บิทคอยน์เอแวนเจลลิสต์ชี้ “เงินเฟ้อจริงสูงกว่าสถิติอย่างเป็นทางการ” โดยอิงจากราคาสเต็ก Ribeye

บิทคอยน์เอแวนเจลลิสต์ชี้ “เงินเฟ้อจริงสูงกว่าสถิติอย่างเป็นทางการ” โดยอิงจากราคาสเต็ก Ribeye

โดย ADMIN

นักบิทคอยน์ย้ำ เงินเฟ้อสูงกว่าที่รัฐบาลประกาศจริง

ในช่วงที่หลายคนกำลังกังวลเรื่องราคาแพงและความสามารถในการซื้อของที่ลดลง นักรณรงค์บิทคอยน์ รายหนึ่งได้ออกมาแสดงมุมมองที่แตกต่างจากสถิติเงินเฟ้ออย่างเป็นทางการของรัฐบาล โดยใช้องค์ประกอบที่ใกล้ตัวอย่างหนึ่งคือ “ราคาสเต็ก Ribeye” มาเป็นตัววัดเงินเฟ้อที่ “ตรงกับชีวิตประจำวัน” มากกว่า CPI (Consumer Price Index) แบบที่หน่วยงานทางการใช้อยู่ทุกวันนี้


ใครคือคนที่ออกมาให้ความเห็นเรื่องนี้?

ชายคนนี้ชื่อว่า พาร์คเกอร์ ลูอิส (Parker Lewis) — ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับเศรษฐกิจและบิทคอยน์ โดยเขาเป็นคนที่เชื่อว่าบิทคอยน์ควรมีบทบาทสำคัญในระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ และเงินเฟ้อที่แท้จริงมีแนวโน้มสูงกว่า “ตัวเลข CPI” ที่หลายคนเห็นในรายงานของรัฐบาล

เขาทำอย่างไร?

ในรายการพอดแคสต์ชื่อว่า We Study Billionaires ลูอิสเล่าว่าเขาติดตามราคาสเต็ก Ribeye ชิ้นเดิมที่ร้านเดิมตั้งแต่ปี 2020 จนถึงตอนนี้ (ราว 5 ปี) เพื่อใช้เปรียบเทียบว่าราคาสินค้าที่บริโภคจริงนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เมื่อเทียบกับเวลาที่ผ่านไป

จากการติดตามของเขาพบว่า ราคาสเต็ก Ribeye เพิ่มขึ้นรวมแล้วประมาณ 72.5% หรือราวๆ 19% ต่อปี — มากกว่าตัวเลข CPI ที่หน่วยงานสถิติที่หลายประเทศใช้รายงานอย่างเป็นทางการมากทีเดียว


ทำไมเลือก “ราคาสเต็ก” เป็นตัวชี้วัด?

ลูอิสบอกว่า Ribeye เป็นของที่ผู้คนจำนวนมากยังคงบริโภค มันเป็นสิ่งที่ต้องใช้แรงงาน ผลิตและขนส่ง มีความต้องการ และโดยทั่วไปคนยังอยากได้ของคุณภาพดีอยู่เสมอ — ดังนั้นเขาคิดว่ามันสามารถ “สะท้อนเงินเฟ้อจริงในชีวิตประจำวัน” ได้ดีกว่าตัวเลขเชิงสถิติที่อาจดูเป็นนามธรรมมากกว่า

เขากล่าวว่า:

“คุณต้องดูสิ่งที่คุณใช้จริงในชีวิต และวัดเงินเฟ้อตามสิ่งเหล่านั้น เพราะหากหน่วยงานบอกว่า CPI อยู่ที่ 2.7% แต่คุณไปที่ร้านขายของหรือห้างสรรพสินค้า พบว่าราคาสินค้าสูงขึ้นมากกว่า — หรือค่าตั๋วเครื่องบินที่เคยถูกมากแต่ตอนนี้แพงขึ้นเป็นสองเท่า — นั่นแหละคือเงินเฟ้อที่แท้จริงที่คนทั่วไปเจอ”

ข้อมูลสถิติอย่างเป็นทางการว่าด้วยราคาสเต็ก

ถึงแม้ลูอิสจะใช้วิธีติดตามราคาที่ร้านเดียวเท่านั้น หน่วยงานอย่าง Bureau of Labor Statistics (BLS) ของสหรัฐฯ ก็มีตัวเลขการเก็บข้อมูลราคาสเต็กอย่างเป็นทางการเหมือนกัน โดยในปี 2020 ราคาสเต็ก Ribeye อยู่ราว $7.64 ต่อปอนด์ และปัจจุบันราคาขยับขึ้นเป็น $12.51 ต่อปอนด์ — ซึ่งก็เพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นกัน แต่ตัวเลขโดยรวมของ CPI อาจไม่ได้สะท้อนตรงตามที่หลายคนรู้สึกในชีวิตจริงเท่าไหร่


มุมมองเกี่ยวกับบิทคอยน์

สิ่งที่น่าสนใจคือ ลูอิสไม่ได้มองแค่เรื่องเงินเฟ้อเท่านั้น — เขายังพูดถึงบทบาทของบิทคอยน์ในระบบเศรษฐกิจว่า หากระบบการเงินมีการยอมรับบิทคอยน์มากขึ้น สกุลเงินดิจิทัลนี้อาจเป็น “เครื่องมือทางเศรษฐกิจที่แข็งแรง” ที่ช่วยป้องกันการหักล้างจากปัจจัยภายนอกบางอย่างได้มากขึ้นด้วย

ในบริบทของราคาบิทคอยน์เอง แม้จะเคยสูงแตะเกือบ $89,000 ก่อนจะปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดตอนปลายเดือนตุลาคมปีที่แล้ว แต่ลูอิสยืนยันว่าในมุมมองของเขา บิทคอยน์ยังมีศักยภาพที่น่าสนใจ — แม้ว่ามันจะยังถูกมองมากกว่าเป็น “ทรัพย์สินเสี่ยง” มากกว่า “เครื่องป้องกันเงินเฟ้อ” โดยนักลงทุนบางกลุ่มก็ตาม


ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ?

ความเห็นของลูอิสได้จุดประเด็นคำถามที่สำคัญ: อะไรคือวิธีที่ดีที่สุดในการวัดเงินเฟ้อ? ตัวเลข CPI ที่ประกาศอย่างเป็นทางการนั้นช่วยให้หน่วยงานต่างๆ วิเคราะห์และกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ — แต่สำหรับคนทั่วไป ราคาของสิ่งที่พวกเขาจ่ายจริงในร้านค้ารายวันอาจส่งผลต่อความรู้สึกของเงินเฟ้อมากกว่า จึงเกิดช่องว่างระหว่างตัวเลขทางการกับประสบการณ์จริงของชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ประเด็นนี้ยังเชื่อมโยงกับ เกี่ยวกับวิธีการคำนวณเงินเฟ้อ — ว่าควรเน้นตัวชี้วัดเฉพาะ หรือใช้ “ตะกร้าสินค้าที่ครอบคลุม” มากกว่า — ซึ่งเป็นหัวข้อที่วิเคราะห์กันทั้งในด้านการเงิน สังคม และเชิงนโยบายสาธารณะมากขึ้นในยุคหลังๆ นี้ด้วย


บทสรุปข้อคิด

แม้ตัวเลข CPI จะยังเป็นมาตรฐานที่หน่วยงานหลายแห่งทั่วโลกใช้เปรียบเทียบเงินเฟ้อ แต่คำพูดของนักบิทคอยน์อย่างลูอิสก็สะท้อนให้เห็นว่า มุมมองจากชีวิตจริงของผู้บริโภค อาจแตกต่างออกไป และนี่คือสิ่งที่กำลังทำให้หลายคนหันกลับมาสนใจการวัดเงินเฟ้อในแบบที่ “คนทั่วไปสัมผัสได้จริง” มากขึ้นเรื่อยๆ มากกว่าการพึ่งพาตัวเลขเชิงสถิติเพียงอย่างเดียว

#บิทคอยน์ #เงินเฟ้อ #เศรษฐกิจ #ราคาสเต็กRibeye #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง

บิทคอยน์เอแวนเจลลิสต์ชี้ “เงินเฟ้อจริงสูงกว่าสถิติอย่างเป็นทางการ” โดยอิงจากราคาสเต็ก Ribeye | SlimScan