
Bitcoin ร่วงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 นักลงทุนกังวลตลาดคริปโตเข้าสู่ช่วงขาลง
Bitcoin ดิ่งหนัก แตะจุดต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี สะเทือนตลาดคริปโตทั่วโลก
ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก หลังจาก Bitcoin (BTC) ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ และแตะระดับราคาต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 ส่งผลให้นักลงทุนเกิดความกังวลว่าตลาดคริปโตอาจกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะ Crypto Bear Market หรือช่วงตลาดขาลงอีกครั้ง
ความผันผวนครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงขายอย่างต่อเนื่องในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะที่เงินทุนจำนวนมากเริ่มไหลออกจากกองทุน Bitcoin ETF และย้ายไปยังการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยี รวมถึงการเสนอขายหุ้น IPO ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่กำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก
Bitcoin หลุดแนวรับสำคัญ ต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์
ข้อมูลการซื้อขายล่าสุดระบุว่า Bitcoin ปรับตัวลดลงมาอยู่บริเวณ 59,000-60,000 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 และเป็นหนึ่งในสัปดาห์ที่เลวร้ายที่สุดของตลาดคริปโตนับตั้งแต่วิกฤต FTX ในปี 2022
การร่วงลงดังกล่าวทำให้ Bitcoin สูญเสียมูลค่ามากกว่าครึ่งหนึ่งจากจุดสูงสุดตลอดกาลที่เคยทำไว้ในช่วงปี 2025 ที่ระดับมากกว่า 120,000 ดอลลาร์ ส่งผลให้มูลค่าตลาดของสินทรัพย์ดิจิทัลอันดับหนึ่งของโลกหายไปหลายแสนล้านดอลลาร์ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน
แรงขายกระจายสู่ตลาดคริปโตทั้งหมด
ไม่เพียงแต่ Bitcoin เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ เหรียญคริปโตขนาดใหญ่อื่น ๆ ก็เผชิญแรงขายอย่างหนักเช่นกัน
Ethereum (ETH)
Ethereum ปรับตัวลดลงเกือบ 10% ในบางช่วงของการซื้อขาย ก่อนจะฟื้นตัวเล็กน้อยตามภาวะตลาด
XRP
XRP ลดลงมากกว่า 5% สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อแนวโน้มของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลโดยรวม
Solana (SOL)
Solana ปรับตัวลดลงประมาณ 4% ตามแรงกดดันจากการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงทั่วทั้งตลาดคริปโต
นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า ภาพรวมของตลาดในปัจจุบันเป็นการลดความเสี่ยง (Risk-Off Sentiment) ของนักลงทุน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงอย่างคริปโตเคอร์เรนซีโดยตรง
เงินทุนไหลออกจาก Bitcoin ETF อย่างต่อเนื่อง
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่กดดันราคา Bitcoin คือการไหลออกของเงินลงทุนจากกองทุน Spot Bitcoin ETF ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยผลักดันราคา Bitcoin ให้สร้างสถิติสูงสุดใหม่
ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนสถาบันเริ่มลดสัดส่วนการลงทุนใน Bitcoin ETF หลังจากมองว่าผลตอบแทนในระยะสั้นอาจไม่จูงใจเท่ากับการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีหรือหุ้น AI ที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในตลาดโลก
โดยเฉพาะกองทุน iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของ BlackRock ที่ปรับตัวลงต่อเนื่องและมีแนวโน้มปิดตลาดในระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 สะท้อนถึงแรงขายที่เกิดขึ้นในกลุ่มนักลงทุนสถาบัน
การขาย Bitcoin ของ Strategy สร้างแรงกดดันเพิ่มเติม
ตลาดยังได้รับแรงกระแทกจากข่าวที่บริษัท Strategy หรือชื่อเดิม MicroStrategy ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลก ได้ขาย Bitcoin บางส่วนออกจากพอร์ตการลงทุน
แม้ว่าปริมาณการขายจะไม่มากเมื่อเทียบกับจำนวน Bitcoin ที่บริษัทถืออยู่ทั้งหมด แต่เหตุการณ์ดังกล่าวถูกมองว่าเป็นสัญญาณเชิงลบ เนื่องจากบริษัทเคยยืนยันมาตลอดว่าจะถือครอง Bitcoin ในระยะยาว ส่งผลให้นักลงทุนจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามต่อความเชื่อมั่นของผู้เล่นรายใหญ่ในตลาด
กระแส IPO ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีดึงเงินออกจากคริปโต
นักวิเคราะห์หลายสำนักเชื่อว่าการเตรียมเข้าตลาดหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น SpaceX รวมถึงบริษัทด้าน AI อย่าง OpenAI และ Anthropic กำลังดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลออกจากตลาดคริปโต
นักลงทุนจำนวนมากมองว่าการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีที่มีศักยภาพเติบโตสูงอาจให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่าในระยะสั้น ส่งผลให้เกิดการโยกย้ายเงินทุนจากสินทรัพย์ดิจิทัลไปยังตลาดหุ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคยังเป็นแรงกดดันสำคัญ
นอกจากปัจจัยเฉพาะในตลาดคริปโตแล้ว สภาพเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นอีกหนึ่งแรงกดดันสำคัญ โดยอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงความคาดหวังที่ลดลงเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ส่งผลให้นักลงทุนมีความระมัดระวังมากขึ้นในการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
เมื่ออัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูง ต้นทุนทางการเงินของนักลงทุนก็เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงอย่าง Bitcoin ลดลงตามไปด้วย
นักวิเคราะห์เตือนความเสี่ยง “Crypto Winter”
นักวิเคราะห์บางส่วนเริ่มแสดงความกังวลว่า หาก Bitcoin ไม่สามารถกลับขึ้นมายืนเหนือแนวรับสำคัญได้ ตลาดคริปโตอาจเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า Crypto Winter หรือช่วงเวลาที่ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลปรับตัวลงเป็นเวลานาน
แม้จะยังไม่มีข้อสรุปว่าตลาดเข้าสู่ภาวะดังกล่าวแล้วหรือไม่ แต่การที่ Bitcoin สูญเสียมูลค่ามากกว่า 50% จากจุดสูงสุด ประกอบกับแรงขายจากนักลงทุนสถาบันและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก ทำให้หลายฝ่ายเริ่มจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
มุมมองระยะยาวยังคงมีความหวัง
แม้ว่าภาพรวมในระยะสั้นจะดูเป็นลบ แต่ผู้สนับสนุน Bitcoin หลายรายยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพระยะยาวของสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมองว่าความผันผวนเป็นเรื่องปกติของตลาดคริปโต และอาจเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่มีมุมมองระยะยาว
นอกจากนี้ การยอมรับ Bitcoin จากสถาบันการเงินขนาดใหญ่ รวมถึงการเติบโตของอุตสาหกรรม Blockchain ยังคงเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยสนับสนุนตลาดในอนาคต แม้ว่าระยะสั้นจะยังต้องเผชิญแรงกดดันจากหลายด้านก็ตาม
สรุปสถานการณ์
การร่วงลงของ Bitcoin สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนถึงความเปราะบางของตลาดคริปโตในปัจจุบัน โดยมีทั้งแรงขายจากนักลงทุนสถาบัน การไหลออกของเงินทุนจาก Bitcoin ETF ความกังวลด้านเศรษฐกิจมหภาค และการโยกย้ายเงินลงทุนไปยังหุ้นเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความนิยม
ในระยะสั้น ตลาดยังคงมีความผันผวนสูงและอาจเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจำนวนมากยังคงจับตาดูว่า Bitcoin จะสามารถฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้หรือไม่ และตลาดคริปโตจะสามารถหลีกเลี่ยงการเข้าสู่ภาวะ Crypto Winter รอบใหม่ได้มากน้อยเพียงใด
#Bitcoin #Cryptocurrency #CryptoMarket #Blockchain #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น