ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ผันผวนหนัก นักลงทุนควรวางเงินตรงไหนหลัง Bond Selloff

ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ผันผวนหนัก นักลงทุนควรวางเงินตรงไหนหลัง Bond Selloff

โดย ADMIN

ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ผันผวนหนัก นักลงทุนควรวางเงินตรงไหนหลัง Bond Selloff

ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ กำลังเผชิญแรงขายรุนแรง หลังนักลงทุนกังวลทั้งสงครามอิหร่าน เงินเฟ้อ ราคาน้ำมัน และทิศทางดอกเบี้ยของ Fed ภายใต้ประธานคนใหม่ Kevin Warsh โดย MarketWatch รายงานว่า Bond Market มีความผันผวนรายวันสูง และยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าผลตอบแทนพันธบัตรแตะจุดสูงสุดแล้วหรือยัง

Bond Selloff คืออะไร และทำไมรอบนี้น่ากังวล

Bond Selloff คือภาวะที่นักลงทุนเทขายพันธบัตรจำนวนมาก ทำให้ราคาพันธบัตรลดลง และผลตอบแทนหรือ Yield ปรับตัวสูงขึ้น สถานการณ์ล่าสุดไม่เหมือนภาวะตลาดปกติ เพราะโดยทั่วไปเมื่อตลาดหุ้นผันผวน นักลงทุนมักย้ายเงินเข้าพันธบัตรเพื่อความปลอดภัย แต่รอบนี้พันธบัตรเองกลับถูกขายออกแรงเช่นกัน

ปัจจัยสำคัญมาจากความกลัวว่าเงินเฟ้อจะกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง โดยเฉพาะหากราคาน้ำมันและราคาน้ำมันเบนซินสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตาว่า Fed จะคงดอกเบี้ย ขึ้นดอกเบี้ย หรือส่งสัญญาณอะไรใหม่ในการประชุมวันที่ 16-17 มิถุนายน

Yield พันธบัตรสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับสูง

ข้อมูลในรายงานระบุว่า Yield พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ลดลงมาอยู่แถว 5.03% จาก 5.19% ส่วนพันธบัตรอายุ 10 ปี อยู่ราว 4.49% และพันธบัตรอายุ 2 ปี อยู่ประมาณ 4.05% ระดับเหล่านี้สะท้อนว่าตลาดยังไม่มั่นใจต่อทิศทางเงินเฟ้อและดอกเบี้ย

นักลงทุนควรมองพันธบัตรระยะสั้นถึงกลาง

ผู้เชี่ยวชาญหลายรายในรายงานของ MarketWatch มองว่า ในภาวะนี้นักลงทุนไม่ควรรีบเพิ่มน้ำหนักพันธบัตรระยะยาวมากเกินไป เพราะพันธบัตรระยะยาวอ่อนไหวต่อเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และภาระหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ มากกว่า ทางเลือกที่ถูกพูดถึงมากขึ้นคือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2-7 ปี ซึ่งให้ Yield น่าสนใจ แต่ยังไม่เสี่ยงเท่าพันธบัตรระยะยาว

ทำไมพันธบัตรระยะยาวยังมีความเสี่ยง

พันธบัตรระยะยาว เช่น อายุ 10 ปี หรือ 30 ปี มักได้รับผลกระทบมากเมื่อ Yield ขยับขึ้น เพราะราคาจะปรับลงแรงกว่า นักลงทุนบางส่วนจึงกังวลว่าหาก Fed ต้องขึ้นดอกเบี้ย หรือเงินเฟ้อไม่ลดลงตามเป้า พันธบัตรระยะยาวอาจยังเจอแรงขายต่อได้

ต่างจากปี 2022 อย่างไร

แม้ตลาดพันธบัตรรอบนี้ดูตึงเครียด แต่มีจุดต่างจากปี 2022 คือ Yield เริ่มต้นของพันธบัตรตอนนี้สูงกว่าเดิมมาก ทำให้นักลงทุนมี “เบาะรองรับ” จากดอกเบี้ยรับมากขึ้น หากถือครองอย่างระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังมีอยู่ โดยเฉพาะหากเงินเฟ้อเร่งตัวหรือเศรษฐกิจชะลอแรงกว่าคาด

มุมมองต่อ Fed และดอกเบี้ย

นักวิเคราะห์บางรายมองว่า ทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุดของ Fed คือ “ไม่ขึ้นและไม่ลดดอกเบี้ย” ในตอนนี้ เพราะการขึ้นดอกเบี้ยอาจกดดันเศรษฐกิจ ขณะที่การลดดอกเบี้ยเร็วเกินไปอาจทำให้เงินเฟ้อกลับมารุนแรงกว่าเดิม

บทสรุปสำหรับนักลงทุน

ในช่วงที่ Bond Market ผันผวน นักลงทุนควรเน้นความระมัดระวังมากกว่าการไล่ซื้อพันธบัตรระยะยาวเพราะเห็น Yield สูง กลยุทธ์ที่ดูสมดุลกว่าคือถือพันธบัตรระยะสั้นถึงกลาง กระจายความเสี่ยง และติดตามทิศทาง Fed เงินเฟ้อ ราคาน้ำมัน และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นการเรียบเรียงข่าวเพื่อให้ข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและประเมินความเสี่ยงให้เหมาะกับตนเองก่อนตัดสินใจ

#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง