AMS รายได้ Q1 2026 โต 15.9% รับแรงหนุนธุรกิจดูแลผู้ป่วยโดยตรงและศูนย์รังสีรักษา Rhode Island

AMS รายได้ Q1 2026 โต 15.9% รับแรงหนุนธุรกิจดูแลผู้ป่วยโดยตรงและศูนย์รังสีรักษา Rhode Island

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:AMS

AMS รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2026 รายได้โต แต่ยังขาดทุนสุทธิ

American Shared Hospital Services หรือ AMS รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 โดยมีรายได้รวมประมาณ 7.1 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 15.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 6.1 ล้านดอลลาร์ สะท้อนแรงหนุนจากธุรกิจ direct patient services โดยเฉพาะศูนย์รังสีรักษาใน Rhode Island และ Puebla ประเทศเม็กซิโก

ภาพรวมผลประกอบการ

แม้รายได้จะเติบโตดี แต่บริษัทขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของ American Shared Hospital Services ประมาณ 0.6 ล้านดอลลาร์ ใกล้เคียงกับปีก่อน ขณะที่ operating loss ดีขึ้นเป็น 0.9 ล้านดอลลาร์ จากขาดทุน 1.3 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า

จุดที่นักลงทุนจับตาคือ gross margin เพิ่มเป็น 18.2% จาก 15.4% และ adjusted EBITDA เพิ่มขึ้น 18.4% เป็น 1.1 ล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นว่ารายได้ใหม่เริ่มช่วยยกระดับประสิทธิภาพ แม้บริษัทยังมีต้นทุนจากการ ramp up ศูนย์รักษาใหม่ ๆ อยู่มาก

ธุรกิจดูแลผู้ป่วยโดยตรงโตเด่น

รายได้จาก direct patient services เพิ่มขึ้น 30.2% เป็นราว 4.1 ล้านดอลลาร์ จาก 3.1 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากศูนย์รังสีรักษา 3 แห่งใน Rhode Island และศูนย์ Puebla ที่มีปริมาณผู้ป่วยเพิ่มขึ้น

ธุรกิจส่วนนี้สำคัญต่อ AMS เพราะเป็นรายได้ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการรักษาผู้ป่วยโดยตรง ไม่ใช่เพียงการให้เช่าเครื่องมือแพทย์ จึงอาจช่วยเพิ่มโอกาสสร้าง margin ในระยะยาว หากจำนวนผู้ป่วยและอัตราการใช้เครื่องมือเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

Leasing ยังทรงตัว แต่ Gamma Knife และ Proton Therapy ส่งสัญญาณดี

รายได้จาก medical equipment leasing อยู่ที่ประมาณ 3.0 ล้านดอลลาร์ ใกล้เคียงกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่าธุรกิจนี้ยังได้รับผลกระทบบางส่วนจากการหมดอายุของสัญญา Gamma Knife ในเดือนเมษายน 2025 แต่ถูกชดเชยบางส่วนด้วยปริมาณ procedure ที่ดีขึ้นในบางไซต์

ในด้านปริมาณการรักษา Gamma Knife procedures เพิ่มขึ้น 10.1% เป็น 229 เคส ส่วน PBRT treatments เพิ่มขึ้น 20.7% เป็น 1,003 เคส ตัวเลขนี้บ่งชี้ว่าความต้องการเทคโนโลยีรักษามะเร็งแบบแม่นยำยังมีอยู่ โดยเฉพาะในตลาดที่โรงพยาบาลต้องการบริการขั้นสูงแต่ไม่ต้องการลงทุนเต็มจำนวนเอง

ผู้บริหารมองบวกต่อ momentum

Craig Tagawa ซึ่งเป็น Interim CEO กล่าวว่า ผลงานไตรมาสนี้สะท้อน momentum ในธุรกิจ direct patient care services และการใช้ศูนย์รักษาที่ดีขึ้น โดยรายได้ที่โตประมาณ 16% ได้แรงหนุนจาก Rhode Island, Puebla และ proton therapy volumes ที่ยังต่อเนื่องเข้าสู่ไตรมาส 2

Raymond Stachowiak Executive Chairman ระบุว่า บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์ขยาย direct patient care footprint พร้อมเสริม clinical capabilities และ partnership กับระบบโรงพยาบาล ซึ่งเป็นหัวใจของโมเดลธุรกิจ AMS

ต้นทุนยังเป็นแรงกดดัน

ต้นทุนรายได้รวมเพิ่มเป็น 5.8 ล้านดอลลาร์ จาก 5.2 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่าย staffing, facility-related expenses และ maintenance costs ที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ Rhode Island และ Puebla

ขณะเดียวกัน selling and administrative expenses เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 1.9 ล้านดอลลาร์ จาก 1.8 ล้านดอลลาร์ โดยมีค่า audit, tax และ consulting fees สูงขึ้น แต่ถูกชดเชยบางส่วนจาก legal expenses ที่ลดลง

มุมมองต่อนักลงทุน

ผลประกอบการ Q1 2026 ของ AMS ถือว่าเป็นภาพผสม รายได้เติบโตชัดเจน gross margin ดีขึ้น และ adjusted EBITDA ขยายตัว แต่บริษัทยังไม่กลับมาทำกำไรสุทธิ นักลงทุนจึงควรติดตามว่า volume ของศูนย์ Rhode Island และ Puebla จะเพิ่มขึ้นมากพอที่จะดูดซับต้นทุนคงที่ได้เร็วแค่ไหน

อีกจุดที่ต้องจับตาคือความต่อเนื่องของ proton beam radiation therapy และ Gamma Knife procedures เพราะหากปริมาณรักษาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โมเดลของ AMS อาจเริ่มแสดง operating leverage ได้ดีขึ้นในครึ่งหลังของปี

สรุป

AMS Q1 2026 เป็นไตรมาสที่แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์ขยายบริการดูแลผู้ป่วยโดยตรงกำลังเริ่มให้ผล รายได้โต 15.9% และ direct patient services โตแรง 30.2% อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องพิสูจน์ต่อว่า growth นี้สามารถเปลี่ยนเป็นกำไรสุทธิได้จริงหรือไม่ เพราะต้นทุนจากศูนย์ใหม่ยังเป็นแรงกดดันสำคัญ

#AMS #AmericanSharedHospitalServices #หุ้นHealthcare #ผลประกอบการQ12026 #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง