
Avino Silver & Gold Mines โชว์กำไร Q1 2026 ทำสถิติใหม่ รายได้พุ่งแรงจากราคาแร่เงินและแผนโตสู่ผู้ผลิตระดับ Mid-Tier
Avino Silver & Gold Mines รายงานผลประกอบการ Q1 2026 แข็งแกร่งเป็นประวัติการณ์
Avino Silver & Gold Mines Ltd. รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 ออกมาโดดเด่น โดยบริษัททำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 39.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 109% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 29% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเคยเป็นสถิติเดิมของบริษัท
ผลลัพธ์ครั้งนี้สะท้อนภาพรวมธุรกิจเหมืองเงิน ทองคำ และทองแดงของ Avino ที่ได้แรงหนุนจากราคาโลหะที่อยู่ในระดับสูง ประสิทธิภาพโรงโม่ที่ดีขึ้น และการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย โดยรายได้ 60% ในไตรมาสนี้มาจากการผลิตแร่เงิน ที่ราคาเฉลี่ยรับรู้สูงถึง 86.42 ดอลลาร์ต่อออนซ์
กำไรสุทธิและ EBITDA ทำสถิติใหม่
Avino รายงาน กำไรสุทธิ 15.9 ล้านดอลลาร์ หรือ 0.09 ดอลลาร์ต่อหุ้นปรับลด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดรายไตรมาสของบริษัท ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 25.5 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 163% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 77% จากไตรมาส 4 ปี 2025
นอกจากนี้ adjusted earnings อยู่ที่ 24.3 ล้านดอลลาร์ หรือ 0.14 ดอลลาร์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 150% จากปีก่อน แสดงให้เห็นว่าบริษัทไม่ได้เติบโตเพียงจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังได้รับผลบวกจากโครงสร้างการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ธุรกิจเหมืองสร้างกระแสเงินสดแข็งแรง
รายได้จากการดำเนินงานเหมืองอยู่ที่ 23.4 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 122% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ส่วนกระแสเงินสดจากเหมืองก่อนภาษีทำสถิติใหม่ที่ 26.7 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 134% จากปีก่อน
ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ Avino อยู่ในสถานะการเงินที่แข็งแรงมากขึ้น และมีพื้นที่ในการลงทุนต่อยอดโครงการสำคัญ เช่น La Preciosa, โครงการ Oxide Tailings และการขยายกำลังผลิตในเม็กซิโก
La Preciosa เดินหน้าตามแผน แม้เริ่มต้นช้ากว่าคาดเล็กน้อย
โครงการ La Preciosa ยังเป็นหัวใจสำคัญของแผนเติบโตระยะยาว บริษัทระบุว่าการขุด ขนส่ง และแปรรูปวัสดุแร่จากโครงการนี้ยังเดินหน้าต่อเนื่อง แม้ช่วงต้นไตรมาสจะต่ำกว่าแผนเล็กน้อยจากข้อจำกัดด้าน mill availability และการเลือกใช้แร่เกรดต่ำบางส่วนเพื่อใช้ประโยชน์จากราคาแร่เงินที่แข็งแกร่ง
ในไตรมาส 1 ปี 2026 La Preciosa มีส่วนช่วยผลิตแร่เงิน 49,830 ออนซ์ สูงกว่าไตรมาสก่อนหน้าเล็กน้อย และบริษัทวางแผนเจาะสำรวจ 15,000 เมตรตลอดปี โดยทำไปแล้ว 2,600 เมตร ณ สิ้นไตรมาสแรก
Avino ตั้งเป้าเป็นผู้ผลิตแร่เงินระดับ Mid-Tier
ฝ่ายบริหารของ Avino ย้ำในการประชุมผลประกอบการว่า บริษัทกำลังเดินหน้าเปลี่ยนผ่านจากผู้ผลิตขนาดเล็กไปสู่ผู้ผลิตแร่เงินระดับ mid-tier ที่เน้นเม็กซิโกเป็นฐานหลัก โดยมีสินทรัพย์สำคัญทั้ง Avino Mine และ La Preciosa เป็นตัวขับเคลื่อน
บริษัทมองว่าเป้าหมายการผลิตในระดับ 8-10 ล้านออนซ์ silver equivalent ต่อปี เป็นหนึ่งในกรอบที่ใช้ประเมินการก้าวสู่ระดับ mid-tier ขณะที่อีกตัวชี้วัดสำคัญคือ valuation เมื่อเทียบกับ net asset value ซึ่งฝ่ายบริหารมองว่ายังมีโอกาสเพิ่มมูลค่าในระยะยาว
โรงโม่มีประสิทธิภาพดีขึ้น
Avino ระบุว่า mill throughput ในไตรมาส 1 ปี 2026 เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับปีก่อน ผลจากการอัปเกรดระบบและการใช้ automation ในบางส่วน ซึ่งช่วยให้โรงโม่ทำงานได้สม่ำเสมอขึ้นและรองรับปริมาณวัตถุดิบได้ดีขึ้น
ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะธุรกิจเหมืองไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาโลหะเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการขุด แปรรูป และขายแร่ได้อย่างต่อเนื่อง หากโรงโม่มีเสถียรภาพมากขึ้น ก็ช่วยเพิ่ม margin และลดความเสี่ยงด้าน operational bottleneck
ปริมาณสำรองแร่สนับสนุนแผนเติบโต
Avino ประกาศ mineral reserve และ mineral resource estimate ใหม่ในเดือนเมษายน 2026 ครอบคลุมสินทรัพย์ Avino และ La Preciosa โดยบริษัทมี proven and probable mineral reserves รวม 27 ล้านตัน หรือ 127 ล้านออนซ์ silver equivalent ที่เกรดเฉลี่ย 145 กรัมต่อตัน
ในส่วน measured and indicated mineral resources บริษัทมี 67.7 ล้านตัน หรือ 301 ล้านออนซ์ silver equivalent และ inferred resources อีก 24.8 ล้านตัน หรือ 87.6 ล้านออนซ์ silver equivalent ตัวเลขนี้ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับแผนขยายธุรกิจระยะยาว
แผนซื้อหุ้นคืนสะท้อนความมั่นใจ
Avino ยังได้รับอนุมัติจาก TSX สำหรับแผนซื้อหุ้นคืนแบบ Normal Course Issuer Bid โดยสามารถซื้อหุ้นคืนเพื่อยกเลิกได้สูงสุด 8,423,566 หุ้น หรือราว 5% ของหุ้นที่ออกและชำระแล้ว
ฝ่ายบริหารระบุว่าบริษัทยังไม่มีแผนใช้ ATM ในตอนนี้ และให้ความสำคัญกับการรักษาโครงสร้างทุนของผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นสัญญาณว่า Avino ต้องการสร้างมูลค่าเพิ่มโดยไม่ทำให้ผู้ถือหุ้นเดิมถูกลดสัดส่วนโดยไม่จำเป็น
มุมมองต่อราคาแร่เงินและความเสี่ยง
แม้ผลประกอบการ Q1 2026 จะออกมาแข็งแกร่ง แต่ธุรกิจของ Avino ยังคงผูกกับความผันผวนของราคาแร่เงิน ทองคำ และทองแดง หากราคาโลหะปรับลดลง อัตรากำไรอาจได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่ายังไม่มีความต้องการ hedge production ในอนาคต ณ ตอนนี้
อีกปัจจัยที่ต้องติดตามคือความคืบหน้าของ La Preciosa, การเจาะสำรวจ, ความพร้อมของโรงโม่ และต้นทุนการพัฒนาเหมือง หากบริษัททำได้ตามแผน โอกาสในการขยับสถานะขึ้นเป็นผู้ผลิตระดับกลางก็จะชัดเจนมากขึ้น
สรุปข่าว Avino Silver & Gold Mines Q1 2026
โดยรวมแล้ว Avino Silver & Gold Mines ส่งสัญญาณการเติบโตที่แข็งแกร่งในไตรมาสแรกของปี 2026 ด้วยรายได้ กำไร EBITDA และกระแสเงินสดที่ทำสถิติใหม่หลายรายการ จุดเด่นคือราคาแร่เงินที่สูงขึ้น ประสิทธิภาพโรงโม่ที่ดีขึ้น และฐานสินทรัพย์ในเม็กซิโกที่มีศักยภาพสูง
สำหรับนักลงทุน ข่าวนี้ถือเป็นพัฒนาการเชิงบวก แต่ยังควรติดตามความต่อเนื่องของกำไรในไตรมาสถัดไป ความคืบหน้าโครงการ La Preciosa และทิศทางราคา silver ในตลาดโลก เพราะทั้งหมดนี้จะเป็นตัวกำหนดว่า Avino จะสามารถรักษา momentum และก้าวสู่การเป็น Mexico-focused mid-tier silver producer ได้จริงหรือไม่
#AvinoSilver #ASMStock #SilverMining #หุ้นเหมืองแร่ #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น