ABBV พุ่งแรง 12% ใน 1 เดือน นักลงทุนควรซื้อ ถือ หรือขาย? เจาะลึกอนาคตหุ้น AbbVie หลังฟื้นตัวโดดเด่น

ABBV พุ่งแรง 12% ใน 1 เดือน นักลงทุนควรซื้อ ถือ หรือขาย? เจาะลึกอนาคตหุ้น AbbVie หลังฟื้นตัวโดดเด่น

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:ABBV

ABBV พุ่ง 12% ในเดือนเดียว นักลงทุนควรซื้อ ถือ หรือขาย?

หุ้นของ AbbVie Inc. (NYSE: ABBV) หนึ่งในบริษัทยาชั้นนำของโลก กลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนอีกครั้ง หลังราคาหุ้นปรับตัวขึ้นประมาณ 12% ภายในเวลาเพียง 1 เดือน ท่ามกลางความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นต่อแนวโน้มการเติบโตของบริษัท โดยเฉพาะจากความสำเร็จของยารุ่นใหม่อย่าง Skyrizi และ Rinvoq ที่เข้ามาทดแทนรายได้จาก Humira ซึ่งเคยเป็นผลิตภัณฑ์ทำรายได้หลักของบริษัท

AbbVie กำลังเปลี่ยนผ่านจากยุค Humira สู่ยุคใหม่ของการเติบโต

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักลงทุนจำนวนมากกังวลเกี่ยวกับการหมดอายุสิทธิบัตรของ Humira ยารักษาโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องที่เคยสร้างรายได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้รวมของบริษัท

อย่างไรก็ตาม AbbVie สามารถรับมือกับความท้าทายดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการผลักดันยารุ่นใหม่อย่าง Skyrizi และ Rinvoq ให้กลายเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนรายได้ตัวใหม่ของบริษัท

ในปีล่าสุด ยาทั้งสองชนิดสร้างรายได้รวมกันกว่า 26,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตมากกว่า 40% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และผู้บริหารคาดว่ายอดขายรวมอาจทะลุ 31,000 ล้านดอลลาร์ ในปีถัดไป

Skyrizi และ Rinvoq ดาวเด่นที่ช่วยหนุนอนาคตของ ABBV

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดมีมุมมองเชิงบวกต่อ AbbVie คือการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของ Skyrizi และ Rinvoq ในหลายข้อบ่งใช้ โดยเฉพาะกลุ่มโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง เช่น

  • Crohn's Disease
  • Ulcerative Colitis
  • Psoriasis
  • Rheumatoid Arthritis

นอกจากนี้ Rinvoq ยังมีโอกาสได้รับการอนุมัติใช้รักษาโรคเพิ่มเติมในอนาคต เช่น

  • Vitiligo (โรคด่างขาว)
  • Alopecia Areata (ผมร่วงเป็นหย่อม)
  • Systemic Lupus Erythematosus (SLE)
  • Hidradenitis Suppurativa

ฝ่ายบริหารเชื่อว่าการขยายข้อบ่งใช้เหล่านี้สามารถเพิ่มยอดขายสูงสุดของ Rinvoq ได้อีกประมาณ 2,000 ล้านดอลลาร์ ในระยะยาว

ธุรกิจ Neuroscience กลายเป็นอีกเสาหลักสำคัญ

นอกจากกลุ่มยาภูมิคุ้มกันแล้ว ธุรกิจด้านประสาทวิทยา (Neuroscience) ของ AbbVie ก็เติบโตอย่างโดดเด่นเช่นกัน

รายได้ในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นเกือบ 20% สู่ระดับประมาณ 10,800 ล้านดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนจากผลิตภัณฑ์สำคัญ ได้แก่

  • Botox Therapeutic
  • Vraylar
  • Ubrelvy
  • Qulipta

ขณะเดียวกัน บริษัทกำลังผลักดันยา Vyalev สำหรับผู้ป่วยโรคพาร์กินสันระยะรุนแรง ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากหลายประเทศ และมีแนวโน้มกลายเป็นยา Blockbuster ตัวใหม่ของบริษัทในอนาคตอันใกล้

