Adecco Group รายงาน Q1/2026 รายได้โตต่อเนื่อง กำไรฟื้นแรง แต่แรงกดดันมาร์จิ้นยังเป็นโจทย์ใหญ่

Adecco Group รายงาน Q1/2026 รายได้โตต่อเนื่อง กำไรฟื้นแรง แต่แรงกดดันมาร์จิ้นยังเป็นโจทย์ใหญ่

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:AHEXF

Adecco Group รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 สะท้อนธุรกิจจัดหางานฟื้นตัว

Adecco Group AG เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 โดยรายได้รวมอยู่ที่ 5.66 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้น 5.3% แบบ organic และปรับตามจำนวนวันทำการ สะท้อนแรงหนุนจากธุรกิจจัดหางานแบบ flexible placement และการเติบโตในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะ Americas, APAC และ EMEA ไม่รวมฝรั่งเศส

ภาพรวมผลประกอบการ: รายได้โต กำไรดีขึ้น

บริษัทระบุว่าไตรมาสแรกของปี 2026 เป็นการเริ่มต้นปีที่แข็งแกร่ง โดยรายได้ตามรายงานเพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน แม้ได้รับผลกระทบเชิงลบจากอัตราแลกเปลี่ยนราว 400 basis points ขณะที่กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 1.06 พันล้านยูโร และ EBITA ไม่รวมรายการพิเศษอยู่ที่ 148 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 24% แบบ organic constant currency

กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น Adecco Group อยู่ที่ 69 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 41% ในแง่ constant currency ส่วน basic EPS อยู่ที่ 0.41 ยูโร และ adjusted EPS อยู่ที่ 0.50 ยูโร ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทสามารถเปลี่ยนยอดขายที่สูงขึ้นให้กลายเป็นกำไรได้ดีขึ้น แม้ตลาดแรงงานในหลายประเทศยังไม่สดใสเต็มที่

Adecco โตเด่นที่สุดในกลุ่มธุรกิจหลัก

หน่วยธุรกิจ Adecco ซึ่งเป็นแกนหลักของบริษัททำรายได้ 4.62 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้น 7% แบบ organic และปรับตามจำนวนวันทำการ โดยทุกภูมิภาคเติบโต โดย Americas โต 15%, APAC โต 8% และ EMEA ไม่รวมฝรั่งเศสโต 7%

แรงหนุนสำคัญมาจากความต้องการแรงงานในภาคยานยนต์ บริการการเงิน สินค้าอุปโภคบริโภค การผลิต และ logistics ขณะที่การจ้างงานแบบ flexible placement ยังขยายตัวดีกว่าการจ้างงานถาวร สะท้อนพฤติกรรมของนายจ้างที่ยังต้องการความยืดหยุ่นท่ามกลางเศรษฐกิจที่ผันผวน

Akkodis เริ่มนิ่งขึ้น แต่ยังถูกกดดันจากบางตลาด

ธุรกิจ Akkodis ซึ่งเน้นด้าน engineering, technology และ consulting มีรายได้ 750 ล้านยูโร ลดลง 1% แบบ organic constant currency และลดลง 13% ตามรายงาน อย่างไรก็ตาม EBITA margin ดีขึ้นเป็น 4.2% เพิ่มขึ้น 70 basis points จากปีก่อน

จุดที่น่าสนใจคือความต้องการจากภาค aerospace & defense ช่วยพยุงธุรกิจ consulting และ solutions โดยเฉพาะในฝรั่งเศสและบางประเทศในยุโรป ส่วน North America โต 5% ขณะที่ APAC อ่อนตัวจากผลประกอบการในออสเตรเลียที่ลดลงแรง

LHH ทำกำไรดี แม้รายได้ยังอ่อน

LHH มีรายได้ 311 ล้านยูโร ลดลง 1% แบบ organic constant currency แต่ EBITA margin เพิ่มขึ้นเป็น 11% สูงขึ้น 330 basis points จากปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจ Career Transition & Mobility และ Coaching & Skilling โดยเฉพาะ Ezra ที่เติบโต 35%

แม้ธุรกิจ Professional Recruitment Solutions ยังเผชิญแรงกดดันจากตลาด permanent placement ที่อ่อนแอ แต่บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนและเพิ่ม productivity ได้ ทำให้กำไรของ LHH ฟื้นตัวชัดเจน

มาร์จิ้นยังเป็นประเด็นที่นักลงทุนจับตา

แม้รายได้และกำไรปรับตัวดีขึ้น แต่ gross margin อยู่ที่ 18.8% ลดลง 60 basis points จากปีก่อน หรือ 40 basis points แบบ organic constant currency สาเหตุหลักมาจาก business mix ที่เปลี่ยนไป โดย flexible placement ซึ่งมักมี margin ต่ำกว่าบริการเฉพาะทาง เติบโตโดดเด่นกว่า

ประเด็นนี้ทำให้ตลาดยังมีความกังวล เพราะการเติบโตของรายได้อาจไม่ได้แปลว่ากำไรจะเร่งตัวเท่ากันเสมอไป หาก mix ของรายได้ยังเอียงไปทางธุรกิจที่ margin ต่ำกว่า อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารย้ำว่าการควบคุมต้นทุน การตั้งราคา และการเพิ่ม productivity จะช่วยหนุน profitability ในระยะถัดไป

กระแสเงินสดติดลบตามฤดูกาล แต่โครงสร้างการเงินยังแข็งแรง

กระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบ 178 ล้านยูโร เทียบกับติดลบ 144 ล้านยูโรในปีก่อน โดยบริษัทอธิบายว่าเกิดจากการใช้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้นตามรายได้ที่เติบโต และเป็นลักษณะ seasonal ปกติของธุรกิจที่มักใช้เงินสดมากในครึ่งปีแรก ก่อนจะรับเงินสดกลับในครึ่งปีหลัง

หนี้สุทธิ ณ สิ้นไตรมาสอยู่ที่ 2.54 พันล้านยูโร ขณะที่ net debt to EBITDA ไม่รวมรายการพิเศษอยู่ที่ 2.7 เท่า ดีขึ้นจาก 2.9 เท่าในปีก่อน บริษัทมีวงเงิน revolving credit facility ที่ยังไม่ได้เบิกใช้ 750 ล้านยูโร และไม่มี financial covenants บนหนี้ที่คงค้าง

AI และแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นจุดยุทธศาสตร์ใหม่

Denis Machuel ซีอีโอของ Adecco Group ระบุว่า บริษัทเดินหน้าขยายการใช้ agentic AI บน digital platform ในหลายตลาด เพื่อเพิ่ม fill rate ลด time to fill และยกระดับประสบการณ์ของผู้สมัครงานและ recruiter

ในภาษาง่าย ๆ คือ Adecco กำลังใช้ AI เพื่อช่วยจับคู่คนกับงานได้เร็วขึ้นและแม่นยำขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นแต้มต่อสำคัญในธุรกิจ staffing ที่การแข่งขันสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อบริษัทต้องบาลานซ์ระหว่างการเติบโต การลดต้นทุน และคุณภาพบริการ

แนวโน้มไตรมาส 2: โมเมนตัมยังบวก แต่ gross margin อาจลดลงเล็กน้อย

สำหรับไตรมาส 2 ปี 2026 Adecco Group ระบุว่ายังเห็น momentum เชิงบวกของ volume ต่อเนื่อง แต่คาดว่า gross margin จะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากปัจจัยฤดูกาลตามปกติ ขณะที่ SG&A ไม่รวมรายการพิเศษมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยแบบ sequential

โดยรวมแล้ว ผลประกอบการไตรมาสนี้สะท้อนภาพบริษัทที่กลับมาเติบโตได้ดีขึ้น หลังตลาดแรงงานทั่วโลกผ่านช่วงชะลอตัว แต่โจทย์สำคัญยังอยู่ที่การรักษา margin, การฟื้นตัวของ permanent placement และการทำให้ AI-driven platform สร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจจริงในวงกว้าง

สรุปประเด็นสำคัญสำหรับนักลงทุน

หนึ่ง รายได้ Adecco Group กลับมาเติบโตแข็งแรง โดย organic revenue growth อยู่ที่ 5.3% แบบ TDA

สอง กำไรสุทธิและ EPS เพิ่มขึ้นชัดเจน สะท้อนผลของการควบคุมต้นทุนและ productivity ที่ดีขึ้น

สาม Adecco GBU เป็นพระเอกของไตรมาสนี้ ขณะที่ Akkodis และ LHH ยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวแบบเลือกจุด

สี่ gross margin ที่ลดลงยังเป็นความเสี่ยงสำคัญ เพราะรายได้โตจากธุรกิจที่ margin ต่ำกว่า

ห้า การใช้ AI ในกระบวนการจัดหางานอาจเป็นตัวเร่งสำคัญ หากช่วยเพิ่มความเร็ว ลดต้นทุน และทำให้ลูกค้าใช้งานต่อเนื่องมากขึ้น

กล่าวโดยสรุป Adecco Group ส่งสัญญาณว่าธุรกิจ staffing และ workforce solutions เริ่มกลับมามีแรงขับเคลื่อนอีกครั้งในปี 2026 แต่ตลาดยังต้องติดตามว่า momentum นี้จะยั่งยืนแค่ไหน และบริษัทจะป้องกันแรงกดดันด้าน margin ได้ดีเพียงใดในช่วงที่ mix รายได้เปลี่ยนไปสู่ flexible work มากขึ้น

#AdeccoGroup #AHEXY #Q12026Earnings #ตลาดแรงงาน #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง