
Bunge Global ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรปี 2026 หลังไตรมาสแรกแข็งแกร่งจากธุรกิจ Oilseed และ Biofuel
Bunge Global โชว์ผลประกอบการ Q1/2026 แข็งแกร่ง พร้อมเพิ่มเป้ากำไรทั้งปี
Bunge Global SA บริษัท agribusiness รายใหญ่ระดับโลก รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด โดยกำไรต่อหุ้นแบบ adjusted อยู่ที่ 1.83 ดอลลาร์ สูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ขณะที่รายได้อยู่ที่ 21.86 พันล้านดอลลาร์ แม้รายได้จะต่ำกว่าคาดบางส่วน แต่ภาพรวมธุรกิจยังโดดเด่นจากธุรกิจแปรรูปถั่วเหลือง น้ำมันพืช และ softseed processing
บริษัทระบุว่า ผลงานที่แข็งแกร่งมาจากสภาพตลาดที่ดีขึ้น โดยเฉพาะ margin ของธุรกิจ oilseed processing และความต้องการ biofuel ที่ปรับตัวดีขึ้น ทำให้ Bunge ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรต่อหุ้นแบบ adjusted ทั้งปี 2026 เป็นช่วง 9.00-9.50 ดอลลาร์ จากเดิมที่คาดไว้ 7.50-8.00 ดอลลาร์
ปัจจัยหลักที่หนุนผลประกอบการ
หนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญคือธุรกิจ Soybean Processing and Refining ซึ่งได้รับประโยชน์จากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นในอเมริกาใต้ โดยเฉพาะอาร์เจนตินาและบราซิล รวมถึงผลประกอบการที่ดีขึ้นในอเมริกาเหนือ บริษัทรายงานยอดขายสุทธิของธุรกิจนี้ที่ 9.55 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มจาก 6.66 พันล้านดอลลาร์ ในปีก่อน
ธุรกิจ Softseed Processing and Refining ก็เติบโตเด่นเช่นกัน โดยยอดขายสุทธิอยู่ที่ 3.90 พันล้านดอลลาร์ เทียบกับ 1.52 พันล้านดอลลาร์ ในปีก่อน ปัจจัยหนุนมาจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นในอาร์เจนตินา แคนาดา และยุโรป รวมถึง crop ขนาดใหญ่ในแคนาดาและออสเตรเลีย
บทบาทของ Viterra และเครือข่ายที่ใหญ่ขึ้น
หลังการรวมธุรกิจกับ Viterra Bunge มี footprint ในการจัดหาและกระจายสินค้าเกษตรที่กว้างขึ้นอย่างชัดเจน ส่งผลให้ปริมาณ soybean merchandised และ softseed merchandised เพิ่มขึ้นอย่างมาก บริษัทจึงสามารถรับมือกับตลาดที่เปลี่ยนเร็วได้ดีขึ้น ทั้งในด้าน sourcing, logistics และการบริหารความเสี่ยง
อย่างไรก็ตาม การรวมธุรกิจยังทำให้ค่าใช้จ่ายบางส่วนเพิ่มขึ้น โดยหมวด Corporate and Other มี adjusted EBIT ติดลบมากขึ้น เนื่องจากต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับ Viterra และค่าใช้จ่ายองค์กรที่สูงกว่าเดิม
Biofuel ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ตลาด
อีกปัจจัยที่ตลาดจับตาคือแนวโน้มความต้องการ biofuel โดย Reuters รายงานว่า การปรับเพิ่มข้อกำหนดการผสม biofuel ในสหรัฐฯ ช่วยลดความไม่แน่นอนที่เคยกดดันกลุ่ม agribusiness ในช่วงก่อนหน้า และเป็นแรงหนุนต่อราคาน้ำมันถั่วเหลืองและ crush margin
สำหรับ Bunge ธุรกิจน้ำมันพืชและวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องกับ renewable fuels จึงกลายเป็นจุดแข็งสำคัญ เพราะบริษัทไม่ได้เป็นเพียงผู้ค้าสินค้าเกษตร แต่ยังมีฐานการแปรรูปและระบบจัดจำหน่ายระดับโลก
ภาพรวมแต่ละธุรกิจ
Soybean Processing and Refining
ธุรกิจนี้เป็นพระเอกของไตรมาส โดย adjusted segment EBIT เพิ่มเป็น 377 ล้านดอลลาร์ จาก 241 ล้านดอลลาร์ ในปีก่อน ผลงานดีขึ้นจาก processing performance ในอเมริกาใต้และอเมริกาเหนือ รวมถึง global oils merchandising ที่บริหารได้ดี
Softseed Processing and Refining
Adjusted segment EBIT เพิ่มเป็น 195 ล้านดอลลาร์ จาก 82 ล้านดอลลาร์ ในปีก่อน สะท้อนการเติบโตในหลายภูมิภาค ทั้งยุโรป อเมริกาเหนือ อาร์เจนตินา แคนาดา และออสเตรเลีย
Tropical Oils and Specialty Ingredients
ธุรกิจนี้มี adjusted segment EBIT ที่ 45 ล้านดอลลาร์ เพิ่มจาก 23 ล้านดอลลาร์ ในปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากเอเชีย ยุโรป และ global oils merchandising แม้บางส่วนในอเมริกาเหนือจะอ่อนตัวลง
Grain Merchandising and Milling
ธุรกิจ grain มีปริมาณเพิ่มขึ้นมากจากเครือข่ายหลังรวม Viterra แต่ adjusted segment EBIT ลดลงเหลือ 44 ล้านดอลลาร์ จาก 60 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากผลกระทบจาก ocean freight และการเปรียบเทียบกับปีก่อนที่ยังรวมธุรกิจ corn milling ซึ่งถูกขายออกไปในปี 2025
ความเสี่ยงที่ยังต้องติดตาม
แม้ภาพรวมไตรมาสแรกจะออกมาดี แต่ฝ่ายบริหารยังเตือนว่า visibility ของตลาดยังจำกัด เพราะมีความไม่แน่นอนด้าน macroeconomics, geopolitics, trade flows, tariffs, logistics cost และราคาพลังงาน บริษัทจึงยังต้องบริหารความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด
Greg Heckman ซีอีโอของ Bunge ระบุในสาระสำคัญว่า ทีมงานสามารถดำเนินงานได้ดีในตลาดที่เปลี่ยนแปลงเร็ว และแพลตฟอร์มระดับโลกของบริษัทช่วยให้จับโอกาสและเชื่อมเกษตรกรกับผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มุมมองต่อปี 2026
การปรับเพิ่ม guidance เป็นสัญญาณบวกต่อ investor sentiment เพราะสะท้อนว่าฝ่ายบริหารมั่นใจมากขึ้นใน margin ของธุรกิจหลัก โดยเฉพาะ soybean และ softseed processing อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าธุรกิจ Tropical Oils and Specialty Ingredients และ Grain Merchandising and Milling อาจต่ำกว่าประมาณการเดิมบางส่วน
โดยรวมแล้ว Bunge กำลังอยู่ในช่วงที่ได้ประโยชน์จาก market cycle ที่ดีขึ้น การรวม Viterra ที่ช่วยขยาย scale และความต้องการ food, feed และ fuel ที่ยังแข็งแรงในระยะยาว หากบริษัทสามารถควบคุมต้นทุนและบริหารความผันผวนของ commodity market ได้ดี ผลประกอบการปี 2026 อาจยังมีแรงส่งต่อเนื่อง
สรุปข่าว
Bunge Global SA รายงานไตรมาสแรกปี 2026 ได้แข็งแกร่งกว่าคาด โดย adjusted EPS อยู่ที่ 1.83 ดอลลาร์ และปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรทั้งปีเป็น 9.00-9.50 ดอลลาร์ต่อหุ้น จุดเด่นมาจากธุรกิจ soybean processing, softseed processing, biofuel demand และเครือข่ายที่ขยายใหญ่ขึ้นหลังรวม Viterra แม้ยังมีความเสี่ยงจากต้นทุน logistics ภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนของตลาดสินค้าเกษตร แต่ภาพรวมของบริษัทในปี 2026 ถือว่าดีขึ้นอย่างชัดเจน
#BungeGlobal #BGStock #Agribusiness #Biofuel #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น