ธุรกิจความงามยังเป็นจุดอ่อนที่ต้องจับตา

แม้ว่าหลายธุรกิจจะเติบโตแข็งแกร่ง แต่กลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านความงาม (Aesthetics) ยังคงเผชิญแรงกดดันจากสภาวะเศรษฐกิจโลก

ยอดขายของผลิตภัณฑ์สำคัญอย่าง Juvederm ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ Botox Cosmetic ยังเติบโตได้ไม่มากนัก

ผู้บริหารคาดว่ารายได้ในกลุ่มนี้จะยังคงทรงตัวในช่วงปีข้างหน้า เนื่องจากผู้บริโภคยังระมัดระวังการใช้จ่ายในสินค้าความงามและหัตถการเสริมความงาม

มูลค่าหุ้น ABBV ยังน่าสนใจหรือไม่?

จากมุมมองด้าน Valuation หุ้น ABBV ยังถือว่าอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม

ปัจจุบันหุ้นซื้อขายที่ระดับ Forward P/E ประมาณ 14.9 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมยาที่อยู่ราว 17.6 เท่า

เมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน เช่น

  • Eli Lilly
  • AstraZeneca
  • Johnson & Johnson

ABBV ยังคงมีราคาที่ค่อนข้างน่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาหุ้นคุณภาพพร้อมเงินปันผล

นักวิเคราะห์มองแนวโน้มกำไรอย่างไร?

แม้ว่านักวิเคราะห์จะมีการปรับประมาณการกำไรในบางช่วง แต่ภาพรวมยังคงเป็นบวก

บริษัทคาดว่ารายได้รวมจะเติบโตประมาณ 9.5% ในปีถัดไป โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจาก

  • การเติบโตของ Skyrizi
  • การเติบโตของ Rinvoq
  • การขยายตัวของกลุ่มยาไมเกรน
  • ยอดขายจาก Vyalev

นอกจากนี้ AbbVie ยังไม่มีความเสี่ยงจากการหมดอายุสิทธิบัตรของยาหลักเพิ่มเติมในช่วงที่เหลือของทศวรรษนี้ ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับนักลงทุนระยะยาว

ควรซื้อ ถือ หรือขาย ABBV ตอนนี้?

เหตุผลที่ควร "ถือ"

นักลงทุนที่ถือหุ้น ABBV อยู่แล้วอาจยังไม่มีเหตุผลจำเป็นต้องขาย เนื่องจากแนวโน้มธุรกิจระยะยาวยังคงแข็งแกร่ง และบริษัทสามารถผ่านช่วงวิกฤตหลัง Humira หมดสิทธิบัตรมาได้อย่างน่าประทับใจ

เหตุผลที่ควร "ซื้อเพิ่ม"

สำหรับนักลงทุนระยะยาว ABBV ยังคงเป็นหุ้น Healthcare คุณภาพสูงที่มีทั้งการเติบโตและเงินปันผล โดยการอ่อนตัวของราคาหุ้นในระยะสั้นอาจเป็นโอกาสในการสะสมเพิ่ม

เหตุผลที่ต้องระวัง

นักลงทุนควรติดตามการแข่งขันในตลาดยา การควบคุมราคายาของภาครัฐ รวมถึงผลกระทบจากธุรกิจความงามที่ยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่

บทสรุป

การปรับตัวขึ้นกว่า 12% ของหุ้น ABBV ในช่วงเดือนที่ผ่านมา สะท้อนความเชื่อมั่นของตลาดต่อศักยภาพการเติบโตในระยะยาวของ AbbVie อย่างชัดเจน

แม้บริษัทจะเผชิญความท้าทายจากการสูญเสียรายได้ของ Humira แต่การเติบโตอย่างโดดเด่นของ Skyrizi, Rinvoq และกลุ่ม Neuroscience ได้ช่วยชดเชยรายได้ที่หายไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับนักลงทุนระยะยาว ABBV ยังคงเป็นหุ้นคุณภาพในกลุ่ม Healthcare ที่น่าจับตา โดยเฉพาะผู้ที่มองหาการเติบโตควบคู่กับกระแสเงินปันผลที่มั่นคง อย่างไรก็ตาม ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

หมายเหตุ: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารและการวิเคราะห์เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

#ABBV #AbbVie #หุ้นสหรัฐ #ลงทุนหุ้นต่างประเทศ #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง