
Bitcoin ETF เงินไหลออกหนักสุดรอบ 3 เดือน แตะ 635 ล้านดอลลาร์ นักลงทุนกังวลเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ย
Bitcoin ETF เงินไหลออกหนักสุดรอบ 3 เดือน แตะ 635 ล้านดอลลาร์ นักลงทุนกังวลเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ย
ตลาด Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ เจอแรงกดดันครั้งใหญ่ หลังเงินทุนไหลออกสุทธิราว 635 ล้านดอลลาร์ ภายในวันเดียว ถือเป็นระดับการไหลออกที่หนักที่สุดในรอบประมาณ 3 เดือน โดยรายงานจาก 24/7 Wall St. ระบุว่า กองทุน Spot Bitcoin ETF ทั้ง 11 กองทุนเผชิญแรงขายพร้อมกัน ขณะที่กองทุน IBIT ของ BlackRock เป็นกองทุนที่มีเงินไหลออกมากที่สุดในกลุ่มนี้
เงินไหลออกจาก Bitcoin ETF สะท้อนอะไร?
ก่อนหน้านี้ Spot Bitcoin ETF เคยเป็นหนึ่งในปัจจัยบวกสำคัญของตลาดคริปโต เพราะช่วยให้นักลงทุนสถาบันเข้าถึง Bitcoin ได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องถือเหรียญโดยตรง แต่การไหลออกครั้งล่าสุดสะท้อนว่า นักลงทุนรายใหญ่เริ่มลดความเสี่ยง และเลือกล็อกกำไรหลังราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา
ข้อมูลในรายงานระบุว่า เงินไหลออกไม่ได้เกิดขึ้นเพียงวันเดียวแบบโดด ๆ แต่ยอดเงินไหลเข้าสุทธิสะสมของกองทุน Bitcoin ETF ลดลงจากประมาณ 59.76 พันล้านดอลลาร์ เหลือ 58.5 พันล้านดอลลาร์ หรือหายไปราว 1.26 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 5 วันทำการ
BlackRock IBIT เจอแรงขายมากที่สุด
กองทุน BlackRock IBIT ซึ่งเป็นหนึ่งใน Spot Bitcoin ETF ที่ใหญ่ที่สุด ถูกจับตาเป็นพิเศษ เพราะมีเงินไหลออกประมาณ 284.69 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของยอดไหลออกทั้งหมดในวันดังกล่าว
ประเด็นนี้สำคัญเพราะ BlackRock มักถูกมองว่าเป็นตัวแทนของความต้องการจากนักลงทุนสถาบัน เมื่อกองทุนขนาดใหญ่เริ่มมีเงินไหลออก ตลาดจึงตีความได้ว่า sentiment ของฝั่งสถาบันเริ่มอ่อนแรงลง ไม่ใช่แค่นักลงทุนรายย่อยขายทำกำไรเท่านั้น
เงินเฟ้อร้อนแรง กดดันความหวังลดดอกเบี้ย
หนึ่งในปัจจัยหลักที่กดดันตลาดคือข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ออกมาสูงกว่าคาด รายงานระบุว่า CPI เดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่ PPI พุ่งขึ้น 6% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2022
เมื่อเงินเฟ้อสูง ตลาดจะเริ่มกังวลว่า Fed อาจไม่รีบลดดอกเบี้ย หรืออาจกลับไปใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น สินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin จึงถูกขายออก เพราะนักลงทุนมักย้ายเงินไปถือสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่าในช่วงที่ดอกเบี้ยมีแนวโน้มสูง
ความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยเปลี่ยนเร็ว
ก่อนข้อมูลเงินเฟ้อออกมา นักลงทุนจำนวนมากยังเชื่อว่า Fed อาจมีโอกาสลดดอกเบี้ย แต่หลังตัวเลข CPI และ PPI ออกมาร้อนแรง ความคาดหวังดังกล่าวลดลงทันที รายงานระบุว่าตลาดเริ่มประเมินโอกาสของการขึ้นดอกเบี้ยในอนาคตสูงขึ้น ซึ่งทำให้แรงซื้อ Bitcoin ETF ลดลงอย่างชัดเจน
Bitcoin มักเคลื่อนไหวเหมือนสินทรัพย์เสี่ยงประเภทหนึ่ง เมื่อดอกเบี้ยต่ำ นักลงทุนมีแรงจูงใจรับความเสี่ยงมากขึ้น แต่เมื่อดอกเบี้ยสูง เงินทุนมักไหลออกจากสินทรัพย์ที่ผันผวน เช่น คริปโต หุ้นเทคโนโลยี และสินทรัพย์เติบโตสูง
ราคา Bitcoin ชนแนวต้านสำคัญแถว 82,000 ดอลลาร์
อีกปัจจัยที่ทำให้เกิดแรงขายคือราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้นแรงจากราว 66,000 ดอลลาร์ในช่วงกลางเดือนเมษายน ไปแตะบริเวณ 82,000 ดอลลาร์ในสัปดาห์ก่อนหน้า แต่ไม่สามารถผ่านแนวต้านสำคัญได้ รายงานระบุว่าเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันอยู่แถว 82,455 ดอลลาร์ และ Bitcoin ถูกปฏิเสธจากบริเวณนี้หลายครั้ง
สำหรับนักเทรด เส้นค่าเฉลี่ย 200 วันถือเป็นระดับเทคนิคที่สำคัญมาก หากราคายืนเหนือได้ มักถูกมองเป็นสัญญาณบวก แต่ถ้าทะลุไม่ผ่าน ก็อาจกระตุ้นแรงขายทำกำไร โดยเฉพาะจากกลุ่มที่เข้าซื้อก่อนหน้าราคาพุ่งขึ้น
แรงขายทำกำไรเริ่มมากขึ้น
รายงานระบุว่า เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม นักลงทุนมีการขายทำกำไร Bitcoin มูลค่าประมาณ 1.16 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 14,600 BTC ในวันเดียว ถือเป็นหนึ่งในสัญญาณว่าตลาดเริ่มเข้าสู่ช่วงระวังตัวมากขึ้น
เมื่อนักลงทุนเห็นว่าราคา Bitcoin ไม่สามารถผ่านแนวต้านได้ และตัวเลขเงินเฟ้อออกมาไม่เป็นใจ การขายผ่าน ETF จึงกลายเป็นช่องทางที่รวดเร็วที่สุดสำหรับสถาบันในการลด exposure ต่อ Bitcoin
กฎหมาย CLARITY Act อาจเป็นตัวแปรสำคัญ
อีกประเด็นที่ตลาดจับตาคือความคืบหน้าของ CLARITY Act ซึ่งเกี่ยวข้องกับกรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ รายงานชี้ว่า หากกฎหมายนี้ผ่าน อาจช่วยเพิ่มความชัดเจนด้านกฎระเบียบ และอาจดึงเงินทุนกลับเข้าสู่ตลาด Bitcoin ETF ได้
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องติดตามหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งทิศทางเงินเฟ้อ ท่าทีของ Fed ระดับราคาสำคัญของ Bitcoin และความคืบหน้าด้านกฎหมาย เพราะปัจจัยเหล่านี้จะกำหนดว่าเงินทุนจะไหลกลับเข้า ETF หรือไหลออกต่อเนื่อง
มุมมองต่อตลาด Bitcoin ระยะสั้น
ในระยะสั้น ตลาด Bitcoin อาจยังผันผวนสูง หาก Bitcoin ยืนเหนือระดับ 80,000 ดอลลาร์ได้ ความเชื่อมั่นอาจเริ่มกลับมา แต่ถ้าหลุดระดับดังกล่าว แรงขายอาจเพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะจากนักลงทุนที่ซื้อสะสมในช่วงราคาเด้งขึ้นก่อนหน้า
สำหรับนักลงทุนทั่วไป ข่าวนี้สะท้อนว่า Bitcoin ETF ไม่ได้มีแต่เงินไหลเข้าเสมอไป แม้ ETF จะช่วยให้ตลาดดูเป็นสถาบันมากขึ้น แต่ก็ทำให้เงินทุนไหลเข้าและออกได้รวดเร็วเช่นกัน ดังนั้น การติดตาม fund flow จึงเป็นเรื่องสำคัญพอ ๆ กับการดูราคาของ Bitcoin เอง
สรุป
การไหลออกของเงินทุนจาก Bitcoin ETF มูลค่า 635 ล้านดอลลาร์ เป็นสัญญาณเตือนว่าตลาดคริปโตยังอ่อนไหวต่อปัจจัยมหภาคอย่างมาก โดยเฉพาะเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และกฎระเบียบ แม้ Bitcoin จะยังเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจจากสถาบัน แต่แรงขายล่าสุดแสดงให้เห็นว่านักลงทุนรายใหญ่พร้อมลดความเสี่ยงทันทีเมื่อภาพรวมเศรษฐกิจเริ่มไม่เอื้อ
หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นการเรียบเรียงข่าวเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน
#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น