ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เดือนมิถุนายนจับตากำไร S&P 500 โตแรง หนุนกระแส AI แต่ความเสี่ยงยังไม่หาย

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เดือนมิถุนายนจับตากำไร S&P 500 โตแรง หนุนกระแส AI แต่ความเสี่ยงยังไม่หาย

โดย ADMIN

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เดือนมิถุนายนจับตากำไร S&P 500 โตแรง หนุนกระแส AI แต่ความเสี่ยงยังไม่หาย

บทวิเคราะห์ “Our June Perspective” จาก Manning & Napier เผยว่า กำไรไตรมาสแรกของบริษัทในดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้นเกือบ 30% เมื่อเทียบรายปี โดยมีแรงหนุนหลักจากกลุ่ม Information Technology และ Communication Services ซึ่งได้อานิสงส์จากการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI อย่างชัดเจน

กำไรบริษัทใหญ่โตแรงกว่าคาด

ภาพรวมไตรมาสแรกปี 2026 ถือเป็นช่วงเวลาที่โดดเด่นมากสำหรับกำไรบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ เพราะการเติบโตระดับนี้มักพบได้ในช่วงต้นของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเท่านั้น ไม่ใช่ในช่วงที่ตลาดอยู่ในภาวะคาดหวังสูงอยู่แล้ว

แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โดยเฉพาะธุรกิจที่อยู่ใกล้กับกระแส AI เช่น ชิป, Cloud, Data Center, Software และแพลตฟอร์มดิจิทัล ทำให้รายได้และกำไรของหลายบริษัทออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้

AI ยังเป็นธีมหลักของตลาด

กระแส Artificial Intelligence ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยดันความเชื่อมั่นในตลาดหุ้น นักลงทุนมองว่า AI ไม่ใช่แค่กระแสระยะสั้น แต่เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างการลงทุนของบริษัททั่วโลก ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และระบบอัตโนมัติ

รายงานจาก Reuters ระบุว่า Citigroup ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี S&P 500 สิ้นปี 2026 เป็น 8,100 จุด โดยอ้างถึงความแข็งแกร่งของกำไรบริษัทและวัฏจักรการลงทุน AI ที่ยังเดินหน้าต่อ

แต่ Valuation เริ่มสะท้อนข่าวดีไปมากแล้ว

แม้ตัวเลขกำไรจะสดใส แต่บทวิเคราะห์ชี้ว่า Valuation ของตลาดสะท้อนความคาดหวังเชิงบวกไปมากแล้ว หมายความว่า ราคาหุ้นจำนวนมากอาจไม่ได้ถูกเหมือนเดิม หากต้องการให้ตลาดปรับขึ้นต่อ นักลงทุนอาจต้องเห็นกำไรที่ดีกว่าคาดอย่างต่อเนื่อง หรือมีปัจจัยบวกใหม่เข้ามาสนับสนุน

FactSet รายงานว่า บริษัทใน S&P 500 จำนวนมากประกาศกำไรต่อหุ้นสูงกว่าคาดในไตรมาสแรกปี 2026 โดยสัดส่วนบริษัทที่ทำ EPS ดีกว่าประมาณการอยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว

ตลาด Bond ผันผวนจากแรงกดดันดอกเบี้ย

นอกจากหุ้นแล้ว ตลาดตราสารหนี้ก็เผชิญความผันผวนสูงในเดือนที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับขึ้นแรงช่วงกลางเดือน ก่อนจะย่อตัวลงช่วงท้ายเดือน แต่โดยรวมยังอยู่สูงกว่าระดับเริ่มต้นเล็กน้อย

ภาวะนี้สะท้อนว่านักลงทุนยังไม่มั่นใจเต็มที่เกี่ยวกับทิศทางเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และเศรษฐกิจ หาก Bond Yield ยังแกว่งแรงต่อไป อาจกระทบทั้งหุ้นเติบโต หุ้นเทคโนโลยี และสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ

ราคาพลังงานและค่าจ้างคือความเสี่ยงที่ต้องติดตาม

บทวิเคราะห์ยังมองว่า ราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจทำหน้าที่เหมือน “ภาษีแฝง” ต่อเศรษฐกิจ เพราะทำให้ต้นทุนครัวเรือนและธุรกิจเพิ่มขึ้น ขณะที่อำนาจต่อรองค่าจ้างของแรงงานยังจำกัด จึงอาจกดดันการบริโภคมากกว่าจะทำให้เกิดเงินเฟ้อแบบรุนแรงรอบใหม่

นักลงทุนควรจัดพอร์ตอย่างระมัดระวัง

แม้บรรยากาศตลาดดูเป็นบวกมากขึ้น ทั้งจากกำไรบริษัท กระแส AI และความสนใจใน IPO แต่ผู้ลงทุนไม่ควรมองข้ามความเสี่ยง บทวิเคราะห์แนะนำให้นักลงทุนตรวจสอบระดับความเสี่ยงของพอร์ตให้สอดคล้องกับแผนการเงิน และควร stress test พอร์ตหากตลาดหุ้นปรับฐานแรง

สรุปแล้ว มุมมองเดือนมิถุนายนยังค่อนข้างเป็นบวกต่อหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก AI และกำไรบริษัทที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ตลาดไม่ได้ไร้ความเสี่ยง เพราะราคาหุ้นหลายกลุ่มสะท้อนความคาดหวังสูงแล้ว นักลงทุนจึงควรเลือกลงทุนอย่างมีวินัย กระจายความเสี่ยง และไม่ไล่ราคาตามกระแสเพียงอย่างเดียว

#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง