
หุ้นธนาคารสหรัฐเร่งซื้อหุ้นคืนครั้งใหญ่ จับตา Citigroup, KeyCorp และ M&T Bank
หุ้นธนาคารสหรัฐเร่งซื้อหุ้นคืนครั้งใหญ่ จับตา Citigroup, KeyCorp และ M&T Bank
กระแส stock buyback หรือการซื้อหุ้นคืนของธนาคารสหรัฐกำลังกลับมาโดดเด่นอีกครั้ง หลังหลายสถาบันการเงินรายใหญ่เพิ่มวงเงินซื้อหุ้นคืนในระดับสูง โดยเฉพาะ Citigroup, KeyCorp และ M&T Bank ซึ่งต่างมีศักยภาพซื้อหุ้นคืนคิดเป็นมากกว่า 10% ของมูลค่าตลาดบริษัท ตามรายงานของ MarketBeat เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2026
ทำไมการซื้อหุ้นคืนจึงสำคัญ
การซื้อหุ้นคืนคือการที่บริษัทนำเงินสดกลับไปซื้อหุ้นของตัวเองจากตลาด วิธีนี้มักช่วยลดจำนวนหุ้นที่หมุนเวียนอยู่ ทำให้กำไรต่อหุ้น หรือ EPS ดูแข็งแรงขึ้น หากผลประกอบการยังดีต่อเนื่อง นักลงทุนจึงมักมองว่า buyback เป็นสัญญาณว่าผู้บริหารมั่นใจในฐานะการเงินของบริษัท
Citigroup เดินหน้าแผนฟื้นตัว พร้อมวงเงินซื้อหุ้นคืน 30,000 ล้านดอลลาร์
Citigroup เป็นหนึ่งในธนาคารที่ถูกจับตามองมากที่สุด รายงานระบุว่าหุ้น Citi ให้ผลตอบแทนรวมมากกว่า 70% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และแผน turnaround ของบริษัทเริ่มเห็นผลชัดเจน โดยปี 2025 Citi ทำรายได้รวมระดับสถิติที่ 86,400 ล้านดอลลาร์
บริษัทใช้เงินซื้อหุ้นคืน 13,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 และในไตรมาส 1 ปี 2026 เพียงไตรมาสเดียวก็ซื้อคืนไปแล้ว 6,300 ล้านดอลลาร์ ล่าสุด Citi อนุมัติแผนซื้อหุ้นคืนใหม่มูลค่า 30,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นราว 14% ของมูลค่าตลาดบริษัทใกล้ 210,000 ล้านดอลลาร์
KeyCorp เพิ่มวงเงิน 3,000 ล้านดอลลาร์ หลังธุรกิจ Investment Banking แข็งแรง
KeyCorp เป็นอีกหนึ่งธนาคารที่ใช้ buyback เป็นเครื่องมือคืนทุนให้ผู้ถือหุ้น หุ้นของบริษัทให้ผลตอบแทนรวมประมาณ 40% ในรอบปีที่ผ่านมา ขณะที่ธุรกิจ investment banking ทำผลงานแข็งแกร่ง โดยปี 2025 เป็นปีที่ดีเป็นอันดับสองของธุรกิจนี้ และ pipeline ด้านดีลยังอยู่ในระดับสูง
ในไตรมาส 4 ปี 2025 KeyCorp ใช้เงินซื้อหุ้นคืน 200 ล้านดอลลาร์ มากกว่าที่คาดไว้เดิมสองเท่า ส่วนไตรมาส 1 ปี 2026 บริษัทซื้อคืนเกือบ 400 ล้านดอลลาร์ และประกาศเพิ่มวงเงิน buyback อีก 3,000 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นเกือบ 13% ของมูลค่าตลาดราว 23,500 ล้านดอลลาร์
M&T Bank ลดความเสี่ยงสินเชื่อ พร้อมเหลือวงเงินซื้อหุ้นคืนก้อนใหญ่
M&T Bank แม้ราคาหุ้นไม่ได้พุ่งแรงเท่า Citigroup แต่บริษัทมีความคืบหน้าสำคัญด้านคุณภาพสินเชื่อ โดยลด criticized commercial loans ได้ 27% ในปี 2025 และยอดสินเชื่อกลุ่มเสี่ยงลดลงอีก 700 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 1 ปี 2026 เหลือ 6,600 ล้านดอลลาร์
ด้าน buyback บริษัทซื้อหุ้นคืนคิดเป็น 9% ของหุ้นทั้งหมดในปี 2025 และในไตรมาส 1 ปี 2026 ใช้เงินซื้อคืน 1,250 ล้านดอลลาร์ ภายใต้วงเงินรวม 5,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้ยังเหลือความสามารถซื้อคืนราว 3,750 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 12% ของมูลค่าตลาดใกล้ 31,000 ล้านดอลลาร์
แรงหนุนจากนโยบายและกฎระเบียบ
MarketBeat ระบุว่า buyback ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะสามธนาคารนี้เท่านั้น แต่กำลังเป็นภาพรวมของอุตสาหกรรมธนาคารสหรัฐ โดยไตรมาส 1 ธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐทำสถิติซื้อหุ้นคืนรวม 33,000 ล้านดอลลาร์ นักวิเคราะห์มองว่านโยบายผ่อนคลายกฎระเบียบของรัฐบาล Trump ช่วยให้ธนาคารมีความยืดหยุ่นในการใช้เงินทุนมากขึ้น
มุมมองต่อนักลงทุน
การซื้อหุ้นคืนจำนวนมากอาจเป็นปัจจัยบวกต่อราคาหุ้นในระยะกลาง เพราะช่วยลดจำนวนหุ้นและเพิ่มแรงหนุนต่อกำไรต่อหุ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น คุณภาพสินทรัพย์ อัตราดอกเบี้ย แนวโน้มเศรษฐกิจ ความเสี่ยงด้านสินเชื่อ และ valuation ของหุ้นแต่ละตัว
สรุป: Citigroup, KeyCorp และ M&T Bank กำลังสะท้อนภาพใหม่ของหุ้นธนาคารสหรัฐที่ไม่ได้พึ่งพาเพียงรายได้ดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียม แต่ยังใช้กลยุทธ์ capital return อย่างจริงจัง ผ่านการซื้อหุ้นคืนขนาดใหญ่ หากเศรษฐกิจไม่ชะลอตัวแรงและคุณภาพสินเชื่อยังควบคุมได้ กลุ่มธนาคารอาจยังเป็นธีมที่น่าจับตาในตลาดหุ้นสหรัฐปี 2026
#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น