
สหรัฐฯ คำสั่งซื้อหดหาย พนักงานขายจีนเผชิญความยากลำบากในตลาดใหม่
สหรัฐฯ คำสั่งซื้อหดหาย พนักงานขายจีนเผชิญความยากลำบากในตลาดใหม่
ในปี 2025 แม้ยอดส่งออกของจีนจะทำสถิติสูงสุดทั่วโลก แต่บรรดาพนักงานขายสินค้าส่งออกจากจีนกล่าวว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในอาชีพของพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่คำสั่งซื้อจากสหรัฐฯ หายไปอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นผลจากการปรับขึ้นภาษีของรัฐบาลสหรัฐฯ ใต้การนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลให้บริษัทต่างๆ ต้องขยายไปยังตลาดใหม่ในทวีปอเมริกาใต้ แอฟริกา และภูมิภาคอื่นๆ ตามนโยบายการกระจายความเสี่ยงการส่งออกของจีน
ภูมิทัศน์การค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ
ในปี 2025 จีนทำสถิติส่วนเกินการค้าสูงถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้จะประสบกับแรงกดดันจากอุปสรรคทางการค้าและภาษีที่สูงขึ้นจากสหรัฐฯ ก็ตาม
ภาษีที่เพิ่มขึ้นโดยรัฐบาลสหรัฐฯ ส่งผลให้การสั่งซื้อจากสหรัฐฯ หดตัวลงเกือบหนึ่งในสาม เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทำให้บริษัทต่างๆ ต้องเร่งมองหาลูกค้าใหม่ในตลาดเกิดใหม่
ชีวิตการทำงานของพนักงานขายจีน
ผู้สื่อข่าว Reuters สัมภาษณ์พนักงานขายสินค้าอย่างน้อย 14 คนที่ทำงานในแนวหน้าของการผลักดันการส่งออกไปยังตลาดใหม่ โดยหลายคนระบุว่าคำสั่งซื้อในตลาดใหม่มีขนาดเล็กกว่าและให้ผลกำไรน้อยกว่าเมื่อต้องเทียบกับลูกค้าจากสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลต่อเงินเดือนและคอมมิชชั่นของพวกเขา
พนักงานหลายคนกล่าวว่าพวกเขาต้องทำงานหนักและใช้เวลามากขึ้น โดยบางคนบอกว่าพวกเขาแทบไม่ได้หยุดพักจากการตอบข้อความลูกค้าทั้งวันทั้งคืน แม้ว่าจะมีรายได้เพียงระดับเดียวกับแรงงานในโรงงานทั่วไปก็ตาม
บางคนพบว่าการจัดการกับลูกค้าในตลาดเกิดใหม่ที่มีรายได้น้อยกว่าเป็นเรื่องยาก ลูกค้าบางรายเจรจาต่อรองราคาเป็นเวลานาน แม้ในที่สุดจะสั่งซื้อน้อยมาก เช่น หนึ่งชิ้นเท่านั้น ส่งผลให้คอมมิชชั่นไม่ถึง 2 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับการขายครั้งนั้น
แรงกดดันและผลกระทบต่อสุขภาพ
พนักงานขายบางคนรายงานว่าประสบกับความวิตกกังวล อาการขาดการนอนหลับ และผมร่วงเนื่องจากความเครียดสะสมจากงาน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแรงกดดันทางอารมณ์ที่เกิดจากการต้องตอบสนองต่อความคาดหวังของตลาดใหม่อย่างต่อเนื่อง
การเปลี่ยนจากตลาดสหรัฐฯ ไปสู่ตลาดโลก
ก่อนหน้านี้ ลูกค้าจากสหรัฐฯ มักถูกมองว่า “เข้าใจง่าย” และการเจรจาต่อรองเป็นไปอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเข้าสู่ตลาดในอเมริกาใต้ แอฟริกา และภูมิภาคอื่นๆ พนักงานขายกล่าวว่าการเจรจาต่อรองเรื่องราคาและเงื่อนไขเป็นเรื่องยากขึ้น ส่งผลให้กระบวนการซื้อขายใช้เวลานานและมีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น
ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าส่งออกของจีนไปยังสหรัฐฯ ลดลงประมาณ 20% ในปี 2025 แต่การส่งออกไปยังแอฟริกา เพิ่มขึ้น 25.8%, ละตินอเมริกา 7.4%, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 13.4% และสหภาพยุโรป 8.4% แม้ว่าจะยังคงมีการเติบโตในหลายภูมิภาค
นโยบายการค้าของจีนและผลกระทบต่อภาคแรงงาน
นักวิเคราะห์กล่าวว่านโยบายการกระจายการส่งออกของจีนไปยังตลาดเกิดใหม่อาจทำให้บริษัทต้องแข่งขันกันอย่างรุนแรง โดยการให้ระยะเวลาชำระเงินที่ยาวขึ้นและรับความเสี่ยงการผิดนัดชำระเงินจากลูกค้ามากขึ้น ซึ่งเพิ่มแรงกดดันให้กับพนักงานขาย
ความพยายามในการเติบโตยอดขายจากต่างประเทศอาจสร้างแรงงานที่ต้องทำงานหนักหนักขึ้น แต่ให้ผลตอบแทนน้อยลง ซึ่งเป็นสิ่งที่เพิ่มภาระทั้งทางกายและอารมณ์ต่อพนักงานขายของจีน
คำเตือนเกี่ยวกับความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ
นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าความสำเร็จของจีนในการกระจายการส่งออกไปยังตลาดใหม่อาจไม่ยั่งยืนในระยะยาว เนื่องจากการบริโภคภายในประเทศยังคงอ่อนแอ หากจีนไม่สามารถกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศได้ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่พึ่งพาตลาดต่างประเทศอาจทำให้กำไรของบริษัทต่างๆ ลดลงต่อเนื่อง และยังกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศด้วย
จีนจึงอาจต้องมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจภายในให้เข้มแข็งมากขึ้น หากต้องการรักษาการเติบโตในระยะยาว แทนการพึ่งพาตลาดต่างประเทศเพียงอย่างเดียว
#การค้าระหว่างประเทศ #จีน #สหรัฐอเมริกา #ตลาดโลก #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น