
Bitcoin ETF เงินไหลเข้า 2 พันล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน จับตาแรงซื้อสถาบันยังไปต่อได้หรือไม่ในเดือนพฤษภาคม
Bitcoin ETF เงินไหลเข้า 2 พันล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน จับตาแรงซื้อสถาบันยังไปต่อได้หรือไม่ในเดือนพฤษภาคม
ตลาด Bitcoin ETF กลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลังรายงานจาก 24/7 Wall St. ระบุว่า กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิราว 2 พันล้านดอลลาร์ ในเดือนเมษายน 2026 ซึ่งถือเป็นเดือนที่แข็งแกร่งที่สุดของปีนี้ โดยแรงหนุนหลักมาจากความต้องการของนักลงทุนสถาบันและกระแสเงินที่ไหลเข้า BlackRock’s iShares Bitcoin Trust หรือ IBIT อย่างโดดเด่น
เมษายนกลายเป็นเดือนทองของ Bitcoin ETF
ข้อมูลระบุว่า Bitcoin ETF ปิดเดือนเมษายนด้วยเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนว่านักลงทุนรายใหญ่เริ่มกลับมาเพิ่มน้ำหนักในสินทรัพย์ดิจิทัลอีกครั้ง หลังตลาดเผชิญความผันผวนในช่วงก่อนหน้า โดยเฉพาะกองทุน IBIT ของ BlackRock ที่ดึงเงินลงทุนได้เกือบเท่ากับยอดรวมสุทธิทั้งอุตสาหกรรม ขณะที่บางกองทุน เช่น Grayscale’s GBTC ยังมีแรงไถ่ถอนออกอยู่
แรงซื้อดังกล่าวทำให้ภาพรวมของ Bitcoin ETF ดูสดใสขึ้น เพราะ ETF เป็นช่องทางที่นักลงทุนสถาบันใช้เข้าถึง Bitcoin ได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องถือครองเหรียญโดยตรง ความสะดวกนี้ทำให้ ETF กลายเป็นสะพานสำคัญระหว่างตลาดการเงินดั้งเดิมกับคริปโต
ต้นเดือนพฤษภาคมยังแรง ก่อนเจอแรงขายหนัก
แม้เดือนเมษายนจะปิดฉากอย่างสวยงาม แต่เดือนพฤษภาคมเริ่มต้นด้วยภาพที่ทั้งบวกและลบผสมกัน วันที่ 1 พฤษภาคม Bitcoin ETF มีเงินไหลเข้าสูงถึงประมาณ 629.73 ล้านดอลลาร์ ในวันเดียว และต่อมาในวันที่ 4 พฤษภาคม มีเงินไหลเข้าเพิ่มอีกประมาณ 532.21 ล้านดอลลาร์ โดย IBIT และ Fidelity’s FBTC เป็นกองทุนที่นำตลาด
อย่างไรก็ตาม โมเมนตัมเริ่มสะดุดในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 15 พฤษภาคม เมื่อ Bitcoin ETF เจอเงินไหลออกสุทธิราว 1 พันล้านดอลลาร์ ถือเป็นการหยุดสถิติเงินไหลเข้าต่อเนื่อง 6 สัปดาห์ ซึ่งก่อนหน้านั้นดึงเงินเข้ารวมประมาณ 3.4 พันล้านดอลลาร์
ปัจจัยที่หนุนเงินไหลเข้าในเดือนเมษายน
1. ความตึงเครียดการค้าสหรัฐฯ-จีนลดลง
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการผ่อนคลายความกังวลเรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน หลังมีสัญญาณพักมาตรการภาษี ทำให้สินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงหุ้นและคริปโต ฟื้นตัว นักลงทุนจึงเริ่มกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง
2. ราคา Bitcoin ฟื้นกลับใกล้ระดับ 80,000 ดอลลาร์
Bitcoin ฟื้นจากระดับต่ำก่อนหน้าและขยับกลับเข้าใกล้โซน 80,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับจิตวิทยาสำคัญ เมื่อตลาดเห็นราคาทรงตัวดีขึ้น นักลงทุนสถาบันบางส่วนจึงเริ่มเพิ่ม exposure ผ่าน ETF อีกครั้ง
3. BlackRock’s IBIT ยังเป็นตัวหลักของตลาด
IBIT กลายเป็นกองทุนเด่นที่สุดในกลุ่ม Spot Bitcoin ETF เพราะดึงเงินลงทุนได้ราว 2 พันล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายนเพียงกองเดียว นักวิเคราะห์มองว่าสิ่งนี้สะท้อนความเชื่อมั่นระยะยาวของนักลงทุนสถาบัน ไม่ใช่แค่การเก็งกำไรระยะสั้น
ทำไมเดือนพฤษภาคมถึงมีแรงขายกลับมา
แรงขายในเดือนพฤษภาคมไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เป็นผลรวมของหลายเรื่อง โดยเฉพาะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น เมื่อ bond yield สูงขึ้น นักลงทุนสถาบันมักหันไปถือสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนแน่นอนมากกว่า เช่น พันธบัตร แทนสินทรัพย์ที่ไม่มี yield อย่าง Bitcoin
อีกปัจจัยคือข้อมูลเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่าที่ตลาดคาด ทำให้ความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยของ Fed ลดลง เมื่อดอกเบี้ยมีแนวโน้มอยู่สูงนานขึ้น สินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตจึงถูกกดดันโดยตรง
Bitcoin ETF จะกลับมาเงินไหลเข้าได้หรือไม่
คำตอบคือ “มีโอกาส” แต่คงไม่ง่ายเหมือนเดือนเมษายน หากเงินเฟ้อเริ่มชะลอ และ Fed ส่งสัญญาณว่าการลดดอกเบี้ยยังเป็นไปได้ในปี 2026 นักลงทุนสถาบันอาจกลับมาเพิ่มน้ำหนักใน Bitcoin ETF อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ราคา Bitcoin ต้องยืนเหนือโซน 80,000 ดอลลาร์ให้มั่นคงด้วย เพราะหากราคายังแกว่งออกด้านข้างหรือหลุดแนวรับสำคัญ เงินทุนอาจยังไหลออกหรือชะลอการลงทุนต่อไป
มุมมองต่อตลาด
ภาพรวมตอนนี้จึงไม่ใช่ขาขึ้นเต็มตัว และก็ไม่ใช่สัญญาณลบทั้งหมด เดือนเมษายนแสดงให้เห็นว่านักลงทุนสถาบันยังสนใจ Bitcoin ETF อย่างจริงจัง แต่แรงขายในเดือนพฤษภาคมบอกว่าตลาดยังอ่อนไหวต่อเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และ yield ของพันธบัตร
สรุปแล้ว Bitcoin ETF ยังเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยดึงเงินทุนสถาบันเข้าสู่ตลาดคริปโต แต่การไหลเข้าของเงินทุนในช่วงถัดไปจะขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ทิศทางเงินเฟ้อ นโยบายดอกเบี้ยของ Fed และความสามารถของ Bitcoin ในการยืนเหนือระดับราคาสำคัญ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นการเรียบเรียงข่าวเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน นักลงทุนควรศึกษาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนใน Bitcoin, ETF หรือสินทรัพย์ดิจิทัลทุกประเภท
#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น