
วิเคราะห์ 3 หุ้นดังที่ดีดตัวจากจุดต่ำสุด: Trade Desk, Moderna และ Strategy — Wall Street มองอนาคตอย่างไรต่อจากนี้
3 หุ้นใหญ่ดีดตัวแรงจากจุดต่ำสุด แต่ Wall Street มองอนาคตต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ตลาดหุ้นสหรัฐในปี 2026 ยังคงเต็มไปด้วยความผันผวน และมีหุ้นหลายตัวที่ราคาปรับตัวลงอย่างหนักก่อนจะเริ่ม รีบาวด์ (Rebound) กลับขึ้นมาอีกครั้งในช่วงล่าสุด โดยเฉพาะ 3 บริษัทที่นักลงทุนจับตามอง ได้แก่ Trade Desk (NASDAQ: TTD), Moderna (NASDAQ: MRNA) และ Strategy หรือ MicroStrategy (NASDAQ: MSTR)
แม้ว่าหุ้นทั้งสามตัวจะฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดได้ในช่วงที่ผ่านมา แต่การวิเคราะห์จากนักวิเคราะห์ใน Wall Street กลับสะท้อนมุมมองที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน บางบริษัทถูกมองว่ามีโอกาสเติบโตต่อในระยะยาว ขณะที่บางบริษัทถูกมองว่าราคาปัจจุบันอาจวิ่งนำปัจจัยพื้นฐานไปไกลแล้ว
บทวิเคราะห์นี้จะพาไปเจาะลึกสถานการณ์ของทั้งสามบริษัท พร้อมอธิบายว่าทำไมตลาดจึงมองอนาคตของแต่ละหุ้นแตกต่างกันอย่างมาก
1. Trade Desk (TTD): ฟื้นตัวแต่ยังมีความกังวลเรื่องการเติบโต
ราคาหุ้นรีบาวด์กว่า 24% แต่ยังต่ำกว่าปีก่อนมาก
หุ้นของ The Trade Desk ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีโฆษณาดิจิทัล (AdTech) ปรับตัวขึ้นประมาณ 24.38% ในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ราคาหุ้นขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 29.79 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม หากมองในภาพระยะยาว หุ้นตัวนี้ยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับเมื่อปีที่แล้วถึงประมาณ 55.23% แสดงให้เห็นว่าการฟื้นตัวครั้งนี้ยังเป็นเพียงบางส่วนของการปรับฐานก่อนหน้า
นักวิเคราะห์ Wall Street มีความเห็นแตกต่างกัน
จากนักวิเคราะห์ทั้งหมด 38 ราย ที่ติดตามหุ้น TTD:
- 16 รายให้คำแนะนำ Buy
- 3 รายให้คำแนะนำ Strong Buy
- 15 รายให้คำแนะนำ Hold
- 4 รายให้คำแนะนำเชิงลบ
ราคาเป้าหมายเฉลี่ยของนักวิเคราะห์อยู่ที่ประมาณ 31.89 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าราคาปัจจุบันเพียงประมาณ 7% เท่านั้น นั่นหมายความว่านักวิเคราะห์มองว่า upside ระยะสั้นอาจไม่มากนัก
ผลประกอบการยังแข็งแรง แต่การเติบโตเริ่มชะลอ
ในไตรมาส 4 ปี 2025 บริษัททำผลงานได้ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์:
- Adjusted EPS อยู่ที่ 0.59 ดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 0.34 ดอลลาร์
- รายได้อยู่ที่ 846.79 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าประมาณการเล็กน้อย
นอกจากนี้ บริษัทมีอัตราการรักษาลูกค้า (Customer Retention Rate) สูงกว่า 95% ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญของแพลตฟอร์ม
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้นักลงทุนกังวลคือแนวโน้มการเติบโตในปี 2026 ที่เริ่มชะลอลง โดยบริษัทคาดว่ารายได้ไตรมาส 1 จะอยู่ที่ประมาณ 678 ล้านดอลลาร์ หรือเติบโตเพียงประมาณ 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งต่ำกว่าการเติบโตประมาณ 18% ในปี 2025
ด้วยเหตุนี้ นักลงทุนบางส่วนจึงมองว่าหุ้น TTD ยังต้องพิสูจน์ว่าการเติบโตสามารถกลับมาเร่งตัวได้อีกครั้ง
2. Moderna (MRNA): ราคาหุ้นวิ่งแรง แต่นักวิเคราะห์ยังไม่มั่นใจ
หุ้นพุ่งกว่า 82% ในปีนี้
หุ้นของบริษัทไบโอเทคชื่อดัง Moderna กลายเป็นหนึ่งในหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงที่สุดในปี 2026 โดยราคาหุ้นเพิ่มขึ้นถึง 82.54% ตั้งแต่ต้นปี ทำให้ราคาขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 53.83 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ราคาเป้าหมายเฉลี่ยจากนักวิเคราะห์อยู่ที่ประมาณ 42.90 ดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าราคาปัจจุบันประมาณ 20% นั่นหมายความว่าหุ้นอาจกำลังซื้อขายสูงกว่ามุมมองของ Wall Street
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ให้คำแนะนำ Hold หรือ Sell
จากนักวิเคราะห์ทั้งหมด 24 ราย:
- 18 รายให้คำแนะนำ Hold
- 2 รายให้คำแนะนำ Sell
- 2 รายให้คำแนะนำ Strong Sell
- มีเพียง 3 รายเท่านั้นที่ให้มุมมองเชิงบวก
ถือเป็นหนึ่งในบริษัท biotech ขนาดใหญ่ที่มีความเห็นเชิงลบจากนักวิเคราะห์ค่อนข้างมาก
ผลประกอบการดีขึ้น แต่รายได้ยังลดลง
ในไตรมาสล่าสุด Moderna รายงานผลประกอบการดีกว่าที่คาด:
- EPS อยู่ที่ -2.11 ดอลลาร์ ดีกว่าที่คาด -2.62 ดอลลาร์
- รายได้ 678 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดการณ์ประมาณ 10%
บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลงได้ถึง 2.2 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 30% ในปี 2025
อย่างไรก็ตาม รายได้ทั้งปีลดลงถึง 40% เมื่อเทียบกับปี 2024 ซึ่งเป็นผลจากความต้องการวัคซีน COVID ที่ลดลง
Pipeline ใหม่คือความหวังของบริษัท
อนาคตของ Moderna ขึ้นอยู่กับความสำเร็จของวัคซีนและยารุ่นใหม่ใน pipeline เช่น
- วัคซีน Norovirus
- วัคซีน Melanoma (มะเร็งผิวหนัง)
- วัคซีนไข้หวัดใหญ่ mRNA
อย่างไรก็ตาม FDA เคยส่ง Refusal-to-file letter สำหรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ mRNA-1010 ทำให้ catalyst สำคัญถูกเลื่อนออกไป
CEO ของบริษัท Stéphane Bancel ตั้งเป้าให้บริษัทสามารถทำ Cash Breakeven ได้ภายในปี 2028 แต่ในปี 2025 บริษัทมี Operating Cash Flow ติดลบประมาณ 1.87 พันล้านดอลลาร์
3. Strategy (MSTR): หุ้นที่ Wall Street มองบวกที่สุด
การฟื้นตัวของหุ้นหลังจากร่วงหนัก
หุ้นของ Strategy (ชื่อเดิม MicroStrategy) ฟื้นตัวจากระดับประมาณ 106 ดอลลาร์ ขึ้นมาอยู่ที่ 139.81 ดอลลาร์ หลังจากประกาศงบไตรมาส 4
อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นยังคงต่ำกว่าปีก่อนประมาณ 54.69%
นักวิเคราะห์เกือบทั้งหมดแนะนำซื้อ
ในบรรดานักวิเคราะห์ที่ติดตามหุ้นนี้:
- 13 จาก 14 รายให้คำแนะนำ Buy หรือ Strong Buy
- ไม่มีใครให้คำแนะนำ Sell
ราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 394.38 ดอลลาร์ ซึ่งหมายถึง potential upside ถึงประมาณ 182% จากราคาปัจจุบัน
หุ้นนี้คือการเดิมพันกับ Bitcoin
เหตุผลหลักที่นักวิเคราะห์มีมุมมองบวกต่อ Strategy คือการถือครอง Bitcoin จำนวนมหาศาล
ณ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2026 บริษัทถือครอง 713,502 BTC ซึ่งทำให้หุ้นของบริษัทกลายเป็นเหมือน proxy สำหรับการลงทุนใน Bitcoin
ในไตรมาส 4 บริษัทรายงาน Net Loss 12.44 พันล้านดอลลาร์ แต่สาเหตุหลักมาจากการบันทึก Unrealized Loss จากสินทรัพย์ดิจิทัล ภายใต้หลักการบัญชี Fair Value ไม่ใช่เพราะธุรกิจหลักแย่ลง
ในความเป็นจริง ธุรกิจซอฟต์แวร์ของบริษัทมีรายได้จากบริการแบบ subscription เติบโตถึง 62.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ความเสี่ยงสำคัญ: การเพิ่มทุนและ dilution
แม้ว่าหุ้น Strategy จะมี upside สูง แต่ก็มีความเสี่ยงสำคัญคือบริษัทมีความสามารถในการออกหุ้นเพิ่มทุนผ่าน ATM (At-The-Market) offerings มากกว่า 29 พันล้านดอลลาร์
ซึ่งหมายความว่านักลงทุนอาจต้องเผชิญกับ dilution ของหุ้นในอนาคต
สรุปมุมมองของ Wall Street ต่อทั้ง 3 หุ้น
แม้ว่าหุ้นทั้งสามบริษัทจะดีดตัวจากจุดต่ำสุดเหมือนกัน แต่ Wall Street มองอนาคตแตกต่างกันอย่างมาก
Strategy (MSTR)
นักวิเคราะห์มองบวกมากที่สุด แต่ต้องเชื่อในอนาคตของ Bitcoin
Trade Desk (TTD)
ธุรกิจยังแข็งแรง แต่การเติบโตที่ชะลอลงทำให้นักวิเคราะห์ยังไม่มั่นใจ
Moderna (MRNA)
ราคาหุ้นพุ่งแรง แต่ Wall Street มองว่าราคาปัจจุบันอาจสะท้อนความหวังมากเกินไป
สำหรับนักลงทุนรายย่อย การลงทุนในหุ้นที่รีบาวด์จากจุดต่ำสุดจำเป็นต้องวิเคราะห์ให้ลึกกว่าการดูเพียงราคาหุ้น เพราะการฟื้นตัวของราคาไม่ได้หมายความว่าปัจจัยพื้นฐานจะดีขึ้นเสมอไป
#หุ้นสหรัฐ #WallStreet #Bitcoin #StockMarket #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น