นักวิเคราะห์มองบวก! หุ้นสายการบินสหรัฐฯ มีโอกาสพุ่งแรง กำไรปีหน้าอาจโตถึง 50% จากต้นทุนน้ำมันลดและค่าโดยสารขยับขึ้น

นักวิเคราะห์มองบวก! หุ้นสายการบินสหรัฐฯ มีโอกาสพุ่งแรง กำไรปีหน้าอาจโตถึง 50% จากต้นทุนน้ำมันลดและค่าโดยสารขยับขึ้น

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:AAL

นักวิเคราะห์คาดการณ์หุ้นสายการบินกำลังเข้าสู่รอบขาขึ้นครั้งใหม่

แม้ว่าช่วงต้นปี 2026 จะเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายสำหรับอุตสาหกรรมการบินของสหรัฐฯ แต่บรรดานักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำเริ่มส่งสัญญาณเชิงบวกต่ออนาคตของกลุ่มสายการบิน โดยเฉพาะรายงานล่าสุดจาก UBS ที่มองว่าทั้งผลกำไรและราคาหุ้นของสายการบินอาจกำลังเตรียม "Take Off" หรือทะยานขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงปี 2027

ก่อนหน้านี้ หุ้นในกลุ่มสายการบินเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และความกังวลเกี่ยวกับกำลังซื้อของผู้บริโภค ส่งผลให้กองทุน U.S. Global Jets ETF (JETS) ซึ่งรวบรวมหุ้นสายการบินรายใหญ่ของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงประมาณ 3.5% ตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ดัชนี S&P 500 กลับปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 9% ในช่วงเวลาเดียวกัน

UBS เชื่อกำไรสายการบินสหรัฐฯ อาจโตเฉลี่ย 50% ในปี 2027

สิ่งที่สร้างความสนใจให้กับนักลงทุนทั่วโลกคือการคาดการณ์ของ UBS ที่ระบุว่า กำไรของสายการบินสหรัฐฯ อาจเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 50% ในปี 2027 หากปัจจัยสำคัญสองประการเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ได้แก่

  • ราคาน้ำมันเครื่องบิน (Jet Fuel) ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง
  • รายได้ต่อที่นั่งโดยสารเฉลี่ย หรือ RASM (Revenue per Available Seat Mile) เติบโตในระดับเลขหลักเดียวต่ำ

แม้การคาดการณ์ดังกล่าวจะดูค่อนข้างเชิงรุก (Bullish) แต่ UBS มองว่ามีเหตุผลรองรับที่แข็งแกร่ง เนื่องจากอุตสาหกรรมการบินกำลังเข้าสู่ช่วงที่สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานมากขึ้น

ต้นทุนน้ำมันเริ่มคลี่คลาย ปัจจัยบวกสำคัญของสายการบิน

หนึ่งในต้นทุนหลักของธุรกิจสายการบินคือค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเคยพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงที่เกิดความตึงเครียดในตะวันออกกลางและปัญหาการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ราคาน้ำมันเครื่องบินเคยพุ่งทะลุระดับ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ราคาดังกล่าวได้ปรับตัวลดลงแล้วประมาณ 20% จากจุดสูงสุด แม้ยังสูงกว่าระดับก่อนเกิดความขัดแย้งอยู่ราว 60% ก็ตาม

นักวิเคราะห์ของ UBS เชื่อว่าจากแนวโน้มของตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Oil Futures Curve) ราคาน้ำมันมีโอกาสปรับลดลงต่อเนื่องในระยะถัดไป ซึ่งจะช่วยให้สายการบินสามารถควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น และส่งผลบวกโดยตรงต่อกำไรสุทธิ

ค่าโดยสารเครื่องบินยังมีพื้นที่ให้ปรับขึ้นอีก

อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ UBS มีมุมมองเชิงบวก คือการที่ค่าโดยสารเครื่องบินยังปรับขึ้นน้อยกว่าอัตราเงินเฟ้อโดยรวมในระบบเศรษฐกิจ

ข้อมูลของ UBS ระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา ราคาตั๋วเครื่องบินเพิ่มขึ้นน้อยกว่าระดับราคาสินค้าและบริการโดยรวมประมาณ 30% ซึ่งหมายความว่าสายการบินยังมีพื้นที่ในการปรับขึ้นราคาเพื่อชดเชยต้นทุนและเพิ่มผลกำไรในอนาคต

ขณะเดียวกัน จำนวนเที่ยวบินใหม่หรือการเพิ่มกำลังการผลิต (Capacity Growth) ในอุตสาหกรรมยังค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะในกลุ่มสายการบินต้นทุนต่ำ ส่งผลให้การแข่งขันด้านราคาลดลง และช่วยสนับสนุนการปรับขึ้นค่าโดยสารได้ง่ายขึ้น

ความต้องการเดินทางยังแข็งแกร่ง แม้ราคาตั๋วเพิ่มขึ้น

ข้อมูลจากผู้บริหารสายการบินหลายแห่งสะท้อนภาพเดียวกันว่า ความต้องการเดินทางของผู้บริโภคยังคงแข็งแกร่ง แม้ว่าราคาตั๋วเครื่องบินจะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม

Robert Jordan CEO ของ Southwest Airlines และ Robert Isom CEO ของ American Airlines ต่างยืนยันว่า ยังไม่พบสัญญาณการชะลอตัวของการจองตั๋ว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไปหรือกลุ่มลูกค้าธุรกิจ

นอกจากนี้ ข้อมูลจาก American Express ยังแสดงให้เห็นว่าการจองการเดินทางยังเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนว่าผู้บริโภคยังคงให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวและการเดินทาง แม้เศรษฐกิจโลกจะเผชิญความไม่แน่นอนอยู่ก็ตาม

United Airlines กลายเป็นหุ้นเด่นที่นักวิเคราะห์จับตามอง

ในบรรดาสายการบินรายใหญ่ทั้งหมด UBS มองว่า United Airlines เป็นหุ้นที่มีศักยภาพโดดเด่นที่สุด

นักวิเคราะห์คาดว่ากำไรของ United ในปี 2027 อาจสูงกว่าที่ Wall Street ประเมินไว้เกือบ 50% และราคาหุ้นมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้มากถึง 40% จากระดับปัจจุบัน

นอกจาก United แล้ว UBS ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อ

  • Delta Air Lines
  • Alaska Airlines
  • American Airlines
  • Southwest Airlines

โดยคาดว่าหุ้นเหล่านี้อาจมี Upside เพิ่มขึ้นในช่วง 21% ถึง 26% หากแนวโน้มกำไรเป็นไปตามที่ประเมินไว้

Delta Air Lines ยังคงเป็นผู้นำด้านผลประกอบการ

เมื่อพิจารณาผลประกอบการในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Delta Air Lines ถือเป็นสายการบินที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุดในกลุ่มสายการบินรายใหญ่ของสหรัฐฯ

ในปีที่ผ่านมา Delta เป็นสายการบินรายใหญ่เพียงรายเดียวที่สามารถเพิ่มกำไรได้ประมาณ 8% ขณะที่คู่แข่งหลายรายยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนและการแข่งขัน

ผู้บริหารของ Delta ยังเปิดเผยว่าความต้องการเดินทางยังอยู่ในระดับ "แข็งแกร่งมาก" แม้ต้นทุนน้ำมันจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นสามารถช่วยชดเชยต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นักลงทุนยังต้องจับตาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

แม้หลายสำนักจะเริ่มมีมุมมองเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมการบิน แต่ก็ยังมีนักวิเคราะห์บางส่วนที่เตือนถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน

นักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley เคยระบุว่า แม้ผลประกอบการไตรมาสล่าสุดจะออกมาดีกว่าที่คาด แต่ยังมี "รอยร้าว" ในภาพรวมเศรษฐกิจที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกำลังซื้อของผู้บริโภคและแนวโน้มเศรษฐกิจโลก

ขณะที่บางฝ่ายมองว่า หากเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะชะลอตัว การใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวอาจลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของสายการบิน

บทสรุป: อุตสาหกรรมการบินกำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวครั้งสำคัญ

จากปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนน้ำมันที่เริ่มลดลง ความต้องการเดินทางที่ยังแข็งแกร่ง การเพิ่มขึ้นของค่าโดยสาร รวมถึงการควบคุมกำลังการผลิตของสายการบิน ทำให้นักวิเคราะห์หลายสำนักเชื่อว่าอุตสาหกรรมการบินของสหรัฐฯ อาจกำลังเข้าสู่รอบการเติบโตครั้งใหม่

แม้จะยังมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ แต่หากปัจจัยพื้นฐานยังคงเป็นไปในทิศทางปัจจุบัน หุ้นสายการบินหลายตัวอาจกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มที่สร้างผลตอบแทนโดดเด่นให้กับนักลงทุนในช่วงปี 2027 และหลังจากนั้น

#หุ้นสายการบิน #AirlineStocks #ลงทุนหุ้นต่างประเทศ #เศรษฐกิจโลก #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง