่น่าจับตา เพราะค้าปลีกมักเกี่ยวข้องโดยตรงกับกำลังซื้อของผู้บริโภค หากภาคนี้อ่อนแรงต่อเนื่อง อาจสะท้อนว่าครัวเรือนยังระมัดระวังการใช้จ่าย

แรงกดดันจากการค้าและ USMCA ยังเป็นความเสี่ยงสำคัญ

หนึ่งในปัจจัยที่กดดันตลาดแรงงานแคนาดาคือความไม่แน่นอนด้านการค้า โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ USMCA หรือข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ เม็กซิโก และแคนาดา ความไม่ชัดเจนในเรื่องนโยบายการค้าสามารถกระทบต่อบริษัทที่พึ่งพาการส่งออก การนำเข้า และซัพพลายเชนข้ามพรมแดน

ภาคการผลิตยังคงมีตำแหน่งงานติดลบสุทธิตั้งแต่ต้นปีประมาณ 21,000 ตำแหน่ง แม้เดือนพฤษภาคมจะเพิ่มขึ้นก็ตาม นี่แสดงให้เห็นว่าการฟื้นตัวในเดือนเดียวอาจยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยความเสียหายก่อนหน้าได้ทั้งหมด

ค่าจ้างชะลอลง อาจลดแรงกดดันเงินเฟ้อ

อีกประเด็นที่สำคัญคือการเติบโตของค่าจ้าง โดยค่าจ้างรายชั่วโมงในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นประมาณ 3% เมื่อเทียบรายปี ลดลงจากเดือนเมษายนที่เติบโต 4.5% การชะลอตัวของค่าจ้างอาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ เพราะต้นทุนแรงงานที่ไม่เร่งตัวมากเกินไปอาจทำให้ธุรกิจไม่จำเป็นต้องขึ้นราคาสินค้าและบริการมากนัก

ด้านอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานทรงตัวที่ประมาณ 65% ซึ่งหมายความว่าการลดลงของอัตราว่างงานไม่ได้เกิดจากคนออกจากตลาดแรงงาน แต่เกิดจากการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นจริง จุดนี้ถือเป็นสัญญาณบวก เพราะบ่งชี้ว่าคนยังอยู่ในระบบแรงงาน และนายจ้างยังมีการรับคนเข้าทำงาน

ฟุตบอลโลกอาจช่วยหนุนงานชั่วคราว

Bank of America ระบุว่า การเตรียมงานสำหรับ FIFA World Cup เริ่มมีส่วนช่วยเพิ่มการจ้างงานทั้งในแคนาดาและสหรัฐฯ โดยกิจกรรมขนาดใหญ่ระดับโลกมักทำให้เกิดความต้องการแรงงานในหลายด้าน เช่น ก่อสร้าง บริการ ความปลอดภัย การเดินทาง โรงแรม ร้านอาหาร และสื่อบันเทิง

อย่างไรก็ตาม แรงหนุนลักษณะนี้อาจเป็นเพียงชั่วคราว หากกิจกรรมจบลง ความต้องการแรงงานบางส่วนอาจลดลงตามไปด้วย ดังนั้น นักวิเคราะห์จึงเตือนว่าอัตราว่างงานอาจกลับมาเผชิญแรงกดดันในอนาคต หากไม่มีการจ้างงานจากภาคเศรษฐกิจหลักมารองรับต่อเนื่อง

Bank of Canada อาจยังไม่รีบเปลี่ยนนโยบายดอกเบี้ย

แม้ข้อมูลจ้างงานเดือนพฤษภาคมจะแข็งแกร่ง แต่ Bank of America ยังประเมินว่า Bank of Canada น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 2.25% ตลอดช่วงที่เหลือของปี 2026 โดยธนาคารกลางแคนาดาได้คงดอกเบี้ยมาแล้วหลายครั้งติดต่อกัน

เหตุผลสำคัญคือ ตัวเลขแรงงานที่ดีเพียงเดือนเดียวอาจยังไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าตลาดแรงงานฟื้นตัวอย่างถาวร นักวิเคราะห์มองว่าจำเป็นต้องเห็นข้อมูลจ้างงานที่แข็งแรงหลายเดือนต่อเนื่อง ก่อนที่ธนาคารกลางจะพิจารณาว่าเศรษฐกิจกลับมาแข็งแรงพอที่จะรองรับนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น

แนวโน้มข้างหน้ายังขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจ

ภาพรวมตลาดแรงงานแคนาดาในตอนนี้จึงเป็นภาพที่ผสมกันระหว่างข่าวดีและความเสี่ยง ข่าวดีคือการจ้างงานเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นแรงกว่าคาด อัตราว่างงานลดลง และงานเต็มเวลาเพิ่มขึ้นมาก แต่ความเสี่ยงคือบางภาคส่วนยังอ่อนแอ การสูญเสียงานสะสมตั้งแต่ต้นปียังไม่หมดไป และความไม่แน่นอนด้านการค้ายังเป็นปัจจัยกดดัน

ในระยะต่อไป นักลงทุน ผู้กำหนดนโยบาย และภาคธุรกิจจะจับตาข้อมูลเศรษฐกิจเดือนถัด ๆ ไปอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะตัวเลขเงินเฟ้อ ค่าจ้าง การจ้างงานในภาคการผลิต และท่าทีของสหรัฐฯ ต่อประเด็นการค้า หากเงินเฟ้อยังสูงหรือธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณเข้มงวดมากขึ้น แคนาดาอาจต้องเผชิญแรงกดดันด้านดอกเบี้ย แต่หากการค้าแย่ลง เศรษฐกิจอาจชะลอตัวและทำให้ธนาคารกลางต้องระวังมากขึ้น

สรุปภาพรวม

ตัวเลขจ้างงานแคนาดาเดือนพฤษภาคมถือเป็นข่าวดีที่ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้ตลาดในระยะสั้น แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าตลาดแรงงานฟื้นตัวเต็มรูปแบบ ภาคเอกชนกลับมาจ้างงานมากขึ้น งานเต็มเวลาเพิ่มขึ้น และอัตราว่างงานลดลง แต่ภาคค้าปลีก การผลิต และความเสี่ยงจากนโยบายการค้ายังเป็นจุดที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

กล่าวโดยสรุป เศรษฐกิจแคนาดากำลังส่งสัญญาณบวก แต่ยังเป็นการฟื้นตัวที่ต้องพิสูจน์ต่อเนื่องในหลายเดือนข้างหน้า โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดโลกยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งจากเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และการค้าระหว่างประเทศ

#เศรษฐกิจแคนาดา #ตลาดแรงงาน #BankofCanada #ข่าวเศรษฐกิจ #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง