
ชาวอเมริกันกังวลอนาคตการเงินมากขึ้น เผชิญแรงกดดันจากค่าเช่าและราคาอาหารพุ่ง เฟดเผยความเชื่อมั่นลดลงแตะระดับน่าห่วง
ชาวอเมริกันมองอนาคตการเงินในแง่ลบมากขึ้น หลังค่าเช่าและอาหารยังแพงต่อเนื่อง
ผลสำรวจล่าสุดจาก Federal Reserve Bank of New York (Fed New York) สะท้อนให้เห็นว่าชาวอเมริกันจำนวนมากกำลังมีความกังวลเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของตนเองเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะ ค่าเช่าที่อยู่อาศัย และ ราคาอาหาร ซึ่งยังคงเป็นภาระสำคัญต่อครัวเรือนทั่วประเทศ
ข้อมูลจากแบบสำรวจความคาดหวังของผู้บริโภค (Survey of Consumer Expectations) ระบุว่า ความเชื่อมั่นด้านการเงินของชาวอเมริกันลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี สะท้อนถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับรายได้ ค่าใช้จ่าย และความมั่นคงในการทำงานในอนาคต
สัดส่วนครัวเรือนที่รู้สึกว่าฐานะการเงินแย่ลงเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี
ผลสำรวจพบว่า 13.3% ของครัวเรือนสหรัฐฯ ระบุว่าพวกเขามีสถานะทางการเงินที่ “แย่ลงมาก” เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 จุดเปอร์เซ็นต์จากเดือนก่อนหน้า และถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2022
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าครัวเรือนจำนวนมากยังไม่สามารถรับมือกับต้นทุนการดำรงชีวิตที่เพิ่มขึ้นได้ แม้ว่าตลาดแรงงานโดยรวมจะยังคงมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นก็ตาม
ชาวอเมริกันกว่า 1 ใน 3 คาดสถานะการเงินจะแย่ลงอีกในปีหน้า
นอกจากความกังวลในปัจจุบันแล้ว ผู้บริโภคยังมองอนาคตด้วยความระมัดระวังมากขึ้น โดยผลสำรวจระบุว่า 36% ของผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่าสถานะทางการเงินของตนเองจะย่ำแย่ลงในอีก 12 เดือนข้างหน้า
ในทางกลับกัน มีผู้ตอบเพียงไม่ถึง 23% ที่เชื่อว่าสถานการณ์ทางการเงินของตนจะดีขึ้น ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นสุทธิ (Net Optimism) ลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2022
นักวิเคราะห์มองว่าตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความไม่มั่นใจของผู้บริโภคต่อทิศทางเศรษฐกิจ แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะยังไม่เข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างเป็นทางการก็ตาม
ค่าเช่าและราคาอาหารยังเป็นปัจจัยกดดันหลัก
หนึ่งในประเด็นที่สร้างความกังวลมากที่สุดให้กับชาวอเมริกันคือการปรับตัวสูงขึ้นของค่าใช้จ่ายพื้นฐาน โดยเฉพาะค่าเช่าที่อยู่อาศัยและราคาอาหาร
ผู้บริโภคจำนวนมากคาดว่าราคาอาหารจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเช่าที่พักอาศัยในหลายเมืองใหญ่ของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ครัวเรือนต้องจัดสรรรายได้ส่วนใหญ่ไปกับค่าใช้จ่ายจำเป็นเหล่านี้
นักเศรษฐศาสตร์ระบุว่าแรงกดดันด้านต้นทุนยังได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลต่อค่าขนส่งและต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภคในวงกว้าง
ความกังวลเรื่องงานเริ่มเพิ่มขึ้น
แม้ว่าตัวเลขการจ้างงานล่าสุดของสหรัฐฯ จะยังคงแข็งแกร่ง โดยมีการเพิ่มตำแหน่งงานใหม่ประมาณ 172,000 ตำแหน่ง และอัตราการว่างงานทรงตัวอยู่ที่ 4.3% แต่ความเชื่อมั่นของประชาชนเกี่ยวกับตลาดแรงงานกลับเริ่มอ่อนตัวลง
ผลสำรวจพบว่าผู้คนจำนวนมากขึ้นกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงในการตกงาน ขณะที่ความเชื่อมั่นว่าจะสามารถหางานใหม่ได้อย่างรวดเร็วหากถูกเลิกจ้างลดลงสู่ระดับต่ำสุดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้ตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคจะยังดูแข็งแรง แต่ประชาชนจำนวนมากเริ่มรู้สึกถึงความไม่แน่นอนในชีวิตการทำงานมากขึ้น
ความเสี่ยงด้านหนี้สินยังน่ากังวล
อีกหนึ่งสัญญาณที่สะท้อนความเปราะบางทางการเงินของครัวเรือนสหรัฐฯ คือความกังวลเกี่ยวกับการชำระหนี้ โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามประมาณ 12.6% ระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่จะไม่สามารถชำระหนี้ตามกำหนดได้ภายใน 90 วันข้างหน้า
กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดคือครัวเรือนรายได้น้อย และผู้ที่มีระดับการศึกษาต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มรายได้สูง
ผู้เชี่ยวชาญมองว่าหากค่าครองชีพยังคงสูงต่อเนื่อง อัตราหนี้เสียของภาคครัวเรือนอาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป
เฟดยังจับตาเงินเฟ้อและความเสี่ยงเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด
แม้ความคาดหวังด้านเงินเฟ้อในระยะสั้นของผู้บริโภคจะเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Federal Reserve (Fed) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากความเสี่ยงด้านราคาสินค้าและต้นทุนพลังงานยังคงมีอยู่
นักวิเคราะห์หลายรายคาดว่าเฟดอาจยังคงใช้นโยบายดอกเบี้ยในระดับปัจจุบันต่อไป เพื่อประเมินผลกระทบจากเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะสถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลต่อราคาพลังงานในอนาคต
ภาพรวมเศรษฐกิจยังเติบโต แต่ผู้บริโภครู้สึกกดดันมากขึ้น
แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะยังคงมีการขยายตัวและตลาดแรงงานยังไม่ส่งสัญญาณอ่อนแออย่างรุนแรง แต่ความรู้สึกของผู้บริโภคกลับสะท้อนภาพที่แตกต่างออกไป
ค่าครองชีพที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งค่าเช่าบ้าน ค่าอาหาร ค่าประกันสุขภาพ และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน กำลังบั่นทอนกำลังซื้อของครัวเรือนจำนวนมาก ส่งผลให้ประชาชนเริ่มลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และหันมาให้ความสำคัญกับการบริหารงบประมาณภายในครอบครัวมากขึ้น
ผลสำรวจล่าสุดจึงถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณสำคัญที่สะท้อนว่า แม้ตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคจะยังดูแข็งแกร่ง แต่ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังคงเผชิญแรงกดดันทางการเงินในชีวิตประจำวัน และมีมุมมองต่ออนาคตด้วยความระมัดระวังมากกว่าที่เคยเป็นมา
#เศรษฐกิจสหรัฐ #เงินเฟ้อ #ค่าครองชีพ #FederalReserve #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น