
เงินเฟ้อแคนาดาชะลอลงเล็กน้อยในเดือนมกราคมหลังราคาน้ำมันลดลง
เงินเฟ้อแคนาดาชะลอลงเล็กน้อยในเดือนมกราคม
ข้อมูลล่าสุดจาก Statistics Canada ระบุว่าอัตราเงินเฟ้อของแคนาดาในเดือนมกราคมปี 2026 ปรับตัวลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า โดยอัตราเงินเฟ้อรวม (headline inflation) อยู่ที่ 2.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งลดลงจากที่ระดับ 2.4% ในเดือนธันวาคม 2025 — ตัวเลขนี้ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เล็กน้อยและใกล้เคียงกับกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อของ Bank of Canada ที่ระดับประมาณ 2% ถึง 3%
ปัจจัยหลักที่ทำให้เงินเฟ้อชะลอ
หนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลงคือราคาน้ำมันเบนซินที่ปรับตัวลดลงอย่างมาก โดยราคาน้ำมันเฉลี่ยในเดือนมกราคมลดลงประมาณ 16.7% เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งช่วยชดเชยแรงกดดันด้านราคาในหมวดอื่นๆ และสอดคล้องกับแนวโน้มราคาน้ำมันที่อ่อนตัวในตลาดโลกในช่วงต้นปี
นอกจากราคาน้ำมันแล้ว หมวดราคาอื่นๆ ก็มีการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันไป เช่น ราคาอาหารที่ซื้อจากร้านค้าปลีกยังคงสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย (shelter) ก็ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้จะชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation)
เงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งไม่รวมราคาที่มีความผันผวนอย่างมากอย่างอาหารและพลังงาน (core inflation) ก็แสดงสัญญาณการชะลอตัวเช่นกัน โดยดัชนี CPI-median และ CPI-trim ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่ Bank of Canada ให้ความสำคัญ อยู่ที่ประมาณ 2.4% – 2.5% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา
ผลกระทบต่อการตัดสินใจด้านนโยบายการเงิน
ตัวเลขเงินเฟ้อที่อยู่ใกล้กับเป้าหมายของธนาคารกลางเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า Bank of Canada อาจเลือกที่จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับปัจจุบัน ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2.25% เพื่อไม่ให้เร่งแรงกดดันด้านราคามากเกินไปต่อระบบเศรษฐกิจ
ก่อนหน้านี้ธนาคารกลางได้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิมแล้วในการประชุมที่ผ่านมา และความคาดหวังของตลาดก็ชี้ว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอาจจะเกิดขึ้นในช่วงกลางปีนี้ หากตัวเลขเงินเฟ้อยังคงชะลอตัวได้อย่างต่อเนื่อง
ภาพรวมการใช้จ่ายของผู้บริโภคและแรงกดดันด้านราคา
ถึงแม้อัตราเงินเฟ้อรวมจะชะลอตัวลง แต่อีกหลายหมวดราคายังคงเป็นแรงกดดันให้กับผู้บริโภค ตัวอย่างเช่น ราคาสินค้าอาหารยังคงปรับตัวขึ้นในระดับสูงเมื่อเทียบปีต่อปี โดยเฉพาะราคาสินค้าอาหารในร้านค้าปลีกที่ยังเติบโตในอัตราที่แข็งแกร่ง และค่าใช้จ่ายด้านบริการบางประเภท เช่น ร้านอาหาร ก็ยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้นจากปีก่อนหน้า
นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายด้านการสื่อสาร เช่น ค่าโทรศัพท์มือถือ ก็มีการปรับลดลงเล็กน้อยในเดือนมกราคม ส่งผลให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อในหมวดนี้มีแนวโน้มบรรเทาลงหลังจากที่เคยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในหกเดือนก่อนหน้า
การตอบสนองของตลาดการเงินและค่าเงิน
ตัวเลขเงินเฟ้อที่ออกมานี้ยังส่งผลต่อตลาดการเงินและค่าเงินดอลลาร์แคนาดา โดยค่าเงินแคนาดา (CAD) มีการเคลื่อนไหวบางส่วนหลังจากรายงานอัตราเงินเฟ้อใหม่ แต่โดยรวมแล้วยังคงมีแรงซื้อขายผันผวนตามปัจจัยเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยทั่วโลก
ผลจากการชะลอตัวของอัตราเงินเฟ้อและราคาน้ำมันที่ลดลง ยังทำให้ตลาดคาดการณ์ถึงโอกาสในการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินของทั้งธนาคารกลางแคนาดาและธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ซึ่งอาจมีผลต่อทิศทางของอัตราดอกเบี้ยและการเคลื่อนไหวของค่าเงินในช่วงต่อไป
แนวโน้มเงินเฟ้อในอนาคต
นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่าเงินเฟ้อของแคนาดาอาจจะยังคงอยู่ใกล้กับเป้าหมายของธนาคารกลางในช่วงที่เหลือของปี 2026 หากไม่มีแรงกดดันทางด้านราคาสินค้าหลักเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอก เช่น ราคาพลังงานโลก และแรงกดดันด้านต้นทุนบริการ อาจยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องจับตา
#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น