
Amazon CEO เผย “tariffs” เริ่มสะท้อนขึ้นในราคาสินค้าแล้ว
CEO ของ Amazon บอกว่าภาษีนำเข้าเริ่มแทรกอยู่ในราคาสินค้า
ในงานสัมภาษณ์กับ CNBC ระหว่างงาน World Economic Forum ที่เมือง Davos ประเทศสวิตเซอร์แลนด์, Andy Jassy ซึ่งเป็น CEO ของ Amazon กล่าวว่าตอนนี้ผู้บริโภคสหรัฐฯ เริ่มเห็นผลกระทบจากภาษีนำเข้าหรือ “tariffs” ที่เคยถูกประกาศไว้ก่อนหน้านี้โดยอดีตประธานาธิบดี Donald Trump ในรูปแบบของราคาสินค้าที่สูงขึ้นบนแพลตฟอร์มของ Amazon แล้ว
สินค้าสต็อกสำรองเก่าหมด ส่งผลให้ผู้ขายปรับราคาขึ้น
ก่อนหน้านี้ Amazon และผู้ขายหลายรายได้พยายามกันผลกระทบของ tariffs โดยการ stockpile หรือสำรองสินค้าไว้ล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ Jassy กล่าวว่าสินค้าสต็อกสำรองเหล่านี้ “หมดไปแล้วในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา” ทำให้ผู้ขายมีตัวเลือกไม่มาก — บางส่วนเลือกที่จะส่งต่อต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้ให้ผู้ซื้อโดยการขึ้นราคา, บางรายเลือกจะดูดซับต้นทุนเองเพื่อไม่ให้ราคาสินค้าสูงมากเกินไป และบางรายอยู่ระหว่างสองแนวทางนี้
Amazon พยายามควบคุมราคา แต่ก็มีข้อจำกัด
แม้ Amazon จะพยายามอย่างหนักที่ “keep prices as low as possible” หรือเก็บราคาสินค้าให้ยังคงถูกที่สุดเท่าที่จะทำได้สำหรับลูกค้า Jassy ก็ยอมรับว่าในบางกรณีการขึ้นราคาก็อาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะธุรกิจ retail โดยทั่วไปมี margin หรือส่วนต่างกำไรไม่สูงมาก และถ้าต้นทุนของผู้ขายเพิ่มขึ้นถึง 10% ก็แทบไม่มีพื้นที่มากพอที่จะดูดซับเองโดยไม่กระทบต่อราคาเลย
Amazon ไม่ได้ควบคุมราคาสินค้าโดยตรง
สิ่งสำคัญที่ Jassy ชี้คือ Amazon เองในฐานะแพลตฟอร์ม ecommerce ไม่ได้เป็นผู้ตั้งราคาโดยตรงสำหรับสินค้าที่ขายโดยผู้ขาย third-party ผู้ขายแต่ละรายมีอิสระในการตั้งราคาของตนเอง ดังนั้นแม้ Amazon จะพยายามช่วยให้ราคาคงตัว แต่ก็ไม่สามารถกำหนดราคาสินค้าแทนผู้ขายได้ทั้งหมด
สถานการณ์ในปี 2025 ต่างจากปีนี้
ในปี 2025 Jassy เคยบอกในการสัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่าการ forward-deploy หรือการนำสินค้าเข้าสต็อกล่วงหน้าได้ช่วยลดผลกระทบของภาษีไว้ ทำให้ราคาสินค้าโดยรวมไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสต็อกสำรองเหล่านั้นลดลง ผลกระทบจาก tariff ก็เริ่มปรากฏขึ้นชัดเจนกว่าเดิมในปี 2026
ผลกระทบจาก tariff ในภาพรวม
ภาษีนำเข้าซึ่งประกาศโดยการใช้อำนาจพิเศษภายใต้ Executive Order ของฝ่ายบริหารก่อนหน้านี้ มีผลบังคับใช้ในหลายสินค้านำเข้า และกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาโดยศาลสูงสุดของสหรัฐฯ (US Supreme Court) ว่าการกระทำนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลให้ต้องมีการคืนเงินจำนวนมากให้กับธุรกิจที่จ่ายภาษีไปถ้าศาลตัดสินว่ามาตรการดังกล่าวผิดกฎหมาย
ภาษีส่วนใหญ่ตกอยู่กับผู้บริโภค
จากข้อมูลของสถาบัน Kiel Institute ระบุว่าผู้บริโภคในสหรัฐฯ เป็นฝ่ายแบกรับต้นทุนของ tariffs ถึงประมาณ 96% ขณะที่ผู้ส่งออกจากต่างประเทศแบกรับเพียง 4% เท่านั้น ซึ่งหมายความว่าผลกระทบของภาษีเหล่านี้แทบตกอยู่กับผู้ซื้อสินค้าโดยตรงมากที่สุด
ภาพรวมและความคาดหวังในอนาคต
แม้ตอนนี้ผลกระทบจะยังไม่รุนแรงเท่าที่หลายฝ่ายกังวลในตอนแรก แต่การที่ราคาเริ่มสะท้อน “tariffs” ให้เห็นในราคาสินค้าแล้ว เป็นสัญญาณว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจะมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปี 2026 และอาจส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคในระยะยาวไม่มากก็น้อย
#Amazon #Tariffs #AndyJassy #ราคาสินค้า #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น