
Axon เดินหน้าโตแรง! ธุรกิจ Connected Devices และ Software ขยายตัวต่อเนื่อง หนุนแนวโน้มรายได้และกำไรในอนาคต
Axon เดินหน้าโตแรง! ธุรกิจ Connected Devices และ Software ขยายตัวต่อเนื่อง หนุนแนวโน้มรายได้และกำไรในอนาคต
Axon Enterprise, Inc. (NASDAQ: AXON) หนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ กำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนอีกครั้ง หลังธุรกิจหลักทั้งกลุ่ม Connected Devices และ Software & Services แสดงสัญญาณการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ส่งผลให้บริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ประจำปี และยังคงได้รับมุมมองเชิงบวกจากนักวิเคราะห์จำนวนมาก
การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากความต้องการอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยรุ่นใหม่ กล้องติดตัวเจ้าหน้าที่ (Body Cameras) ระบบจัดการข้อมูลดิจิทัล รวมถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ถูกนำมาใช้ในงานด้านความปลอดภัยและการบังคับใช้กฎหมายมากขึ้นทั่วโลก
ธุรกิจ Connected Devices กลับมาเติบโตโดดเด่น
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันผลประกอบการของ Axon คือการเติบโตของกลุ่มธุรกิจ Connected Devices ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์อัจฉริยะและโซลูชันด้านความปลอดภัยที่เชื่อมต่อกับระบบคลาวด์ของบริษัท
ในไตรมาสแรกของปี 2026 รายได้จากกลุ่ม Connected Devices เพิ่มขึ้นถึง 33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แตะระดับประมาณ 452.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผลิตภัณฑ์หลักที่ได้รับความนิยม ได้แก่
- TASER 10 อุปกรณ์ควบคุมสถานการณ์รุ่นใหม่
- Axon Body 4 กล้องติดตัวเจ้าหน้าที่รุ่นล่าสุด
- ระบบ Counter-Drone สำหรับตรวจจับและรับมือโดรน
- Virtual Reality Training สำหรับฝึกอบรมเจ้าหน้าที่
- Fleet Solutions และระบบเชื่อมต่อข้อมูลภาคสนาม
TASER 10 ได้รับการตอบรับดีเกินคาด
ผลิตภัณฑ์ TASER 10 ถือเป็นหนึ่งในดาวเด่นของบริษัท โดยเริ่มจัดส่งเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปี 2023 และยังคงได้รับคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง
รายได้จากกลุ่ม TASER เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบรายปี โดยได้รับแรงหนุนจากการเปลี่ยนผ่านของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากอุปกรณ์รุ่นเก่าไปสู่เทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า
นักวิเคราะห์มองว่า TASER 10 ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศ (Ecosystem) ของ Axon เพราะเมื่อหน่วยงานต่าง ๆ เลือกใช้อุปกรณ์ของบริษัทแล้ว มักจะต่อยอดไปสู่การใช้งานซอฟต์แวร์และบริการอื่นเพิ่มเติม
Axon Body 4 หนุนการเติบโตของ Personal Sensors
อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมคือ Axon Body 4 กล้องติดตัวเจ้าหน้าที่รุ่นล่าสุดที่มาพร้อมฟีเจอร์ล้ำสมัย เช่น
- ระบบสื่อสารแบบสองทาง (Bi-Directional Communication)
- การเชื่อมต่อข้อมูลแบบเรียลไทม์
- มุมมองภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
- รองรับการทำงานร่วมกับ AI และ Cloud Platform
รายได้ในกลุ่ม Personal Sensors เพิ่มขึ้น 23% จากปีก่อน สะท้อนถึงความต้องการใช้งานกล้องติดตัวที่เพิ่มขึ้นในหลายประเทศ
ธุรกิจ Software & Services ยังคงเป็นเครื่องยนต์สำคัญของการเติบโต
นอกจากฮาร์ดแวร์แล้ว Axon ยังมีจุดแข็งสำคัญในธุรกิจ Software & Services ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ประจำ (Recurring Revenue) ที่สร้างความมั่นคงให้กับบริษัทในระยะยาว
รายได้ในกลุ่มนี้เติบโตถึง 35% ในไตรมาสแรกของปี 2026 หลังจากเติบโตถึง 39.6% ตลอดปี 2025
ปัจจัยสนับสนุนสำคัญประกอบด้วย
- จำนวนผู้ใช้งาน Axon Network ที่เพิ่มขึ้น
- การจัดเก็บหลักฐานดิจิทัล (Digital Evidence Management)
- การใช้งานซอฟต์แวร์ระดับ Premium มากขึ้น
- การต่ออายุสัญญาของลูกค้าเดิม
- การเพิ่มบริการเสริมและโมดูลใหม่
AI กลายเป็นตัวเร่งการเติบโตครั้งใหม่
หนึ่งในเทรนด์สำคัญที่กำลังผลักดัน Axon คือการนำเทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) เข้ามาใช้งานในกระบวนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐและองค์กรด้านความปลอดภัย
บริษัทเปิดเผยว่าแพ็กเกจ AI Era Plan ได้รับการตอบรับอย่างแข็งแกร่ง โดยยอดจอง (Bookings) เติบโตมากกว่า 140% เมื่อเทียบกับปีก่อน
หน่วยงานตำรวจขนาดใหญ่จำนวนมากในสหรัฐฯ เริ่มนำ AI เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจจัดซื้อเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญว่าตลาดกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการบริหารจัดการข้อมูลและความปลอดภัย
Draft One ระบบ AI ช่วยลดภาระงานเอกสาร
หนึ่งในโซลูชันที่ได้รับความสนใจคือ Draft One ระบบ AI ที่สามารถนำข้อมูลจากกล้องติดตัวเจ้าหน้าที่มาช่วยสร้างรายงานเหตุการณ์เบื้องต้นโดยอัตโนมัติ
เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยลดเวลาการทำเอกสาร เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถทุ่มเทเวลาไปกับภารกิจภาคสนามได้มากขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า AI จะกลายเป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่มีศักยภาพสูงสำหรับ Axon ในอีกหลายปีข้างหน้า
ธุรกิจ Counter-Drone โตแบบก้าวกระโดด
อีกหนึ่งตลาดที่กำลังสร้างโอกาสใหม่ให้กับบริษัทคือธุรกิจ Counter-Drone หรือระบบตรวจจับและป้องกันภัยจากโดรน
รายได้จากธุรกิจดังกล่าวเพิ่มขึ้นกว่า 300% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ยอดจองสินค้าเพิ่มขึ้นมากกว่า 500%
การเติบโตดังกล่าวสะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นของหน่วยงานภาครัฐ กองกำลังรักษาความปลอดภัย และองค์กรต่าง ๆ ที่ต้องการรับมือกับความเสี่ยงจากการใช้โดรนในทางที่ไม่เหมาะสม
Axon ได้ขยายขีดความสามารถในตลาดนี้ผ่านแพลตฟอร์ม Dedrone และระบบควบคุมอัจฉริยะที่ใช้ AI ช่วยวิเคราะห์และบริหารจัดการภัยคุกคามทางอากาศ
บริษัทปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้ปี 2026
จากความแข็งแกร่งของทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ Axon ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของรายได้ในปี 2026 เป็น 30-32% จากเดิมที่คาดไว้ 27-30%
การปรับเพิ่มประมาณการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังบริษัทรายงานรายได้ไตรมาสแรกที่ระดับ 807.3 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
นอกจากนี้ กำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 1.61 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งสูงกว่าประมาณการของตลาดเช่นกัน
แนวโน้มระยะยาวยังสดใส
นักวิเคราะห์มองว่า Axon กำลังอยู่ในช่วงขยายตัวของธุรกิจครั้งสำคัญ โดยได้รับประโยชน์จากหลายปัจจัยพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น
- การเพิ่มงบประมาณด้านความปลอดภัยของภาครัฐ
- ความต้องการเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยที่สูงขึ้น
- การเติบโตของตลาด AI
- การขยายตัวของระบบ Cloud และ Digital Evidence
- โอกาสในตลาด Counter-Drone
- ฐานรายได้ประจำจาก Software Subscription
ในปี 2025 บริษัทมียอดจองรวม (Bookings) สูงถึง 7.4 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 46% จากปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการในระยะยาวที่ยังแข็งแกร่ง
มุมมองจากนักลงทุน
แม้ว่าหุ้น Axon จะมีมูลค่าซื้อขายในระดับที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน แต่ตลาดยังคงให้ Premium Valuation กับบริษัท เนื่องจากเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตระยะยาว
การผสมผสานระหว่างอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ระบบ AI และบริการบนคลาวด์ ทำให้ Axon แตกต่างจากบริษัทเทคโนโลยีทั่วไป และสร้างกำแพงการแข่งขัน (Competitive Advantage) ที่แข็งแกร่ง
หากบริษัทสามารถรักษาอัตราการเติบโตของ Connected Devices และ Software & Services ได้อย่างต่อเนื่อง Axon อาจยังมีโอกาสสร้างการเติบโตของรายได้และกำไรได้อีกมากในอนาคต
#Axon #AXONStock #ConnectedDevices #AITechnology #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น