บิ๊กเทคต้องใช้เงินถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์เพื่อขับเคลื่อนบูม AI — นี่คือแผนการซับซ้อนที่พวกเขากำลังใช้

บิ๊กเทคต้องใช้เงินถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์เพื่อขับเคลื่อนบูม AI — นี่คือแผนการซับซ้อนที่พวกเขากำลังใช้

โดย ADMIN
บรรดายักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอย่าง Meta Platforms, Alphabet (เจ้าของ Google), Microsoft, Amazon และ Oracle กำลังเผชิญความท้าทายด้านเงินทุนครั้งใหญ่ — พวกเขาต้องเติมช่องว่างการลงทุนถึงประมาณ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ สำหรับการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่คาดว่าจะใช้เงินรวม 2.9 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2028. เนื่องจากกระแสเงินสดภายในบริษัท (free cash flow) ไม่เพียงพอที่จะครอบคลุมการลงทุนขนาดมหาศาลนี้ บริษัทเหล่านี้จึงหันไปพึ่งวิธีการทางการเงินแบบใหม่ ๆ เช่น การรวมทุนกับพันธมิตร, เครดิตส่วนตัว (private credit), การสร้างบริษัทร่วมทุน (joint ventures) และโครงสร้าง off‐balance‐sheet เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบด้านหนี้สินต่อภาพรวมงบดุล เช่น กรณีของโครงการ “Hyperion” ของ Meta ซึ่งร่วมทุนมูลค่า 270 000 ล้านดอลลาร์กับ Blue Owl Capital โดยที่ Blue Owl ถือหุ้น 80 % และ Meta ถือ 20 % และ Meta จะเช่าศูนย์ข้อมูลหลังการสร้างเสร็จในปี 2029. นอกจากนี้ บริษัทรุ่นใหม่อย่าง CoreWeave ที่เริ่มจากเหมืองขุดคริปโต ไปสู่ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ ได้รับเงินสนับสนุนจาก Nvidia ซึ่งถือหุ้นในบริษัทและทำข้อตกลงให้ซื้อ capacity ล่วงหน้า เพื่อแลกกับการเข้าถึงชิป GPU ของ Nvidia. แม้ยุทธศาสตร์เหล่านี้จะช่วยเร่งการขยายตัว แต่ก็เต็มไปด้วยความเสี่ยง – ทั้งจากการสร้างโครงสร้างพื้นฐานมากเกินไปจนเกินความต้องการ หรือบริษัทขนาดเล็กที่ไม่มีสภาพคล่องเพียงพอจะรับภาระหนี้สิน การลงทุนใน AI จึงไม่ใช่แค่เกมของเทคโนโลยี แต่มันกลายเป็นเกมของโครงสร้างทางการเงิน, ความเสี่ยง และอำนาจในการเข้าถึงทรัพยากรสำหรับอนาคต. #AIลงทุน #BigTechเงินทุน #โครงสร้างพื้นฐานAI #นวัตกรรมเทคโนโลยี #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง

บิ๊กเทคต้องใช้เงินถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์เพื่อขับเคลื่อนบูม AI — นี่คือแผนการซับซ้อนที่พวกเขากำลังใช้ | SlimScan