กองทุนถือ Alphabet หนัก กำลังได้แรงหนุนจากกระแส AI และหุ้นพลังงานดาต้าเซ็นเตอร์

กองทุนถือ Alphabet หนัก กำลังได้แรงหนุนจากกระแส AI และหุ้นพลังงานดาต้าเซ็นเตอร์

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:GOOG

กองทุนถือ Alphabet หนัก กำลังได้แรงหนุนจากกระแส AI และหุ้นพลังงานดาต้าเซ็นเตอร์

Whale Rock Capital Management กองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่บริหารโดย Alex Sacerdote กำลังได้รับความสนใจจากตลาดอีกครั้ง หลังพอร์ตลงทุนของกองทุนมีหุ้นที่เกี่ยวข้องกับกระแส AI boom หลายตัว โดยเฉพาะ Alphabet หรือบริษัทแม่ของ Google ซึ่งเป็นหนึ่งในหุ้นหลักของพอร์ต และถูกมองว่าอยู่ในตำแหน่งสำคัญของการเติบโตด้านปัญญาประดิษฐ์ ตั้งแต่โมเดล AI, แอปพลิเคชัน, ฮาร์ดแวร์ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน

Alphabet กลายเป็นแกนหลักของพอร์ต Whale Rock

บทความต้นทางจาก 24/7 Wall St. ระบุว่า Alphabet เป็นหุ้นอันดับต้น ๆ ในพอร์ตของ Whale Rock Capital ณ สิ้นไตรมาสแรก และราคาหุ้นปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา โดยบทความระบุว่าหุ้นเพิ่มขึ้นราว 123% ในรอบปี

เหตุผลที่ Alphabet ถูกจับตามองไม่ใช่เพียงเพราะบริษัทเป็นเจ้าของ Google Search, YouTube และ Google Cloud เท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะบริษัทกำลังขยายบทบาทในหลายชั้นของระบบนิเวศ AI ไม่ว่าจะเป็น Gemini, AI assistant, cloud infrastructure, ชิปเฉพาะทาง และการลงทุนด้านพลังงานเพื่อรองรับดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่

AI ไม่ได้ดันแค่หุ้นเทคโนโลยี แต่ดันทั้งโครงสร้างพื้นฐาน

กระแส AI ในรอบนี้ต่างจากรอบก่อน เพราะไม่ได้จำกัดอยู่แค่บริษัทซอฟต์แวร์หรือผู้ผลิตชิปเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงบริษัทที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้า ระบบจ่ายพลังงาน อุปกรณ์ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบระบายความร้อน หน่วยความจำ และโครงข่ายไฟฟ้า

Whale Rock จึงไม่ได้ถือเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ แต่ยังมีการหมุนเงินบางส่วนไปยังหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ “AI infrastructure” หรือโครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลัง AI ซึ่งอาจเป็นกลุ่มที่ตลาดเริ่มให้มูลค่าสูงขึ้นเมื่อความต้องการดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กองทุนทำกำไรบางส่วนจากหุ้นที่ขึ้นแรง

บทความระบุว่า Whale Rock มีการลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรง เช่น Sandisk, Celestica และ Corning หลังจากหุ้นเหล่านี้ให้ผลตอบแทนสูงมากในช่วงที่ผ่านมา โดยบทความระบุว่าหุ้น Sandisk เพิ่มขึ้นประมาณ 3,975%, Celestica เพิ่มขึ้นประมาณ 200% และ Corning เพิ่มขึ้นประมาณ 295% ในรอบปี

การลดน้ำหนักหุ้นที่ขึ้นแรงไม่ได้แปลว่ากองทุนหมดความเชื่อมั่นในธีม AI แต่สะท้อนการบริหารความเสี่ยงมากกว่า เพราะเมื่อหุ้นบางตัวปรับขึ้นหลายเท่า การขายทำกำไรบางส่วนอาจช่วยลดความผันผวนของพอร์ต และเปิดพื้นที่ให้ลงทุนในโอกาสใหม่ที่ยังไม่ถูกตลาดไล่ราคามากเกินไป

Advanced Energy Industries คือหุ้นใหม่ที่น่าจับตา

หนึ่งในชื่อที่โดดเด่นคือ Advanced Energy Industries หรือ AEIS บริษัทขนาดกลางที่ผลิตอุปกรณ์เกี่ยวกับ power conversion, measurement และ control ซึ่งเป็นระบบสำคัญสำหรับการจัดการพลังงานในภาคอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

บทความมองว่า AEIS อาจเป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ AI เพราะ AI ต้องใช้พลังงานจำนวนมาก และการขยายโครงข่ายไฟฟ้าระดับ utility-scale จะทำให้บริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ไฟฟ้าและระบบควบคุมพลังงานมีบทบาทมากขึ้น

ทำไมพลังงานจึงกลายเป็นหัวใจของ AI

AI model ขนาดใหญ่ต้องใช้ชิปประมวลผลจำนวนมาก ชิปเหล่านี้ต้องทำงานในดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้ไฟฟ้ามหาศาล ยิ่งบริษัทเทคโนโลยีแข่งขันกันพัฒนา AI ที่ซับซ้อนขึ้น ความต้องการพลังงานก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

นั่นทำให้ธีมการลงทุนด้าน AI ไม่ได้หยุดอยู่ที่ Nvidia, Alphabet หรือ Microsoft เท่านั้น แต่เริ่มลามไปยังบริษัทไฟฟ้า บริษัทระบบกริด บริษัทผลิตอุปกรณ์ควบคุมพลังงาน บริษัทระบายความร้อน และผู้ผลิตชิ้นส่วนที่จำเป็นต่อดาต้าเซ็นเตอร์

ตลาดเริ่มมองเห็น “ผู้ชนะเบื้องหลัง” ของ AI

ในช่วงแรก นักลงทุนมักให้ความสำคัญกับหุ้นที่อยู่หน้าฉาก เช่น บริษัทชิปและบริษัทแพลตฟอร์ม AI แต่เมื่อ AI ถูกนำไปใช้งานจริงในวงกว้าง ตลาดเริ่มเห็นว่าผู้ชนะอาจมีหลายชั้น ตั้งแต่ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ไปจนถึงบริษัทที่ทำระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์

Whale Rock จึงถูกมองว่าอยู่ในตำแหน่งที่ดี เพราะพอร์ตของกองทุนไม่ได้พึ่งพาหุ้นเพียงตัวเดียว แต่กระจายไปยังหลายบริษัทที่เชื่อมโยงกับ AI supply chain ทั้งทางตรงและทางอ้อม

มุมมองต่อ Alphabet ยังเป็นบวก

แม้ Alphabet จะเป็นบริษัทขนาดใหญ่มากแล้ว แต่บทความยังมองว่าบริษัทมีโอกาสเติบโตต่อ หากสามารถครองบทบาทสำคัญใน AI stack ได้หลายระดับ ตั้งแต่ search, cloud, AI model, productivity tools, advertising technology และฮาร์ดแวร์เฉพาะทาง

อีกจุดที่น่าสนใจคือ Berkshire Hathaway ของ Warren Buffett ถูกระบุว่าเพิ่มการลงทุนใน Alphabet ในไตรมาสล่าสุด ซึ่งช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนบางส่วนที่มองว่าหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่อาจยังมีมูลค่าน่าสนใจเมื่อเทียบกับศักยภาพระยะยาว

ความเสี่ยงที่นักลงทุนควรรู้

อย่างไรก็ตาม หุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI หลายตัวปรับขึ้นแรงมากแล้ว ทำให้ความเสี่ยงด้าน valuation สูงขึ้น หากกำไรในอนาคตไม่โตตามที่ตลาดคาด ราคาหุ้นอาจผันผวนได้ง่าย นอกจากนี้ การลงทุนในบริษัทโครงสร้างพื้นฐาน เช่น พลังงานและระบบกริด อาจต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผลเต็มที่

อีกประเด็นคือการแข่งขันใน AI รุนแรงมาก บริษัทที่ดูแข็งแกร่งวันนี้อาจถูกท้าทายในอนาคตจากคู่แข่งรายใหม่ เทคโนโลยีใหม่ หรือกฎระเบียบใหม่ ดังนั้นการลงทุนในธีม AI ควรดูทั้งศักยภาพการเติบโตและความเสี่ยงควบคู่กัน

สรุปภาพรวม

ข่าวนี้สะท้อนว่า Whale Rock Capital กำลังได้รับแรงหนุนจากการเลือกหุ้นที่เชื่อมโยงกับ AI หลายมิติ โดยมี Alphabet เป็นแกนหลัก และมีหุ้นโครงสร้างพื้นฐานอย่าง Advanced Energy Industries เป็นอีกหนึ่งตัวแทนของกระแส AI ที่กำลังขยายจากซอฟต์แวร์ไปสู่ไฟฟ้า ดาต้าเซ็นเตอร์ และระบบกริด

สรุปสั้น ๆ คือ กระแส AI ไม่ได้สร้างโอกาสเฉพาะในบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เท่านั้น แต่ยังเปิดพื้นที่ให้หุ้นเบื้องหลังที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานเติบโตตามไปด้วย และนี่คือเหตุผลที่ตลาดเริ่มหันมามองกองทุนที่วางพอร์ตไว้ถูกจุดมากขึ้น

#Alphabet #AIStocks #WhaleRockCapital #ลงทุนหุ้นAI #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง